ประเทศไทยอยู่ในห้วงสัปดาห์ของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ที่เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถพาประเทศไทยค่อยๆ กลับเข้าสู่จอเรดาร์โลกได้
ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นในสายตานานาประเทศ ที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ และภาคประชาสังคม จาก 191 ประเทศทั่วโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นระดับวีไอพี
งานนี้ประเทศไทยได้รับเสียงชื่นชม โดยเฉพาะจาก “คริสตาลินา กอร์เกียวา” กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่แถวหน้าในการได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนเอไอที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่เริ่มคิดล่วงหน้าเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนเอไอ
ขณะที่ “มาธิอัส คอร์มันน์” เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้กล่าวชื่นชมไทยเช่นกันว่า สัปดาห์นี้บทสนทนาทางเศรษฐกิจของโลกได้มารวมกันอยู่ที่กรุงเทพฯ การที่ไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank เป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของประเทศไทย และความสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ ยังพาไทยเปิดการประชุมร่วม IMF และ World Bank Group กลุ่มออกเสียงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAVG) ครั้งที่ 57 โดยมีผู้แทนประเทศสมาชิกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค รวมถึงแนวทางรับมือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น
ซึ่งที่ประชุมได้หารือถึงความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน การส่งเสริมการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งไทยได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี
ทั้งนี้แม้จะได้รับเสียงชื่นชมในการจัดงาน ที่รัฐบาลหวังดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งในห้วงการจัดงานยังมีเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียน สร้างรายได้มหาศาลให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจบริการต่างๆ จากผู้ร่วมงานระดับวีไอพีที่เดินทางเข้ามานับหมื่นคน ที่จะช่วยต่อยอดไปถึงภาคการค้า การลงทุน กระจายรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานรากก็ตาม แต่ด้วยปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของไทยเวลานี้ที่ไม่สู้ดีนัก
และรัฐบาลพยายามพยุงไว้ด้วยโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ในระยะสั้น ยังไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นที่พอใจของประชาชน บวกกับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ขณะนี้ ยังต้องทุ่มเม็ดเงินเยียวยาฟื้นฟูอีกจำนวนมาก
ด้วยปัญหาเศรษฐกิจและเรื่องความเหลื่อมล้ำต่างๆ ในการประชุมที่ไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ จึงมีเสียงค้านจาก “กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ” ที่ได้นัดมวลชนรวมตัวเพื่อประท้วงต่อต้านการประชุม มีการถือป้ายและหุ่นสัญลักษณ์ต่างๆ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการประชุมที่ระบุว่าเป็นเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศสาเหตุการชุมนุมว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาหนี้ครัวเรือน ความยากจน และวิกฤตสิ่งแวดล้อม ส่วนไอเอ็มเอฟกับธนาคารโลกกำหนดทิศทางการพัฒนาเงื่อนไขทางการเงินและเงินกู้ จึงมีจุดยืนคัดค้านบทบาทของทั้งสององค์กรและรูปแบบการพัฒนาที่เครือข่ายมองว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชน พร้อมทั้งกล่าวโจมตี “รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน” ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาคอร์รัปชันอีกด้วย
ทั้งนี้ การชุมนุมท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ต้องปิดถนนรัชดาภิเษกตั้งแต่แยกอโศกมนตรีไปจนถึงแยกพระราม 4 และมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจที่พยายามสกัดไว้ด้วย
ขณะเดียวกันยังมีเรื่องเฟกนิวส์ต่างๆ ที่พยายามโจมตี ทำให้การเป็นเจ้าภาพจัดเวทีระดับโลกของไทยต้องแปดเปื้อนในห้วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน จนทีมโฆษกรัฐบาลต้องเร่งออกมาชี้แจงแก้ข่าวกันรายวันอีกด้วย
และสำหรับงาน IMF-World Bank Group ยังต้องจับตาในวันนี้ 16 ตุลาคม ที่ นายกฯ อนุทิน จะเดินทางไปที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และมีภารกิจตลอดทั้งวันที่นั่น ในการประชุมใหญ่ประจำปีของ IMF และ World Bank Group และจะมีวงหารือกับผู้นำเศรษฐกิจหลายคน อาทิ ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังเยอรมนี รมว.การต่างประเทศ ความร่วมมือระหว่างประเทศและชาวอียิปต์ สาธารณรัฐอียิปต์ เป็นต้น
ส่วนการจัดงานระดับชาติครั้งนี้ประเทศไทยจะสามารถคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจ ดึงเม็ดเงินเข้ากระเป๋าคนไทยได้แค่ไหน ในขณะที่คนในประเทศกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง คงต้องรอดูผลสำเร็จหลังจบงาน 18 ตุลาคมนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบต้านทุนโลกค้างคืน หนูส่งทีมแพทย์มาเยี่ยม
ม็อบต่อต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ เดือด! บุกประชิดศูนย์ฯ สิริกิติ์ โจมตีทิศทางการพัฒนา กำหนดเงื่อนไขการเงิน
“สุชาติ” เปิดดีลธนาคารโลก 81.6 ล้านบาท หนุน พ.ร.บ.ลดโลกร้อน ปูทางไทยสู่ Net Zero 2050
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาระดมทุนสนับสนุนจากธนาคารโลก (World Bank) ในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) รวมประมาณ 81.6 ล้านบาท หรือ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
'เอกนิติ' ชงธนาคารโลกปลดล็อกระเบียบ–ข้อจำกัดเชื่อมโยงพลังงานทั้งภูมิภาค
รัฐบาลดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน 'เอกนิติ' เสนอธนาคารโลกช่วยปลดล็อกกฎระเบียบ–ข้อจำกัดด้านสัญญา เชื่อมโยงพลังงานทั้งภูมิภาค หนุนเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
นักวิเคราะห์ข้อมูลชำแหละดรามารายงาน IMF เรื่องอัตราโตจีดีพีไทยต่ำกว่าลาว-กัมพูชา
นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
ผวา ‘ตัดตอน’ คดีทุจริตสอบท้องถิ่น สังคมหวัง ‘ป.ป.ช.’ สาวถึง ‘ตัวใหญ่’
แน่นอนว่า ในทางกฎหมาย แม้จะมีการปล่อยตัว ‘วิน ธนพชรโภคิน’ หรือ ‘ดร.วิน’ กับ จ่าสิบตรีพิชิต และ น.ส.ศตพร ผู้ต้องหาในคดีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ้นเรือนจำ เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สรุปสำนวนและส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุดไม่ทันตามกรอบระยะเวลาฝากขัง แต่ยังไม่ถือว่าคดีนี้ยุติ
'เอกนิติ' นำถก IMF–เวิลด์แบงก์ รับมือเศรษฐกิจโลกป่วน-พิษ AI
“เอกนิติ” เป็นประธานประชุมผู้ว่าการ IMF–ธนาคารโลก กลุ่มออกเสียงเอเชียตะวั

