“อนุทิน” รับต้องทำการบ้านเยอะๆ เชื่อ “สำนักนายกฯ-มท.” โดนถล่มหนัก แจงภาพกินข้าว “ผู้กองธรรมนัส” เป็นเพื่อนกันมานาน แยกมิตรภาพกับการเมือง ปัดตอบกระแสยุบ กธ.รวม ภท. ขออย่าเพิ่งถามปรับ ครม. หัวเราะหลังถูกถาม แบ่งกระทรวงริมน้ำ “พิพัฒน์” เผย 6 เดือนยังไม่ควรปรับเปลี่ยน “ศุภจี” ขอทำงานไม่กังวล “เพื่อไทย” บอกเสริมแกร่งรัฐบาลเป็นเรื่องดี แต่ห้ามแตะโควตาพรรค “ภราดร” กางไทม์ไลน์ชัดมีเวลาแค่ 3 วัน ไม่งั้นต้องรอไปกลาง พ.ย. “พริษฐ์” แย้มข้อสอบรออัดยุค “กินรวบ-โกยเรียบ-แก้ปัญหารายวัน”
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามสื่อมวลชนก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม (กธ.) จะร่วมรัฐบาลจริงหรือไม่ โดยนายอนุทินย้อนผู้สื่อข่าวว่า “กระแส” ก่อนเดินเข้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม.
ทั้งนี้ นายอนุทินได้ใส่นาฬิกาเรือนใหม่ ซึ่งนายกฯ บอกว่าไปซื้อร้าน Swatch ดูสวยดี
โดยนาฬิกาที่นายกฯ สวมใส่คือ Swatch รุ่น it’s Time รหัส SUSM409 คอลเลกชันใหม่ล่าสุด Swatch Essentials ตัวเรือนเป็น Io-ceramic และสายนาฬิกาเป็นสายซิลิโคน ตัวรัดสายสีน้ำเงิน และขนาดตัวเรือน 42 มิลลิเมตร ราคาอยู่ที่ 4,950 บาท
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายกฯ เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ดังนั้นถือว่าทุกกระทรวงต้องเตรียมความพร้อมชี้แจง เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานกันเป็นทีมเวิร์กอยู่แล้ว ในองค์ประกอบของรัฐบาลมีเพียง 2 พรรคการเมือง การประสานงาน การขอความร่วมมือต่างๆ ไม่ยาก
เมื่อถามว่า จากรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย กังวลกระทรวงใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สำนักนายกฯ กับกระทรวงมหาดไทยก็ต้องทำการบ้านเยอะๆ
ถามอีกว่า ดูท่าทีมั่นใจการตอบคำถามของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย นายอนุทินกล่าวว่า เราจะไปบอกว่ามั่นใจไม่ได้ เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยมีการลงมติ ถามว่ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ ข้างในมั่นใจ แต่จะมาบอกว่ามั่นใจมากครับ มันพูดอย่างนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าเสียงไว้วางใจในการอภิปรายจะมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถามก็ต้องกลับไปดูในประวัติศาสตร์ คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก มีแต่อนุทิน 1 ที่มีเสียงข้างน้อยเท่านั้น แต่ตอนนั้นไม่มีการอภิปรายก็ยุบสภาไปก่อน แต่พอมาเป็นอนุทิน 2 เสียงสนับสนุนในสภาวันนี้เกือบ 300 เสียง
เมื่อถามว่า วันที่ไปทานข้าวร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค กธ. ได้คุยอะไรกันบ้าง นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ต้องตอบด้วยหรือ คนเป็นเพื่อนกัน” ถามต่อว่ามีกระแสพรรค กธ.จะยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทินกล่าวว่า มันเป็นกระแส แล้วทำไมไม่คิดว่าตนเองกับ ร.อ.ธรรมนัสคบกันมาตั้งแต่ท่านเป็นผู้กองจริงๆ เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อย 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮาพึ่งพากันมาโดยตลอด พบปะพูดคุยกันอยู่เสมอ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ถ้าบอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้ แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่อยู่ในรัฐบาล ทุกอย่างต้องแยก เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองก็เป็นเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง เรื่องมิตรภาพก็ยังดีต่อกันได้ แต่เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง
ถามย้ำว่า กระแสข่าวพรรค กธ.จะเข้ามาร่วมรัฐบาล รวมถึงยุบพรรคมารวมกับพรรค ภท.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า มันยังไม่เกิด เรื่องแบบนี้จะพูดก่อนได้อย่างไร มีใครเขาพูดก่อน ไม่มี
เมื่อถามว่า มีการมองข้ามช็อตว่าหลังซักฟอกเสียงรัฐบาลจะมากขึ้น นายอนุทินกล่าวว่า ต้องทีละขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ซักฟอกเลย หลังซักฟอกเสร็จต้องชี้แจงแล้วลงมติ กว่าจะรู้ว่ามากขึ้นหรือน้อยลงต้องรอตรงนั้นก่อนค่อยมาถาม
ถามว่า การตอบเช่นนี้เท่ากับไม่ปฏิเสธว่าพรรค กธ.มีโอกาสร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่าแต่ละคนจะได้คะแนนเท่าไหร่ สมัยที่โดนอภิปรายตั้งแต่เป็น รมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย ถามว่ารู้หรือไม่ว่าจะได้กี่คะแนน นั่งลุ้นทุกทีว่าจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ลุ้นแม้กระทั่งว่าจะผ่านหรือไม่ ไม่มีอะไรมาบอกได้ว่าอย่างนี้ชัวร์ๆ ผ่านๆ เพราะเรามีเสียงข้างมาก เราไม่ได้บริหารบ้านเมืองแบบนี้ เราต้องมั่นใจในข้อมูลที่เราตอบข้อซักถาม ตอบข้อสงสัยข้อกล่าวหาของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งเราต้องตอบไม่ใช่แค่ตนเองคนเดียว แต่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายอีก 17 คนก็ต้องตอบ
หนูหัวเราะกระทรวงริมน้ำ
เมื่อถามว่า จะมีปรับ ครม.หลังการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า โอ๊ย อย่าเพิ่งไปถาม เมื่อถามถึงกระแสข่าวกระทรวงริมน้ำจะยกให้พรรค กธ. นายอนุทินย้อนว่า กระทรวงริมน้ำแปลว่าอะไร ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า กระทรวงพาณิชย์ และถามด้วยว่า วันนี้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ยังแข็งแรงอยู่หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะแต่ไม่ตอบคำถาม
เมื่อถามย้ำว่า สมมติหากพรรค กธ.ร่วมรัฐบาลจริงๆ นายอนุทินตอบสวนทันทีว่า อย่าสมมุติ รอ มันสมมติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปรายและยังไม่ลงคะแนนเลย รัฐบาลทำงานให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ใครจะเปลี่ยนรัฐบาล ต้องทำงานให้ประชาชนและประเทศอย่างเต็มที่ ตรงนี้จะไม่เสีย
ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์กรณีปรากฏภาพให้การต้อนรับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ จ.สงขลา ว่าไปดูการแข่งขันไทยลีกปกติ ไม่ได้มีมิติทางการเมืองเข้ามาเป็นโจทย์ให้พูดคุยกัน เรื่องการที่ใครจะเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่นายอนุทินเป็นผู้ตัดสินใจ
เมื่อถามว่า การปรากฏภาพนายอนุทินทานข้าวกับ ร.อ.ธรรมนัส เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า บังเอิญไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะด้วยจึงไม่ทราบ แต่นายกฯ กับ ร.อ.ธรรมนัสคุ้นเคยกัน ที่ผ่านมามีการรับประทานอาหารร่วมกันอยู่เรื่อยๆ หากให้ตอบก็คงตอบไม่ถูก
เมื่อถามว่า ขณะนี้ถึงเวลาจะดึงพรรค กธ.ร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง นายพิพัฒน์กล่าวว่า รอถามนายอนุทินดีกว่า รัฐบาลอนุทิน 2 ทำงานมาได้ประมาณ 6 เดือน หลายกระทรวงเริ่มเข้าที่เข้าทาง
ถามว่า การพูดเช่นนี้ไม่อยากให้ปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า คิดว่าการทำงานมา 6 เดือนยังไม่ควร แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่นายกฯ จะพิจารณา รวมถึงกรรมการบริหารพรรค ภท. ซึ่งตนเองไม่ได้เป็น
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และแกนนำพรรค ภท. กล่าวถึงภาพนายกฯ ร่วมรับประทานอาหารอินเดียกับ ร.อ.ธรรมนัส ว่าเป็นเรื่องการตีความมากกว่า การรับประทานอาหารกับใครถือเป็นเรื่องปกติ เพราะมีความคุ้นเคย
เมื่อถามว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ต้องถามนายกฯ เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล อำนาจอยู่ที่ท่าน ตอบไม่ได้ ส่วนกระแสข่าวว่ากระทรวงริมน้ำจะเป็นของพรรค กธ.นั้น ก็ดูจากข่าว แต่ตอบแทนไม่ได้ แต่จากที่อยู่ในเส้นทางการเมือง เรื่องนี้ก็มีห้วงเวลาของมัน รัฐมนตรีอาจมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเหตุผลในการปรับ ครม.เสมอไป
ศุภจีลั่นไม่กังวล
นางศุภจีกล่าวถึงกระแสข่าวกระทรวงริมน้ำจะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่า ไม่ทราบเลย และเมื่อถามว่าไม่ถอดใจใช่หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า “ไม่ค่ะ ทำงานทุกวัน”
สำหรับการอภิปรายฯ เตรียมรับมือไว้อย่างไรบ้าง นางศุภจีกล่าวว่า การอภิปรายฯ ทำให้เราได้มีโอกาสอธิบายว่าทำอะไรบ้าง ไม่มีอะไร เพราะไม่ได้เก็งข้อสอบ เพราะเรื่องที่เขาบอกมาเรื่องค่าครองชีพแพง ค่าสินค้าราคาแพง เราก็มีหน้าที่อธิบาย ไม่น่ามีอะไรเป็นพิเศษ
“ไม่มีความกังวล เพราะการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ แล้วแต่นายกฯ จะปรับอย่างไร” นางศุภจีกล่าว
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่กังวล เพราะการทำงานที่ผ่านมายึดตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายค้านจะถามเรื่องอะไรก็จะตอบถึงข้อเท็จจริง เพียงแต่เป็นครั้งแรกที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงต้องเตรียมการอย่างดี แต่ไม่มีอะไรเป็นที่กังวล เพราะได้เน้นย้ำในเรื่องความโปร่งใสและตรวจสอบได้อยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีอาจผูกโยงไปถึงความสัมพันธ์กับนายเนวิน หลังฝ่ายค้านตั้งข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อผลประโยชน์ทางการเมือง พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า รอให้เขาถามก่อน แต่ย้ำว่าไม่กังวล เพราะรับราชการมาทั้งชีวิต ไม่เคยถูกร้องเรียนหรือสอบสวน หรือปัญหาอะไรเลย ช่วงนี้เป็นช่วงออกพรรษา พระก็ต้องบวช เข้าใจว่าต้องรับกฐินบ้าง
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รัฐบาลเสนอ 3 วันว่า เนื่องจากวันที่ 26 ต.ค. นัดประชุม ครม.นัดพิเศษ และที่ 27-29 ต.ค. เตรียมไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ และวันที่ 30 ต.ค.เป็นการลงมติ หลังจากลงมติ วันที่ 30 ต.ค.-1 พ.ย. นายกฯ มีภารกิจต่างประเทศ ก่อนที่ในวันที่ 2 พ.ย.จะเปิดงานพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ซึ่ง ครม.จะเดินทางไปร่วมงานทั้งคณะ และถือโอกาสประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 พ.ย. ครม.ไม่สะดวกในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่สัปดาห์ถัดจากนั้น นายกฯ มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกประจำปี 2026 จึงทำให้มีช่วงว่างอยู่แค่นั้น และหากล่วงเลยไปถึงกลางเดือนถึงปลายเดือน พ.ย. ก็จะช้าออกไป ไม่ทันต่อเหตุการณ์ และความต้องการต่อฝ่ายค้านที่จะเร่งรัดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
“เรื่องขอเวลา 5 วัน คงคุยกันยาก เพราะในธรรมเนียมปฏิบัติไม่เคยมี และคิดว่าในหลายประเด็นคงนานเกินไป ขออย่าพูดว่า เราจะเอา 3 วัน เราจะเอา 5 วัน ขอให้ดูที่เนื้อหาสาระและกรอบระยะเวลาของทั้งสองฝ่าย ว่าแต่ละฝ่ายตามธรรมเนียมปฏิบัติจะได้เวลากี่ชั่วโมง”
ห้ามแตะโควตาเพื่อไทย
ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรามั่นใจว่าทาง ครม.ไม่ใช่มือใหม่กัน ผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาหลายครั้ง คงสามารถชี้แจงต่อสังคมได้ เวทีนี้เป็นเวที 2 ทาง ฝ่ายหนึ่งเป็นเวทีกล่าวหาของฝ่ายค้าน และเป็นเวทีที่ ครม.จะชี้แจงเพื่อเกิดความกระจ่างกับพี่น้องประชาชน
ส่วนการลงมติ จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่มีหรอก เราก็อยู่ด้วยกันในฐานะที่เป็นรัฐบาลร่วมกัน ไม่มีอะไรที่ต้องห่วงกังวลหรือต้องสงสัย การลงมติแน่นอนว่าเป็นสิทธิ์ของสมาชิก แต่โดยมารยาททางการเมือง ก็คงต้องให้การสนับสนุนและเดินไปพร้อมกันอยู่แล้ว
ถามถึงกระแสของพรรค กธ.ที่จะมาร่วมรัฐบาล นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน เราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะมีกระบวนการเพิ่มเติมในฝ่ายของรัฐบาล อย่างแรกก็ไม่ได้เสียหายอะไร ทำให้เสียงมีความมั่นคงขึ้น แต่ว่าคงต้องพูดคุยกัน แต่เรายืนยันว่าพรรค พท.เราทำงานอยู่ และยืนยันในสิ่งที่เรามีข้อตกลง
เมื่อถามว่า หมายถึงกระทรวงอย่ามายุ่งกับเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า แน่นอน เพราะมีการพูดคุยเบื้องต้นกันแล้ว ส่วนทางพรรค กธ.ยังไม่ได้พูดคุยกัน เรื่องนี้เป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของนายกฯ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงภาพนายอนุทินรับประทานร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส และมีข่าวจะควบรวมพรรคกันว่า นายอนุทินเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรีดี ทานข้าวกับหลายบุคคล ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วม หรือการควบรวมพรรค ต้องไปถามนายอนุทินในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ส่วนของพรรคเพื่อไทยเรามีโควตา 5 กระทรวง 8 ตำแหน่ง เชื่อว่าไม่กระทบ และพรรคเพื่อไทยยังทำงานปกติดีอยู่ในการสนับสนุนการทำงานภาพรวมของรัฐบาล เรื่องนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“ขอให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเราเข้าใจถึงมารยาททางการเมืองดี ขอให้สบายใจได้ในเรื่องนี้ ไม่มีแตกแถว” นายประเสริฐกล่าวตอบถึงเรื่องการลงคะแนนโหวต
ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ย้ำว่า เวลาที่น่าจะสมเหตุสมผลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ น่าจะอยู่ที่การอภิปราย 5 วันบวก 1 เพื่อลงมติ หากดูแนวทางการปฏิบัติของสภา โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 60 มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 4 ครั้งที่ผ่านมา
พริษฐ์โหมโรงข้อสอบ
“ขอย้ำอีกรอบว่า ที่ผ่านมามีการให้ข่าวฝ่ายเดียวจากรัฐบาลว่าต้องการวันที่เท่านี้ จะให้แค่กี่วัน ดังนั้นผมต้องย้ำว่า สภาไม่ใช่สาขาของรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่ควรคิดเองเออเองว่าจำนวนที่ต้องใช้อยู่ที่กี่วัน และเป็นวันอะไร เพราะเรื่องนี้ต้องเป็นข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่าย พูดตามตรง พอเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นญัตติที่ฝ่ายค้านย่อมรู้ดีที่สุดว่า เนื้อหาหลักฐานที่อยู่ในมือ มีมากน้อยอย่างไร ครอบคลุมกี่ประเด็น ฉะนั้นการที่รัฐบาลไปคิดเองเออเองว่าอภิปรายกี่วันจะเพียงพอ เป็นการข้ามขั้นตอนไป” นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์ยังกล่าวว่า ถ้าจะสรุปให้เห็นถึงภาพรวมในการอภิปรายครั้งนี้ โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดหรือข้อสอบมากเกินไป พฤติกรรมของรัฐบาลชุดนี้ หลายคนใน ครม.มีพฤติกรรมใน 3 คำ คือ กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาได้แค่รายวัน คำว่ากินรวบเป็นพฤติกรรมที่เราเห็น หลายคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเลือก สว. เพื่อหวังจะยึดกุมองค์กรอิสระ ให้ฝ่ายตัวเองทำอะไรก็ไม่ผิด ส่วนคำว่าโกยเรียบหมายถึงข้อครหาเรื่องการทุจริต สารพัดการโกง ไม่ว่าจะเป็นการโกงงบประมาณ โกงทรัพยากรที่เป็นของสาธารณะ โกงโอกาสพี่น้องประชาชน เช่น การโกงสอบท้องถิ่น เป็นต้น ส่วนการแก้ปัญหาได้แค่รายวัน คือสิ่งที่ปรากฏเห็นชัดไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตพลังงาน หรือวิกฤตน้ำท่วม
“หลักคิดของเราก็มีว่าทำไมถึงเป็น 5 วัน ยืนยันว่าต้องเป็นอภิปราย 5 วัน และลงมติอีก 1 วัน เป็น 6 วัน ย้ำว่าการเพิ่มวันอภิปรายไม่ได้หมายความว่าเพิ่มแค่ของฝ่ายค้าน แต่เป็นการเพิ่มเวลาให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงด้วย”
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป้าหมายคงหนีไม่พ้นนายอนุทินและนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งตนเองจองกฐินนายไชยชนก
“ในฐานะที่ผมเป็นหมอ ต้องบอกว่าเตรียมรถพยาบาล ผมเชื่อว่าต้องเตรียมรถพยาบาล ผมไม่ได้พูดเล่นๆ ไม่ได้เพ้อเจ้อ ไม่ได้มานั่งต่อปากต่อคำ ผมนิ่ง เงียบ แล้วตะครุบเหยื่อที่ไม่ตรงไปตรงมา”
นพ.วรงค์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรค กธ.ว่า การเมืองเวลามีภาพออกมามันมีบทสรุปอยู่แล้ว ซึ่งน่าจะชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรค กธ.จะร่วมรัฐบาล และน่าจะร่วมรัฐบาลหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะในทางปฏิบัติไม่มีหรอกที่ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลจะไปนั่งร่วมทานข้าวด้วยกัน ทุกอย่างจบแล้ว เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสมที่จะมีการปรับ ครม. มั่นใจว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีการปรับ ครม.แน่นอน
“ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวสมการรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว หากสันนิษฐานในฐานะที่วิเคราะห์การเมือง เชื่อว่าสมการนี้มีมูลทำให้น้ำเงินจำเป็นต้องลดการต่อรองของสีแดง ด้วยการเปิดโทนเขียวขึ้นมา ซึ่งทำให้สมการดังกล่าวไปต่อได้ยาก แต่ก็ไม่แน่ เพราะการเมืองเขาหักหลังกันตลอด” นพ.วรงค์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สง่างาม!ติดฉัตรประดับพู่ ขบวนพยุหยาตราฯพร้อม
"สำนักพระราชวัง-กองทัพเรือ" ติดตั้งฉัตร พระวิสูตร ประดับพู่ "เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์" สง่างามสมพระเกียรติ
เคาะงบเยียวยาหมื่นล. ซัดสส.กทม.ไม่รู้ความ
นายกฯ ซัดคนไม่รู้ความพูดให้ร้ายรัฐบาลเงินเยียวยาน้่ำท่วมหมด ย้ำ 4.7 พันล้านงบกลางปี 69 ต้องคืนคลัง
‘หนู’สั่ง3รมต. ลุยทำสงคราม โรงงานขยะพิษ
“อนุทิน” สั่งเข้มสกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามลงจากเรือ มอบ “ศุภจี-พลพีร์-สุชาติ” จัดการหากพบเป็นนอมินีฟันไม่เลี้ยง
ข้างหลังภาพ'อนุทิน-ธรรมนัส' กระชับอำนาจ'ภูมิใจไทย'
ก่อนจะระเบิดศึกซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และ 17 รัฐมนตรีสายสีน้ำเงิน โควตาภูมิใจไทย ที่มีการวางปฏิทินไว้ว่าจะให้ซักฟอกกันสัปดาห์หน้า ที่เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม
บี้ไอเดียร์โชว์ใบเสร็จขายหุ้นเว็บพนัน
“รมว.ยธ.” ปัดฟอกขาว “สุชาดา” คดีถือหุ้นเอี่ยวเว็บพนัน ยันดีเอสไอตั้งเรื่องสอบเอง เชิญสามีไอเดียร์-โรม-ศิริโชคเข้าให้ข้อมูล
ของบกลางปี70 1หมื่นล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
น้ำท่วมรัดคอรัฐบาลหนู ยอมรับใช้งบกลางปี 69 เกลี้ยงแล้ว รองบปี 70 เยียวยาผู้ประสบภัย คาดแตะหมื่นล้าน

