
กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา กำหนดให้ 31 มี.ค.-4 เม.ย. เป็นวันเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เลือก ส.ก.ยาวนานหลายปี ที่ไม่ได้มีการเลือกตั้งมาเลย พอมีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมา หลายพรรคการเมือง บรรดานักเลือกตั้ง เริ่มขยับออกตัวกันอย่างคึกคัก
โดยเฉพาะสนาม กทม.ที่จะมีการเลือกทั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.พร้อมกัน และตามกฎหมายใหม่กำหนดให้มี ส.ก. 50 คน จาก 50 เขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่อยู่ในตลาดเลือกตั้งอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ก้าวไกล
พรรคการเมืองน้องใหม่ พรรคกล้า พรรคไทยสร้างไทย หรือแม้แต่กลุ่มการเมือง กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ ภายใต้การนำของ บิ๊กวิน-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง หรือแม้แต่กลุ่มอิสระ ไม่อิงกับใครเลย ต่างโดดแย่งชิงทั้งศึกพ่อเมืองหลวง ผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.
พรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ ไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม. แต่ส่ง ส.ก.ครบ 50 เขต 50 คน แต่ก็พอจะรู้ๆ กลยุทธ์กันอยู่จะมาไม้ไหน ฝั่งเพื่อไทยเทใจให้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครในนามอิสระ
พรรคประชาธิปัตย์ พรรคก้าวไกล ประกาศตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคไปแล้ว เหลือเพียงเคาะในขั้นสุดท้าย ประกาศผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ในนามพรรคเท่านั้น หรือแม้แต่ไทยสร้างไทยที่เพิ่งโดดลงสนามเลือกตั้ง จะส่งทั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ครบถ้วนทุกเขต ขณะที่กลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ มีกระแสข่าวแพร่สะพัด บิ๊กวิน-พล.ต.อ.อัศวิน จะลงสมัครผู้ว่าฯ ในนามรักษ์กรุงเทพฯ ขณะที่ ส.ก.เลือกเฟ้นเฉพาะพื้นที่ ประมาณ 30-40 เขตเท่านั้น
แต่ละพรรคงัดกลยุทธ์การต่อสู้ในสนามเมืองกรุงคนละแบบ แต่ทั้งซีกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือแม้แต่กลุ่มอิสระ ที่แตกตัวออกมา “ขอวัดใจคน กทม. ไม่มีใครยอมใคร”
ที่น่าสนใจ กลยุทธ์พรรคเพื่อไทยรอบนี้มาแปลก เพราะสนามผู้ว่าฯ กทม. ไม่ว่าจะเป็น ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ยังไม่เคยชนะ ได้ผู้ว่า กทม.ในนามพรรคแม้แต่ครั้งเดียว ครั้งนี้ขอพลิกแพลงกลยุทธ์
ไล่มาตั้งแต่แม่ทัพคุมศึกเลือกตั้งเมืองหลวง ที่คนเดิมย้ายไปสร้างทางเดินทางการเมืองของตัวเอง จึงลองมาใช้บริการอีกหนึ่งผู้กว้างขวางใน กทม. แถมยังเป็นสายตรงคนแดนไกล ทั้งพี่ทั้งน้องอีกด้วย มาในนามผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก.ที่ได้ มาดามนครบาล หรือ เจ๊แจ๋น-นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เข้ามาคุมทัพในสไตล์ใจถึงพึ่งได้
ทีมงานนโยบายยังคงใช้บริการทีมเดิมของพรรคเพื่อไทย และด้วยความที่การเมืองในยุค 10 ปีหลังเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เป็นเวทีของคนรุ่นใหม่มากขึ้น รอบนี้เพื่อไทยจึงเลือกเฟ้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทางหนึ่งก็หวังจะนำไปต่อกรกับเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญอย่างก้าวไกล แต่จุดเด่นของเพื่อไทยที่คนในพรรค มองว่ามีจุดขายเด่นกว่าคือ
นโยบายที่จับต้องได้ โดยรอบนี้นโยบายหลักจะมาในธีม “เพื่อไทย มหานคร” ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องสาธารณสุข จราจร เชื่อมโยงไปการสัญจรที่สะดวกสบาย เชื่อมโยงกัน ค่าครองชีพเกี่ยวพันปัญหาปากท้อง เป็นต้น จะมีการเปิดธีมใหญ่ ในวันที่ 22 หรือ 24 มี.ค. ในวันเปิดตัวผู้สมัคร 50 เขต จากนั้นจะมีนโยบายยิบย่อย ทยอยเปิดล้อกันมา แต่ละอาทิตย์ที่มีเวลา 9 อาทิตย์ ไปจนถึงการเลือกตั้ง
นโยบายที่จะเปิดออกมา แต่ละอาทิตย์หรือแต่ละรอบ จะมีแอกชันแพลนตามมา อยู่ที่ว่าช่วงนั้นจะให้นโยบายนำผู้สมัคร หรือผู้สมัครนำนโยบาย เป็นการใช้กลยุทธ์การเมืองผสมการตลาด
แต่ทั้งหลายทั้งปวง นโยบาย ส.ก.ที่ถึงแม้แต่ละพื้นที่จะมีความหลากหลาย ความต้องการไม่เหมือนกัน แต่นโยบายในส่วนของ ส.ก.ที่เปิดออกมานั้น จะไปล้อกับนโยบายหลักของชัชชาติ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ ที่เพื่อไทยส่งแรงใจไปเชียร์
ที่น่าสนใจ การวางแผนกลยุทธ์ครั้งนี้มุ่งเน้นเจาะกลุ่มโซเชียลเป็นพิเศษ อันเนื่องจากหลายพื้นที่ “บ้านมีรั้ว” เข้าไป “เคาะประตูหาเสียง” ไม่ได้เลย ต้องใช้ทางโซเชียลทะลุทะลวงเจาะให้ตรงกลุ่ม ตรงความต้องการ
ส.ก.เดิมที่มี 61คน แบ่งเป็น ค่ายประชาธิปัตย์ 45 เพื่อไทย 15 และอิสระอีก 1 แต่ด้วยกฎหมายใหม่ รอบนี้จะลด ส.ก.ลงเหลือเพียง 50 คน จาก 50 เขตเท่านั้น รอบนี้ก็จะได้ผู้สมัครที่เป็นการผสมผสานจากกลุ่มคนที่มีฐานเสียง เป็นผู้มีประสบการณ์การเมืองในพื้นที่ และกลุ่มคนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาอาชีพมาลง ขอโอกาสคน กทม.
ศึกเลือกตั้ง ส.ก.ที่เป็นการจำลองมาจากเลือกตั้งใหญ่ ส.ส.กทม. รอบนี้ว่ากันว่า แกนนำเพื่อไทยประเมินตั้งความหวังไว้สูง หวังจะช่วงชิงมาให้ได้ 20-30 ที่นั่ง จาก 50 ที่นั่งเลยทีเดียว แม้ในช่วงโค้งสุดท้ายต้องเร่งหา 2 ผู้สมัคร ส.ก.จาก 2 เขต ที่ถอนทีมออกไป เนื่องจากจะไปลงสมัครในพรรคการเมืองน้องใหม่บางพรรค
เพื่อไทยยังคงเป้าตามเดิม 20-30 ที่นั่ง นาทีนี้คนเพื่อไทยสายมูเตลูแอบฉีกยิ้มเล็กๆ อีกฝ่ายคิดอะไร กำหนดวันเลือกตั้ง วันยึดอำนาจ ในวันรัฐประหาร 22 พฤษภาคม ที่จะเวียนมาครบ 8 ปี ปักธงเป็นวันเลือกตั้ง ทำให้หาเสียงง่าย ตอกย้ำความเป็นประชาธิปไตยกับคำว่าเผด็จการได้ดียิ่งขึ้น ทว่าก็มีเสียงสะท้อนออกมาอีกมุม ถ้าเขาไม่มั่นใจกว่า คงไม่กล้ากำหนดวันนี้ออกมา
ท้ายที่สุด คนที่บอกปรากฏการณ์ทั้งหมดอยู่ที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาว กทม. วันที่ 22 พ.ค.65 รู้ไปพร้อมกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ล่มซ้ำซาก สุญญากาศกสทช. สรณไม่ถอย-อนุทินลอยตัว
เป็นไปตามคาด ไม่มีอะไรพลิก กับภาพ ประชุมล่ม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา
'เคสไอ้ป๋อง'บทเรียนราคาแพงยุติธรรมไทย ฆาตกรพ้นคุกแต่สังคมรับเคราะห์
คดีฝังดิน 5 ศพ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่มีผู้ต้องหาคนสำคัญคือ นายฑณา เกิดทอง หรือ "ไอ้ป๋อง" อายุ 43 ปี
ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’ เร้ากระแสข่าวปรับครม.
กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะทำงานมาได้ 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก หากเทียบรัฐบาลในอดีต ที่อย่างเร็วที่สุดจะปรับกันทุก 6 เดือน หรือครึ่งปี
โผมท.-คลองหลอดฝุ่นตลบ สิงห์น้ำเงินผงาด แต่ไม่ยกแผง
ปกติการจัดทัพ-ทำโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ซี 10 ของกระทรวงมหาดไทย ทั้ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย-อธิบดี-ผู้ว่าราชการจังหวัด-ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้รับความสนใจจากแวดวงการเมืองพอสมควร ไม่แพ้โผทหาร-โผตำรวจ ยิ่งในช่วงการเมืองพีกๆ เช่น จะมีการเลือกตั้งใหญ่ หรือการเมืองแรงๆ มีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจการเมือง โผมหาดไทยก็จะอยู่ในความสนใจของแวดวงการเมืองตามไปด้วย
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย
ดับฝันเกมเสี้ยม"2น.1พ." “ธรรมนัส"ปิดตาย'ดีลโมนาโก'
ด้วยเสถียรภาพและองคาพยพของ ระบอบสีน้ำเงิน ที่มีความเข้มแข็ง ช่องทางของฝ่ายตรงข้ามที่จะสั่นคลอนรัฐบาลอนุทินได้ก็คือการทำลายความเชื่อถือต่างๆ รวมถึงเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก ดังที่เกิดขึ้นในยุค 3 ป. แห่งบูรพาพยัคฆ์ ที่เกิดความขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจ ระหว่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

