อดีตทหารพรานค่ายปักธงชัย วัย 63 ปี ลั่นพร้อมรบเสมอ หากเรียกพล

อดีตอาสาสมัครทหารพรานวัย 63 ปี ชาว อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ปัจจุบันหันมาเป็นเกษตรกรเลี้ยงวัวควายกว่า 50 ตัว อยู่ในพื้นที่แนวชานแดนไทย-กัมพูชา ในจุดตำบลกระสุนตก ได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ และพร้อมออกสนามรบ ถึงแม้จะอายุมากและห่างสนามรบมากว่า 10 ปีแล้วก็ตาม ลั่นพร้อมเสมอ หากมีการเรียกพล ระบุเขมรเชื่อใจไม่เคยได้ มีอยู่ทางเดียวคือต้องเอาให้จบ

12 มกราคม 2569 - นายสุพิน นาประโคน อายุ 63 ปี อดีตทหารพรานค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันได้ออกจากราชการทหารมานานกว่า 10 ปีแล้ว และได้กลับมาบ้านเกิดในพื้นที่ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยยึดอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงวัวควาย โดยปัจจุบันมีควายที่เลี้ยงไว้อยู่ จำนวน 16 ตัว และวัวอีก 38 ตัว ได้เล่าย้อนประวัติขณะรับราชการเป็นอาสาสมัครทหารพรานให้ฟังคร่าวๆ ว่า

ตนเองเคยรับราชการเป็นอาสาสมัครทหารพราน ประจำการอยู่ 7 ปี และได้ออกจากราชการมาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งขณะที่เป็นอาสาสมัครทหารพรานอยู่นั้น ก็ได้เคยไปรบมาแล้วหลายสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นการสู้รบปราบโจรคอมมิวนิสต์ ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมรภูมิรบร่มเล้า ซึ่งขณะการสู้รบสมัยนั้น ยอมรับว่า สมรภูมิร่มเกล้าเป็นสมรภูมิที่มีการสู้รบค่อนข้างจะดุเดือด

ส่วนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น ยอมรับว่า ตนเองยังไม่เคยได้สู้รบในสมรภูมินี้ เพราะขณะประจำการอยู่ได้ถูกสั่งให้เข้าปฎิบัติการในพื้นที่การสู้รบในสมรภูมิร่มเกล้าเป็นหลัก และถึงแม้ตนเองจะปลดเกษียณจากการประจำการมานานกว่า 10 ปีแล้วก็ตาม เลือดเนื้อและจิตใจก็ยังเป็นทหารพรานอยู่ ยังคงมีความฮึกเหิม และพร้อมเข้าประจำการรบในหน้าแนวเสมอ หากในการสู้รบมีการเรียกกำลังพลที่ปลดประจำการไปแล้ว หรือทหารกองหนุน โดยเฉพาะตนที่เป็นทหารเก่า ถ้ามีตรงไหนเรียกเข้าประจำการ ตนยืนยันว่าจะขอสมัครไปรบอย่างแน่นอน ถึงแม้จะอายุมากขนาดนี้แล้วก็ตาม ก็พร้อมที่จะไปรบและไม่เคยคิดกลัวแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ คุณลุงสุพิน หรืออดีตอาสาสมัครทหารพราน สุพิน แห่งค่ายปักธงชัย ยังได้เล่าให้ฟัง ถึงสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากตนเองไม่ได้อพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ เพราะจะต้องอยู่ดูแลวัวควายที่เลี้ยงขังไว้ในคอก กว่า 50 ตัวว่า จุดบริเวณคอกวัวควายที่เลี้ยงไว้ โดยรอบซึ่งเป็นป่ายางพารา ได้มีกระสุนปืนใหญ่หลายขนาดตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่โชคดีที่จุดบริเวณคอกวัวควายไม่มีตกลงมา แต่ตนก็จะต้องอยู่ที่บริเวณหน้าคอก เพราะขณะที่มีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมา ก็จะทำให้วัวควายตกใจตื่นเสียงปืนใหญ่ ตนก็ต้องคอยควบคุมดูแลเพื่อไม่ให้วัวควาย ตกใจตื่นวิ่งหนีออกจากคอก รวมถึงในบางช่วงก็ต้องวิ่งเข้าหลุมหลบภัยที่สร้างไว้อยู่ข้างๆคอก เพื่อความปลอดภัยด้วย

คุณลุงสุพิน หรืออดีตอาสาสมัครทหารพราน สุพิน แห่งค่ายปักธงชัย ยังบอกด้วยว่า เขมรเชื่อใจไม่เคยได้ มีอยู่ทางเดียวคือต้องเอาให้จบ และถ้าหากเป็นสมัยตนรบอยู่จะต้องรบให้ชนะอย่างเดียว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกล.บูรพา เตือนทหารกัมพูชา หยุดก่อกวนยั่วยุ ขณะทหารไทยขุดคูเลตชายแดนบ้านหนองจาน

กกล.บูรพา ประสาน ภูมิภาคทหารที่ 5 แจ้งเตือนทหารกัมพูชาแสดงพฤติกรรมก่อกวนทหารไทย ในพื้นที่ชายแดน บ.หนองจาน จ.สระแก้ว

แม่ค้าชายแดน ผวาปะทะ รอบ 3 หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิด ขาขาด

แม่ค้าชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หวั่นปะทะ รอบ 3 หลังทหารเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ขาขาด 1 นายโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บอีก 2 นาย วอนรัฐบาลและทหารเร่งจัดการให้จบโดยเร็ว   โอ

นายกฯ รับทราบเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิด สูญเสียขา ชี้เป็นของเดิมอยู่ในพื้นที่เขมรเคยยึดครอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าได้รับทราบรายงายกรณีทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิด ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดศรีสะเกษแล้ว ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดที่ได้ทำการเก็บกู้อย่างต่อเนื่อง

เกษตรกรชายแดน ยอมเสี่ยงกรีดยางช่วงปิดหน้ายาง หาเงินใช้จ่าย เก็บทุนสำรองไว้เผื่อปะทะรอบ 3

เกษตรกรชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เร่งกรีดยางพาราไปขายแม้จะเป็นช่วงปิดหน้ายาง ใส่ปุ๋ยบำรุงต้น เพื่อหาเงินใช้จ่ายในครอบครัว ชำระหนี้ และเก็บสำรองไว้เป็นค่าน้ำมันรถอพยพ หากมีการปะทะอีกรอบ 3 โอดช่วงสู้รบ 2 รอบที่ผ่านมาขาดรายได้หลายหมื่น ทุกวันนี้ยังต้องอยู่แบบหวาดระแวง

ทบ. รอดูความจริงใจกัมพูชา ก่อนถก JBC ครั้งต่อไป ต้องมั่นใจพื้นที่ชายแดนปลอดทุ่นระเบิด

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิง ตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามข้อตกลงมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วว่า