นายกฯ ซัดคนไม่รู้ความพูดให้ร้ายรัฐบาลเงินเยียวยาน้่ำท่วมหมด ย้ำ 4.7 พันล้านงบกลางปี 69 ต้องคืนคลัง แต่เกิดน้ำท่วมจึงนำมาจ่ายอย่างรวดเร็ว ครม.ไฟเขียวเยียวยา 10,508 ล้าน “โฆษกรัฐบาล” จวก สส.กทม.บิดเบือนเงินหมดทำ ปชช.ตื่นตระหนกเข้าแถวรอเงินเยียวยา กังขา กทม.ไม่รู้เรื่อง แต่ ตจว.-ท้องถิ่นทำได้เร็ว "ปลัดคลัง" กางแผนบรรเทาผลกระทบ-ฟื้นฟู ทำงานรวดเร็ว-ดึง 7 แบงก์รัฐพักหนี้พร้อมกัน-เคาะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0%
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วมว่า ที่มีการบอกว่ารัฐบาลไม่ได้วางแผนเตรียมงบหรือเงินหมดแล้ว นี่คือการพูดของคนไม่รู้ความ ที่บอกว่าไม่ได้วางแผนนั้น มันต้องเกิดภัยพิบัติก่อนถึงมีการไปสำรวจ เมื่อสำรวจแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบ จะทำเรื่องนำเสนอ ครม. ซึ่งเงินนี้ไม่ใช่เงินที่มาจากงบประจำ ต้องมาจากงบกลางของนายกฯ ก็นำมาเสนอนายกฯ หากเกิน 100 ล้านบาทก็ต้องเข้าที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติ ดังนั้นที่บอกว่างบประมาณหมดแล้วมันไม่ใช่แน่นอน ซึ่งทุกรัฐบาลที่ผ่านมางบเยียวยาจะต้องมาจากงบกลาง
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่ระบุว่า 4,700 ล้านบาทแรกใช้หมดแล้ว มันคืองบกลางที่เหลือตั้งแต่ปี 69 ที่จะต้องนำคืนสู่กระทรวงการคลัง เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนจึงไม่ได้ส่งคืนกระทรวงการคลัง เพราะรู้อยู่แล้วว่าสภาพน้ำท่วมขนาดนี้จะต้องมีการเยียวยา จึงนำมาตั้งเป็นงบยาวๆ ทำให้มีการจ่ายเงินเยียวยาได้เร็ว ตรงนี้คือประสิทธิภาพ
"วันนี้จึงมาประมาณการว่าน่าจะยังเหลืออีกกี่ครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเยียวยา ซึ่งสำนักงบประมาณก็ตั้งงบ 10,500 ล้านบาท เข้า ครม.วันนี้ เพื่อเป็นงบสำรองใช้ในการเยียวยาสถานการณ์น้ำท่วม ยืนยันว่าไม่ใช่ว่าเงินหมดแล้ว การกล่าวแบบนี้กับประชาชนถือว่าเป็นการให้ร้าย ซึ่งผมเชื่อว่าเขารู้แต่ตั้งใจที่จะให้ร้าย"
เมื่อถามว่า มองว่าการที่ประชาชนออกมารองบเยียวยาบริเวณหน้าสำนักงานเขต เป็นความผิดของ สส.พรรคประชาชนคนนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเขามาพูดด้วยสาเหตุอะไร แต่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเขาก็ต้องใช้เวลาสำรวจ มีการตั้งคณะกรรมการหลายชุด สมัยก่อนอาจจะเป็นนโยบายที่ต้องรอให้ภัยพิบัติจบก่อนแล้วค่อยมาจัดทำบัญชีจ่าย แต่พอเป็นรัฐบาลชุดนี้ First come First Serve (มาก่อนได้ก่อน) แต่ขออย่างเดียว ให้มีการตรวจสอบที่แม่นยำ อย่าผิดพลาด อย่าซ้ำซ้อน หากมีการยื่นเรื่องเข้ามาก็ขอให้ทยอยจ่ายเลย เพราะเรามีเงินอยู่แล้ว
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติงบกลางปี 2570 จำนวน 10,508 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งนายกฯ และ ครม.ให้ความสนใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่หลายเรื่อง ขอชี้แจงว่า ในระบบการจัดการเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือ กทม. ร่วมกับท้องที่คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือสำนักงานเขต จะต้องไปสำรวจความเสียหาย ขึ้นทะเบียนผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือผู้ประสบอุทกภัย แล้วนำข้อมูลมาเสนอยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จะรวบรวมรายชื่อเสนอของบ ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือก่อนหน้านั้นกว่าจะได้เงินเยียวยาต้องใช้เวลาอย่างน้อยเร็วสุดเป็นเดือน อย่างช้า 2-3 เดือน
นายเอกภพระบุว่า แต่รอบนี้ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.ย. ขณะที่วันที่ 30 ก.ย.เป็นวันสิ้นปีงบประมาณ งบกลางเหลืออยู่กว่า 4,700 ล้านบาท ครม.เห็นชอบให้นำเงินก้อนนี้มาเตรียมการไว้สำหรับเยียวยาตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่ให้เยียวยาและดำเนินการโดยเร็วที่สุด จึงมีมติ ครม.เมื่อ 29 ก.ย. ให้นำเงินเหลือจากงบกลางปี 2569 ตั้งไว้สำหรับเยียวยาเบื้องต้น เพราะถ้าเงินก้อนนี้ไม่ถูกกันไว้ จะถูกนำส่งคืนคลังตามระบบงบประมาณ และเมื่อมีการสำรวจข้อมูลผู้ประสบภัยและยื่นคำขอ ปภ.จึงได้ดำเนินการเร่งรัดจ่าย นายกฯ สั่งการให้ลดระยะเวลาลงเหลือ 1 วัน ประชาชนจึงได้รับเงินเยียวยาเร็วที่สุด แต่กลับถูกบิดเบือนว่าเงินหมดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องโกหก บิดเบือนไม่จริง ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ ปัญหาคือ ไปต่อแถว เพราะกลัวไม่ได้เงิน
นายเอกภพกล่าวอีกว่า เมื่อมีคำขอเข้ามาและประชาชนยังไม่ได้รับเงินเยียวยาอีกกว่า 1 ล้านครัวเรือน ครม.จึงมีมติอนุมัติงบกลางปี 70 แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเงินหมด อย่างนี้คือการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปแบบ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่มีการบิดเบือนว่าการลงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ทำให้ช้าไม่ได้เงินหรือไม่ เป็นข้อมูลที่ผิด รายชื่อทั้งหมดจะอยู่ในระบบท้องถิ่นหรือเทศบาล อบต.หรือ กทม.จะเห็นข้อมูล ซึ่งท้องถิ่นทั่วประเทศจะต้องไปตรวจสอบว่าจะอนุมัติจ่ายหรือไม่ รายชื่อเหล่านั้นหากถูกอนุมัติจัดส่งไปยัง ปภ. สั่งจ่ายได้ภายใน 2 วัน
“ทำไมต่างจังหวัดทั่วประเทศทำได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ทำไมเขาทำได้ ตรงไหนท่วมหรือไม่ท่วม ทำไม กทม.ไม่รู้ ทำไมสมาชิกเทศบาลหรือสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และ สส.ต่างจังหวัดถึงรู้เรื่อง แต่ทำไม สก.หรือ สส.ใน กทม.ไม่รู้เรื่อง ทำไมต่างจังหวัดจึงได้รับการดูแลดีกว่า กทม. ไม่ใช่ว่าใช้ระบบไม่เหมือนกัน แต่เป็นการใช้ระบบเดียวกัน แต่คนที่ประสานงานให้ประชาชน เขาเข้าใจงาน”
นายเอกภพกล่าวด้วยว่า กทม.และผู้ที่ทำงานเพื่อประชาชนต้องทำงานเพื่อชาว กทม. ช่วยกันตรวจสอบค้นหาดำเนินการ คนที่ได้จริงต้องได้ ไม่ใช่หน้าที่ ปภ.หรือธนาคารต้องไปตรวจสอบ แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของท้องถิ่น เทศบาล กทม. และ อบต.ที่ต้องดำเนินการ
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบมาตรการน้ำท่วมปี 2569 แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ภายใต้เกณฑ์พิเศษ ดังนี้ 1.ความรวดเร็วในการออกมาตรการช่วยเหลือ และนำเสนอที่เร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา 2.การพักชำระหนี้พร้อมกันทั้ง 7 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) เป็นครั้งแรก และ 3.การช่วยเหลือด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนแท้จริงที่เริ่มต้นตั้งแต่ 0%
โดยกลุ่มที่ 1 เป็นมาตรการบรรเทาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 7 แห่ง ซึ่งดำเนินการพักชำระหนี้พร้อมกันเป็นเวลาตั้งแต่ 3 เดือนถึง 1 ปี
ขณะที่กลุ่มที่ 2 มาตรการฟื้นฟู ได้จัดทำมาตรการซอฟต์โลน (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยซอฟต์โลนที่ 0.01% ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อนำไปปล่อยกู้ต่อแก่ผู้ประสบภัยที่ไม่ใช่ลูกค้าของแบงก์รัฐ วงเงินกู้ต่อรายรวมทุกสถาบันการเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้ในปีที่ 1-2 ไม่เกิน 3.5% ต่อปี และปีที่ 3-5 ไม่เกิน 5% ต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับเครดิตของผู้กู้
และกลุ่มที่ 3 มาตรการทางภาษีผ่าน 3 หน่วยงานจัดเก็บรายได้หลัก ประกอบด้วย กรมสรรพากร เปิดให้บุคคลธรรมดานำค่าซ่อมแซม หรือทำความสะอาดอาคารและห้องชุดมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และนำค่าซ่อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาหักลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ด้านค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 พร้อมทั้งขยายเวลายื่นแบบ และชำระภาษีทุกประเภท
ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรได้ยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่นำเข้าใหม่ เพื่อนำมาซ่อมแซมเครื่องจักรของผู้ประกอบการโรงงาน โรงแรม และสถานที่พักในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ กรมสรรพสามิต ได้ขยายเวลายื่นแบบชำระภาษี และส่งงบเดือนสำหรับผู้ประกอบการ และสถานบริการในพื้นที่ประสบภัยออกไปจนถึงวันที่ 15 พ.ย.2569
วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานรับคำร้องขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ณ สำนักงานเขตสายไหม โดยนายชัชชาติกล่าวว่า กทม.ขยายเวลารับคำร้องขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมถึงวันที่ 30 พ.ย.69 ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
ทั้งนี้ ประชาชนที่ยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 2 หรือ 3 แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ สามารถตรวจสอบสถานะผ่าน LINE OA เนื่องจากบางรายอาจระบุข้อมูลไม่ถูกต้องและต้องแก้ไขเพิ่มเติม โดยขอให้ประชาชนแจ้งข้อมูลตามความเป็นจริง หากพบว่ามีการยื่นข้อมูลเท็จ จะไม่สามารถอนุมัติเงินเยียวยาได้ตามกฎหมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สง่างาม!ติดฉัตรประดับพู่ ขบวนพยุหยาตราฯพร้อม
"สำนักพระราชวัง-กองทัพเรือ" ติดตั้งฉัตร พระวิสูตร ประดับพู่ "เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์" สง่างามสมพระเกียรติ
‘หนู’สั่ง3รมต. ลุยทำสงคราม โรงงานขยะพิษ
“อนุทิน” สั่งเข้มสกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามลงจากเรือ มอบ “ศุภจี-พลพีร์-สุชาติ” จัดการหากพบเป็นนอมินีฟันไม่เลี้ยง
ข้างหลังภาพ'อนุทิน-ธรรมนัส' กระชับอำนาจ'ภูมิใจไทย'
ก่อนจะระเบิดศึกซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และ 17 รัฐมนตรีสายสีน้ำเงิน โควตาภูมิใจไทย ที่มีการวางปฏิทินไว้ว่าจะให้ซักฟอกกันสัปดาห์หน้า ที่เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม
บี้ไอเดียร์โชว์ใบเสร็จขายหุ้นเว็บพนัน
“รมว.ยธ.” ปัดฟอกขาว “สุชาดา” คดีถือหุ้นเอี่ยวเว็บพนัน ยันดีเอสไอตั้งเรื่องสอบเอง เชิญสามีไอเดียร์-โรม-ศิริโชคเข้าให้ข้อมูล
อนุทินแอ่นอกสู้ เป้าซักฟอกทำการบ้าน ฝ่ายค้านยืนกราน5+1วัน
“อนุทิน” รับต้องทำการบ้านเยอะๆ เชื่อ “สำนักนายกฯ-มท.” โดนถล่มหนัก แจงภาพกินข้าว “ผู้กองธรรมนัส”
ของบกลางปี70 1หมื่นล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
น้ำท่วมรัดคอรัฐบาลหนู ยอมรับใช้งบกลางปี 69 เกลี้ยงแล้ว รองบปี 70 เยียวยาผู้ประสบภัย คาดแตะหมื่นล้าน

