เจ้าหน้าที่ ชรบ.รายหนึ่งใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เผยที่สวนยางพาราของตนเองจำนวน 2 แห่ง มีกระสุนปืนใหญ่ตกถึง 5 ลูก ขณะเจ้าหน้าที่ EOD และ TMAC เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บกู้ เผยเบื้องต้นส่วนใหญ่พบตกในพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า 100 ลูก และในจำนวนนี้มี 5 ลูก ยังไม่ระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการจัดทำลายในขั้นตอนต่อไป เพื่อเร่งคืนความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดน
6 มกราคม 2569 - ร.ต.อ.เจริญชัย มั่นใจ รองสารวัตรสืบสวน กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (รอง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์) หัวหน้าชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD. ,เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ TMAC สังกัดศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านกรวด ,ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ตำบลจันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
เดินทางลงพื้นที่ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อเข้าตรวจสอบ และทำการเก็บกู้เศษซากกระสุนปืนใหญ่ และวัตถุระเบิดของฝ่ายกัมพูชา ที่ยังตกค้างจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในห้วงการสู้รบระหว่างวันที่ 7-27 ธ.ค.68 ซึ่งจากการสำรวจพบว่าพื้นที่ตำบลกระสุนตก จะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยส่วนใหญ่จะเป็นสวนยางพารา และไร่มันสำปะหลังบางส่วน รวมยอดจำนวนที่ได้ดำเนินการตรวจสอบเก็บกู้วัตถุระเบิด ทำการเก็บกู้ไปแล้ว 121 ลูก ได้แตกระเบิดสมบูรณ์ไปแล้ว 116 ลูก คงเหลืออยู่อีก 5 ลูก ที่ได้ทำการเก็บกู้เรียบร้อยแล้ว และนำเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการจัดทำลายตามระเบียบขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับกระสุนปืนใหญ่ที่ตรวจพบ มีทั้งกระสุนปืนใหญ่ ,กระสุนปืนขนาดลูกคอ 60 มิลลิเมตร ,ลูกคอ 82 มิลลิเมตร และลูกคอร้อย หรือคอ 100 มิลลิเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งลงพื้นที่ ทำการตรวจสอบและทำการเก็บกู้ เพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อคืนความปลอดภัยให้ชุมชนโดยเร็วที่สุด
ด้าน นายเมธา พลึกรุ่งโรจน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ.ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมาร่วมการตรวจสอบและเก็บกู้ในครั้งนี้ บอกว่าสวนยางพาราของตนเองจำนวน 2 แห่ง ได้รับความเสียหายจากการถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา ยิงตกลงมาในสวนยางฯจำนวน 5 ลูก เป็นกระสุนปืนใหญ่ 3 ลูก และปืนคอร้อย อีก 2 ลูก ทำให้ต้นยางพาราได้รับความเสียหายกว่า 2 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ EOD และ TMAC ก็ได้เข้ามาทำการตรวจสอบและเก็บกู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่เกษตรได้ลงมาสำรวจและประเมินความเสียหายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งพื้นที่ ต.จันทบเพชร ได้มีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาในพื้นที่เกษตรกรรม คือสวนยางพารา กับไร่มันสำปะหลังอีก 2 จุด ส่วนพื้นที่บ้านเรือนที่อยู่อาศัยไม่พบมีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาแต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ นายเมธา ยังได้แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังอยู่ย่างหวาดระแวง เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทราบเพียงว่าตึงเครียด ซึ่งในพื้นที่ก็ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือไว้ตลอดเวลา.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา 3 พ.ย.‘พิพัฒน์’ ชง ครม.เคาะ‘ชยุธ’ นั่งอธิบดีทางหลวง
‘พิพัฒน์’ จ่อเสนอครม. สัญจร 3 พ.ย. เคาะ ‘ชยุธ โลหะกิจ’นั่งอธิบดีกรมทางหลวง โยก ‘ดนัย เรืองสอน’ นั่งผู้ตรวจฯ ดัน‘เกียรติชัย ชัยเรืองยศ’ คุมกรมท่าอากาศยาน
ระทึก! ไฟไหม้ชุมชนติดวัดดัง วอด 10 หลังคาเรือน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทไธสง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณหมู่ที่ 11 ชุมชนศีรษะแรต ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์
ฝูงกระทิง อวดโฉมกลางทุ่งหญ้าป่าดงใหญ่ นักท่องเที่ยวแห่ติดต่อเข้าชมแน่น
รับลมหนาวแรกของปี! เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ เผยภาพสุดประทับใจ ฝูงกระทิงป่าออกมาแทะเล็มหญ้า-หยอกล้อกันเล่น ท่ามกลางสายหมอกยามเช้า ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ขณะนักท่องเที่ยวตื่นตัว แห่ติดต่อเข้าชม ด้านเจ้าหน้าที่ย้ำต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
กองทัพไทยเกาะติดสถานการณ์ชายแดน 'กัมพูชา-เมียนมา' พร้อมตอบโต้ตามกลไกมั่นคง
พลเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ตอบคำถามกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องมีการประเมินเพิ่มเติมหรือไม่ หลังกัมพูชามีการทำ IO ข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา ว่า เหล่าทัพมีการเตรียมความพร้อม ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ได้เน้นย้ำในที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพ ไปแล้ว ไ
ตร.บุรีรัมย์เร่งล่าพระขับเก๋งพุ่งชนชาวนาดับ-ควายตาย 1 ตัว
พระวัดดังที่บุรีรัมย์ ซิ่งเก๋งส่ายไปมาคาดเมาข้ามเลนพุ่งชนสาวชาวนา ขณะนั่งกรอกข้าวเปลือกตากริมถนนใส่ถุงปุ๋ย ถอยเหยียบซ้ำดับสลด เร่งเครื่องหนี ระหว่างทางชนควายตายอีก 1 ตัว พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ล่ากว่า 10 กม. ก่อนพบรถถูกจอดทิ้งไว้ในวัดพระล่องหน
ทบ.สวนกัมพูชา ยันไม่ได้ใช้กำลังทหารกำหนดเขตแดนใหม่
ทบ. ย้ำไทยไม่ได้ใช้กำลังทหารกำหนดเขตแดน แต่ดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของไทย ชี้กัมพูชาต้องแยกข้อเท็จจริงระหว่างผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบกับประชาชนที่ตั้งถิ่นฐานรุกล้ำเขตแดนไทย ยืนยันพร้อมแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี

