ไฟไหม้ 'สะพานภูมิพล 2' ระดมรถดับเพลิง 10 คัน ใช้เวลากว่า 1 ชม.

16 ม.ค. 2569 – ผุ้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณเสาตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย และใกล้เคียง รวมกว่า 10 คัน รุดไปที่เกิดเหตุ

พบเพลิงกำลังลุกไหม้จากบริเวณฐานตอม่อสะพาน ก่อนจะลุกลามขึ้นไปติดท่อยางพีอี (PE) สำหรับระบายน้ำของโครงสร้างสะพาน ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้แดงฉานเป็นแนวยาวในระดับเดียวกับเสาตอม่อ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำจากด้านล่าง แต่ไม่สามารถส่งน้ำขึ้นไปถึงจุดเพลิงไหม้บริเวณใต้คานสะพาน ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 50 เมตร จึงต้องประสานรถดับเพลิงชนิดกระเช้าเข้าช่วยเหลือ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนสะพาน 1 ช่องทาง เพื่อให้สามารถฉีดน้ำจากด้านบนลงไปยังจุดเกิดเหตุได้ ต่อมารถดับเพลิงแบบกระเช้าเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้กางขากระเช้าและยกกระเช้าพานักดับเพลิงขึ้นฉีดน้ำควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าท่อยางพีอีสำหรับระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร ได้รับความเสียหายตลอดแนวความสูงกว่า 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสะพานแต่อย่างใด

ต่อมา นายเรวัฒน์ สุขขำ ผู้อำนวยการหมวดสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมวิศวกร ลงูพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าสะพานยังใช้งานได้ปกติไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างแต่อย่างใด จึงเปิดให้รถสัญจรผ่านทางกันตามปกติ และวันที่ 16 ม.ค. เวลา 10.00 น. นายเรวัฒน์จะนำทีมวิศวกรสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในการเกิดเหตุในครั้งนี้ สันนิษฐานว่าเปลวไฟน่าจะลุกไหม้จากกองขยะที่อยู่ตรงฐานของเสาตอม่อ และเกิดลุกลามขึ้นไป เพราะระบบท่อระบายน้ำไม่มีกระแสไฟในระบบ

นายเรวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณใต้สะพาน ซึ่งเป็นบริเวณตอม่ออยู่ฝั่งปู่เจ้าสมิงพราย ภายหลังจากที่ได้รับรายงาน ได้ประสานกับท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลเมืองปู่เจ้า เทศบาลลัดหลวง อบต.บางโปรง และเทศบาลด่านสำโรง เข้ามาช่วยเหลือกันดับไฟ ลักษณะเหตุที่เกิดมีประกายไฟ ไหม้บริเวณซึ่งเป็นตัวท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นที่รับน้ำจากบนสะพานภูมิพลลงมาข้างล่าง สันนิษฐานอาจจะเกิดประกายไฟขึ้นข้างล่าง ไหม้ขึ้นไปด้านบนจนถึงท้องใต้สะพาน ซึ่งสามารถระงับเหตุได้ประมาณ 20.40 น.

จากการประเมินผล ตัวสะพานในเบื้องต้น ขอยืนยันกับทุกท่านว่ามีความปลอดภัย ยังสามารถใช้สะพานได้อย่างปกติ ซึ่งวันที่ 16 ม.ค. กรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลสะพาน จะนำทีมผู้เชี่ยวชาญข้ามาตรวจสอบ เพื่อหาคำตอบอีกครั้งหนึ่ง แล้วดูแลรักษาและแก้ไขป้องกันในอนาคตถัดไป ส่วนค่าเสียหายอาจจะประเมินไม่ได้ตอนนี้ ความเสียหายหลักจะเป็นในส่วนของทรัพย์สิน ซึ่งเป็นตัวท่อ แต่ส่วนของตัวโครงสร้างสะพาน ต้องรอส่วน ของเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญมาตรวจสอบ

ทั้งนี้จากการสอบถาม นางสาวพิมพา เจ๊งใจบุญ อายุ 61 ปี สท.เมืองปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ไฟลุกตรงโคนเสาไม่เยอะนิดเดียว แล้วก็ลามเข้าไปบนเสาตรงท่อขึ้นไปเลย คราวนี้ก็ขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นไวมาก จึงแจ้งเทศบาลนำรถดับเพลิงมา คาดว่าไฟไหม้เกิดจากหลายสาเหตุ มีหญ้าแห้ง และประตูเปิดไว้ ถ้ามีคนเข้าไปอาจจะมีขี้บุหรี่ทำให้ไฟอาจลุกขึ้นมาได้ หรือเด็กเล่นกัน เพราะตรงโคนเสาจะมีประตู ซึ่งคนตัวเล็กสามารถเข้าไปได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รพ.บ้านแพ้ว' การันตีหลังไฟไหม้ เปิดบริการปกติ โครงสร้างตึกปลอดภัย 100%

โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) แถลงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้น G อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ช่วงเย็นวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า โดยทันทีที่เกิดเหตุ

ไฟไหม้โรงงานขนมชื่อดัง เร่งฉีดหล่อเย็นถังแก๊สผวาบึ้ม

ช่วงเช้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายใน บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด มหาชน สาขาพุทธมณฑลสาย 5 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน โดยเป็นโรงงานที่ผลิตขนมขบเคี้ยวแบรนด์ดัง

ระทึกทั้งคอนโด! จับหนุ่มสิงคโปร์คลั่ง พบสารบึ้ม-ใบสั่งยาพิษ วางแผนสังหารหมู่

ระทึกทั้งคอนโด! รวบหนุ่มลอดช่องคลั่งหนีคดียาเสพติดซุกไทย ผงะเจอสารประกอบระเบิด พบใบสั่งซื้อยาพิษ วางแผนใส่ในแท็งก์น้ำหวังสังหารหมู่ แต่เจ้าตัวอ้างใข้ทำร้ายตัวเองเหตุตรอมใจ

โปรดเกล้าฯ องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานช่วยผู้ประสบเหตุไฟไหม้ชุมชนนิคมมักกะสัน

โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญเงินพระราชทานสงเคราะห์แก่ครอบครัวผู้ที่เสียชีวิต ถุงพระราชทานสำหรับเด็กมอบแก่ราษฎรที่ประสบไฟไหม้ในชุมชนนิคมมักกะสัน

'รมว.สุชาติ' เปิดเผย ทส. หนุน 2 สะพานใหญ่ภาคใต้ เชื่อมสงขลา-พัทลุง และเกาะลันตา ย้ำพัฒนาเดินคู่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ กล่าวว่า ทส. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีความสำคัญทั้งต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลระบบนิเวศทางน้ำ ลดผลกระทบต่อ โลมาอิรวดี ทรัพยากรประมง และวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ