“นายกฯ” แจงถูกกล่าวหาแอบอ้างสถาบันฯ หลังออกงานร่วมองคมนตรีบ่อย ยันรู้ที่สูงที่ต่ำ-รู้มากกว่าคนอื่น ทำทุกอย่างตามขั้นตอน โผล่คอมเมนต์ตอก "วิโรจน์” เลิกสันดาปคิดเองเออเองจากโพสต์เลข 229 “รอง หน.ปชน.” รีบแซะ "ภท." งับเบ็ด “วราวุธ” ขอม็อบยึดกรอบ กม. ลั่นมีแค่ระบอบประชาธิปไตยไม่มีระบอบน้ำเงิน-ทักษิณ “เอกภพ” ประเดิมโฆษกรัฐบาล ขอบคุณ "สนธิ” ชี้แนะ ป้อง "ภท.” ทั้งคดีฮั้ว สว.-เขากระโดง ไม่เคยกดดันองค์กรอิสระตรวจสอบ ปล่อยตามกระบวนการศาล “ธรรมนัส” ไม่เชื่อกระแส รบ.ไปไม่รอด “สีหศักดิ์” ถก "ทูตอิสราเอล” แก้ปัญหาคนยิวทำผิด กม. ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ “เท้ง” นัดรวมพล 13 ก.ย. ชวนเดินเท้า 11 กม.กดดัน กกต. ฟันคดีโกง สว. “สมชัย” เตือนยกคำร้อง 21 นักการเมืองหมดเป็นเรื่องแน่ “ครม.” เด้ง “ณัฐพล” พ้นปลัดอุตฯ เข้ากรุนั่งที่ปรึกษา นายกฯ
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ตอบโจทย์” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งได้อธิบายและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการถูกกล่าวหาว่าอ้างอิงสถาบันฯ หรือเบื้องสูง ในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ซึ่งนายอนุทินตอบว่า “ช่วยบอกสิครับว่าผมไปแอบอ้างตรงไหน ตรงไหนที่ผมแอบอ้าง”
นายอนุทินกล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีในทุกนโยบายของรัฐบาล หน้าที่หลักคือการถวายการรับใช้เบื้องพระยุคลบาท สนองโครงการต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ถวายงานในหน้าที่ที่มี เราไปอ้างตรงไหน ทำตามทุกอย่าง ไม่ทำถวายสิแปลก
ถามว่า นายกฯ อาจจะไม่ได้พูดโดยตรง แต่มักมีภาพปรากฏ เช่น การออกงานร่วมกับราชเลขานุการในพระองค์ หรือการประชุมร่วมกับองคมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ ไม่เคยนำเรื่องเบื้องสูงหรือสถาบันฯ มาแอบอ้างเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกอย่างดำเนินการไปตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้
“อยู่ดีๆ ผมจะไปประชุมกับท่านองคมนตรีได้ไหม ถ้าผมไม่มีกำหนดการที่เชิญผมไปร่วม อยู่ดีๆ ผมจะไปกับท่านราชเลขานุการในพระองค์ได้ไหม ถ้าผมไม่มีกำหนดการที่ให้ผมเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบของคณะเดินทาง ไม่มีทางที่จะโทร.ไปร้องขอเพื่อไปร่วมงานหวังให้มีภาพติดตัวและทำให้ประชาชนเห็นว่าใกล้ชิดกับทางราชสำนัก ซึ่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามครรลองประชาธิปไตย พรรคภูมิใจไทยได้จำนวน สส.มากเป็นอันดับ 1 ครั้งที่แล้วก็มาด้วยเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร และไม่มีตรงไหนแอบอ้างหรือใช้บารมีของสถาบันฯ มาช่วยเหลือ ทำไมผมจะไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ผมต้องรู้มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินได้เข้าไปคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊กสื่อหนึ่งซึ่งมีการโพสต์ภาพและคำพูดของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ที่ระบุช่วงหนึ่งว่า “สมมุติผมพิมพ์เลข 229 แล้วเอามาโชว์ให้คุณดู ถ้าตัวเลขนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ คุณก็แค่อาจจะงงๆ แล้วก็ผ่านไป แต่ถ้าคุณเห็นเลข 229 แล้ว ต้องถึงกับออกโต้ทันที ก็แสดงว่าคุณมีความเกี่ยวข้องกับตัวเลขนี้ไม่มากก็น้อย“
โดยนายอนุทินเขียนคอมเมนต์ว่า “5555 ต้องเลิกสันดาปแบบพูดเองเออเอง" อย่างไรก็ตาม นายวิโรจน์ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ “งับเบ็ด ถ้าพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเลข 229 แล้วจะออกอาการทำไม”
มีแค่ 'ปชต.’ ไม่มีระบอบน้ำเงิน
ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุระบอบสีน้ำเงินเลวร้ายกว่าระบอบทักษิณว่า ตนคิดว่าไม่มีระบอบสีน้ำเงินและระบอบทักษิณ มีแต่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องยอมรับแต่ละพรรคการเมืองมีผู้นำแต่ละห้วงเวลา มีลักษณะสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน และมีแนวทางและเทคนิคใหม่ๆ ในการทำงาน ซึ่งคนไทยอยู่ภายใต้ระบอบเดียว
ถามว่า มีอะไรฝากถึงกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะลงถนนหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ขออย่าให้ก่อความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ท่านจะออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงแสดงความคิดเห็นอย่างไร ขอให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย อย่าทำให้มีความเดือดร้อนต่อผู้คนที่อยู่รอบข้าง
ส่วนนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.เป็นต้นไป ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสนธิเคลื่อนไหวประกาศทวงคืนประเทศไทยขับไล่ทุนเทาว่า เรื่องของนายสนธิหรือว่าใครก็ตามที่ออกมาตั้งประเด็น หรือชี้แนะเรื่องอะไรต่างๆ นั้น ในส่วนของรัฐบาล, นายกฯ, ครม. รวมถึงตน ถือว่าต้องแสดงความขอบคุณในคำชี้แนะเรื่องต่างๆ
“อย่างที่นายสนธิออกมาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปราบทุนเทา รัฐบาลก็ให้ความจริงจังและดำเนินการ ซึ่งคิดว่าเป็นรัฐบาลแรกและเป็นรัฐบาลเดียวที่ทำเรื่องทุนเทาเยอะสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยึดทรัพย์หรือการจดทะเบียนบริษัทและตรวจสอบ จะเห็นชัดว่ากิจการพวกนี้ลดลง นอกจากนี้ รมช.มหาดไทยยังได้ไปดำเนินการในการเพิกถอนพื้นที่ของนอมินีและต่างชาติที่ทำผิดในประเทศไทย ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็เซ็นเนรเทศ ออกนอกประเทศไปแล้ว ตรงนี้ตนเห็นว่ารัฐบาลทำเยอะ” นายเอกภพกล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนคดีต่างๆ ที่มีการโจมตีมายังพรรคภูมิใจไทยหรือคนในรัฐบาล ซึ่งอยู่ในกระบวนการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮั้ว สว.ที่อยู่ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงเรื่องเขากระโดงก็อยู่ในกระบวนการฟ้องของศาลแล้ว ทุกอย่างรัฐบาลให้อยู่ในกระบวนการ ตนไม่เห็นว่าพรรค ภท.หรือคนที่อยู่ในองคาพยพพรรคหรือคนในรัฐบาลออกมากดดันหน่วยงานหรือองค์กร หรือกระบวนการต่างๆ ก็ให้ดำเนินการไป อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด
“สิ่งที่อยากจะสื่อสาร ทุกคนมีสิทธิ์แสดงออกทางการเมืองได้ ไม่ว่ากลุ่มไหนก็ตาม แต่ทุกคนต้องคิดว่าประชาชนอยากจะได้รับสิ่งดีๆ ซึ่งประเทศชาติตอนนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ในประเทศและไม่ได้อยู่ในการเมือง แต่ปัญหาใหญ่เกิดจากนอกประเทศที่การรบกันยังไม่จบ ปัญหาภัยพิบัติทั่วโลก และปัญหาโรคระบาดที่จะมาอีกเมื่อไหร่ไม่รู้ ซึ่งปัญหาที่ท้าทายในโลกนี้มีเยอะมาก หากเรายังไม่จบเรื่องการแบ่งแยกประชาชน หรือการทำให้ประชาชนไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องมารวมกัน ตรงนี้คิดว่าเป็นโอกาสที่น่าเสียดาย” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ นายเอกภพกล่าวถึงการทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ว่า สิ่งหนึ่งที่มีการคาดการณ์ว่าโฆษกรัฐบาลในมิติใหม่จะมีความเข้มข้นในทางการเมือง ตอบโต้ทางการเมืองมากขึ้นหรือไม่ สิ่งที่ตนและทีมโฆษกรัฐบาลอยากสื่อสาร แน่นอนว่าเราจะมีความเข้มข้นของข้อมูล ความรวดเร็วฉับไว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็ว และเข้มข้นในเรื่องข้อเท็จจริง และเชื่อถือได้ถึงประชาชนและเป็นประโยชน์ แต่จะไม่เน้นการโต้วาที ใส่อารมณ์ทางการเมือง เราจะเน้นตอบโต้ข้อมูลเท็จด้วยข้อมูลจริง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงนายสนธินัดชุมนุมเช่นกันว่า อยากให้มองภาพรวม เราเพิ่งผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุม และปล่อยตัวบางคนออกมาแล้ว ซึ่งตนเข้ามาในการเมืองเมื่อปี 54 เกิดการชุมนุมทุกสี ทุกกลุ่ม คิดว่าเราผ่านจุดนั้นมาเกือบ 20 ปี ถ้าจะย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้วจะเป็นอย่างไร ให้ประชาชนช่วยตัดสินใจ
ผู้กองไม่เชื่อ รบ.ไปไม่รอด
ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ตอบข้อถามกรณีมีสัญญาณที่รัฐบาลจะเชิญพรรค กธ.เข้าร่วมแล้วหรือไม่แบบทีเล่นทีจริงว่า กระแสข่าวลือพร้อมหัวเราะ เมื่อถามว่านายกฯ มีการพูดคุยหรือทาบทามให้มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยืนยันแบบเดิมว่าตนกับท่านนายกฯ เป็นเพื่อนกัน การพบปะการประสานงานบางเรื่อง หากเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินและประชาชนก็ต้องยอมรับว่าตนทำ เราอย่าปฏิเสธความจริงเลย
ถามว่า มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลอาจจะไปไม่รอดด้วยมรสุมการเมืองต่างๆ ร.อ.ธรรมนัสย้อนถามว่า อะไรเหรอครับที่จะทำให้รัฐบาลไปไม่รอด และในฐานะที่ตนเป็นรัฐบาลมาตลอด และมีบางช่วงที่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกกระแสตีแรงมาตลอด แต่ก็อยู่รอดปลอดภัยมาตลอด ฉะนั้นกระแสจึงไม่สามารถพิสูจน์กันได้ ต้องพิสูจน์ที่ฝีมือการทำงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีกระแสข่าวมาระยะหนึ่งว่าอาจจะมีการดึงพรรค กธ.เข้าร่วมรัฐบาลนั้น ปรากฏว่าที่ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ในช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรค กธ. ได้มาพบนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จากนั้นนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาทักทายพร้อมกับจับแขนนายอรรถกร
ผู้สื่อข่าวได้แซวนายอรรถกรว่า ไหนว่าจะมาเดือน พ.ย. ทำให้นายอรรถกรตอบว่า “ใจผมอยู่กับพี่แบด (ชื่อเล่นนายภราดร) ตั้งแต่วันแรกแล้ว” ผู้สื่อข่าวจึงแซวนายภราดรอีกว่า ที่จับแขนนายอรรถกรจะลากเข้าไปเลยหรือ นายภราดรตอบว่า "เอา เอาเข้าไปเลย" พร้อมกับทำท่าจะดึงแขนเข้าไปห้องประชุม ครม. ผู้สื่อข่าวจึงแซวอีกว่า เอากระทรวงไหนดี นายอรรถกรได้ยกมือขึ้นมาโบกปฏิเสธพร้อมระบุว่าตนมาหา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และได้คุยแล้ว
ถามย้ำว่า ที่มาวันนี้จะมาร่วมรัฐบาลหรือมาร่วมกับพรรค ภท. นายอรรถกรกล่าวว่า เป็นเรื่องผู้หลักผู้ใหญ่คุยกัน เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ได้มีการคุยกันบ้างหรือยัง นายอรรถกรกล่าวว่า ตนคุยกับนายภราดรตลอด คุยกันทุกวันเกี่ยวกับงานรัฐสภาว่าจะทำอย่างไรรัฐบาลถึงจะผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับนางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยว่า เป็นการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งประเด็นที่พูดคุยเป็นเรื่องที่อยู่ในความกังวลและความห่วงใยของคนไทยเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนอิสราเอลที่อยู่ในประเทศไทย หลายคนเป็นนักท่องเที่ยว และบางส่วนเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย
“ที่ปรากฏเป็นข่าวได้ชี้แจงกับเอกอัครราชทูตอิสราเอลว่า ในกรณีเหล่านี้เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ไม่ได้เป็นการละเมิดหรือเลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอล เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นชาวต่างชาติ หากกระทำผิดกฎหมายไทย ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด จะเห็นได้จากที่มีการออกคำสั่งเนรเทศชาวอิสราเอล 1 คน และชาวฝรั่งเศส 1 คน” นายสีหศักดิ์กล่าว
เท้งนัด 13 ก.ย.เดินกดดัน กกต.
วันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันที่ 13 กันยายนนี้ ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติคดีโกง สว. ชวนทุกคนร่วมเดิน 11 กิโลเมตร กดดัน กกต. จากหน้า iLaw 10 โมง ถึงหอศิลป์ช่วงเย็น
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงกรณี กกต.นัดประชุมชี้คดีฮั้ว สว.ในวันที่ 14 ก.ย.ว่า กกต.ควรจะใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการพิจารณาสำนวนให้รอบคอบที่สุด แม้จะมีการสรุปกับผู้ใต้บังคับบัญชามาแล้วก็ตาม แต่ควรจะดูแต่ละกรณีว่าเป็นอย่างไร และเท่าที่ตนเองประเมินจากการที่ได้เห็นรายละเอียดจากมติของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 และคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 และความเห็นของเลขาธิการ กกต. ซึ่งเชื่อว่าแนวโน้มในวันดังกล่าวจะมีการส่งเรื่องฟ้องไปยังศาลฎีกา เฉพาะ สว.จำนวนหนึ่ง และบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นบุคคลธรรมดาจำนวนหนึ่ง แต่คงไม่มีการฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรค คงไม่มีการฟ้องแม้แต่รายเดียว ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นภัยจะกลับมาที่ กกต.
“เหตุผลที่เชื่อว่า กกต.จะไม่ส่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 21 คน เพราะหากดูจากมติของคณะชุด 26 ทั้ง 21 คน ทั้ง สส. รัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรคผิดทั้งหมด แต่พอมาถึงชั้นความเห็นเลขาธิการ ก็ยกคำร้องหมดทั้ง 21 คน ซึ่งส่วนของคณะอนุฯ วินิจฉัยชุดที่ 36 ก็ยกคำร้องทั้งหมดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงมากที่จะยกคำร้องผู้ดำรงตำแหน่งทั้งการเมืองทั้ง 21 คน จึงอยากแนะนำ กกต.ในฐานะที่เคยทำงานที่นี่มาก่อน ขอให้ดูให้ดี ถ้าจะยกบางคนไม่มีปัญหา แต่อยากให้ดูคนที่มีหลักฐาน การกระทำความผิดที่ชัดเจน เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นเรื่องแน่ ดังนั้นอยากให้ทำงานให้ละเอียดรอบคอบและชี้แจงต่อประชาชนได้” นายสมชัยกล่าว
ถามว่า จะมีคนร้องเอาผิดมาตรา 157 หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า มีคนเตรียมแจ้งอยู่จำนวนมากแล้ว และเชื่อว่าคนที่มีเอกสารการประชุมมีมากกว่า 100 คน ไม่ใช่แค่ตนเองที่มีคนเดียว
ถามกรณีนายสนธิเตรียมจัดการชุมนุมหากมติของการสั่งฟ้องคดีฮั้ว สว.เป็นไปตามคณะที่ 36 นายสมชัยกล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับมวลชนว่าถึงคราวจำเป็นหรือไม่ แต่ตนไม่ได้สนับสนุนให้มาลงถนน เพราะอาจจะเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงและควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าหากอยู่ในขอบเขต ไม่ได้เป็นการชุมนุมเคลื่อนไหว มีเวที มีเครื่องเสียง แต่ทำภายใต้กรอบของกฎหมาย ทำโดยสงบที่สุดน่าจะดีกว่า
“อย่างการเคลื่อนไหวของไอลอว์ที่จะเดินขบวนในวันที่ 13 ก.ย. จากลาดพร้าวมามาบุญครอง ก็เป็นการเคลื่อนไหวโดยสงบของภาคประชาชน ซึ่งผมก็จะไปเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวด้วย เพราะจะเป็นแนวทางที่ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง” นายสมชัยระบุ
ที่ทำเนียบรัฐบาล ในการประชุม ครม. ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ทำหน้าที่ประธาน มีมติเห็นชอบให้รับโอน นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ (บริหารระดับสูง) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงสเปกปลัดอุตสาหกรรมคนใหม่ว่า ได้มีการพิจารณากันไว้อยู่พอสมควร พอมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทางกระทรวงก็จะนำเรื่องเข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม.ต่อไป ซึ่งคุณสมบัติต้องเป็นคนมีความรู้มีความสามารถ ผ่านงานทางด้านอุตสาหกรรมมาพอสมควร
“ผมอยากได้คนใน จะได้รู้จักมักคุ้นกันดี รู้ทั้งจุดอ่อน จุดที่เราจะต้องมาแก้ไข จะได้สานต่องานกันได้อย่างไม่มีรอยต่อ” รมว.อุตสาหกรรมกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศุภจีแย้มข่าวดี ใกล้ปิดดีลภาษี หนูจ่อคุยทรัมป์
“ศุภจี” เผยเจรจาภาษีสหรัฐเป็นไปด้วยดี อีก 1 สัปดาห์ชัดเจน มั่นใจได้ตามดีลเดิม ชี้หากลงตัวพร้อมต่อสาย
เคาะ‘Hanwha’เรือฟริเกต แนะไทยรับมือวิกฤตใหม่
ทร.ประกาศผล "บ.Hanwha" ได้รับเลือกต่อเรือ "ฟริเกต" 1 ลำ เสนอราคา 16,730 ล้านบาท
โกงสอบไล่ออก-บัญชีดำ ยธ.ยังไม่เด้ง‘อธิบดีDSI’
รัฐบาลเด็ดขาด "โกงสอบเข้า ขรก.-ไล่ออกสถานเดียว" พร้อมทำแบล็กลิสต์กลางห้ามเข้าสอบอีกต่อไป และปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ
ซัด‘กรรโชกเสียง’แลกเทงบ
ถกงบ 70 วันที่สองสุดอืด ปชน.พาเหรดถล่มกระทรวงเกษตรฯ เละ จวกกรมประมงเป็นกรมอควาเรียม-ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี “มนพร” รีบแจงโครงการยุค “เศรษฐา”
'อนุทิน' โผล่คอมเมนต์ ตอก 'วิโรจน์' เลิกสันดาปพูดเองเออเอง หลังโพสต์เย้ยภูมิใจไทยงับเบ็ดเลข 229
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊กสื่อหนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์ภาพและคำพูดของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ที่ระบุช่วงหนึ่งว่า “สมมุติผมพิมพ์เลข 229 แล้วเอามาโชว์ให้คุณดู ถ้าตัวเลขนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ คุณก็แค่อาจจะงงๆ แล้วก็ผ่านไป
วัดใจ 'อนุทิน' ชิง ‘ตัดไฟต้นลม’ ปิดทาง เติมพลัง 'ม็อบสนธิ’
‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “ทวงประเทศไทยคืนมา”

