
ความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันพฤหัสบดีช่วงเช้า ทางคณะ กมธ.วิสามัญจะมีการพิจารณาประเด็นสำคัญคือ วิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
ดูเหมือนจะกลายเป็นประเด็นบานปลาย เมื่อ กมธ.แต่ละฝ่ายมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน โดยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เพื่อไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ต้องการนำคะแนนพรรคของแต่ละพรรคที่ได้รับ มาหารด้วย 100 ซึ่งตรงตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 91 กำหนดไว้
ส่วนพรรคขนาดกลางและเล็ก เห็นว่าต้องคำนวณหา ส.ส.พึงมีเสียก่อน และต้องหารด้วย 500 เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 ยังกำหนดให้มี ส.ส.พึงมีอยู่ ถ้าทำตามสูตรที่พรรคใหญ่เสนอจะเป็นการขัดมาตรา 93 และมาตรา 94 รวมถึงขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ทุกเสียงมีความหมาย ไม่ตกน้ำ แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าวิธีที่ตัวเองเสนอนั้นขัดมาตรา 91
เท่ากับว่าขณะนี้ไม่มีสูตรคำนวณใดเพียบพร้อมตามรัฐธรรมนูญทุกประการ!!!
ฉะนั้น เมื่อผ่านพ้นการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้ จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยแน่นอน จากแนวโน้มน่าจะต้องเป็นฝั่งของพรรคขนาดกลางและเล็กที่เป็นผู้ยื่น เพราะคาดว่าเสียงส่วนใหญ่ สูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบ 100 หาร น่าจะมีเสียงสนับสนุนมากกว่า
จะว่าไป ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ มาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เมื่อครั้งนั้นที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยเสียงข้างมากเห็นชอบรับหลักของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอ ที่เสนอแก้เพียงมาตรา 91 แต่ไม่ได้เสนอแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับ ส.ส.พึงมี ทำให้มาตราที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ในรัฐธรรมนูญ
ทำให้พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กหยิบช่องว่างนี้ขึ้นมาอ้าง เพื่อคัดค้านสูตรคำนวณแบบ 100 หาร
เมื่อวันพุธ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พูดชัดเจนว่า “ต้องยอมรับเป็นความบกพร่องของ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญบางส่วนแก้ไขไม่ครบถ้วน” แต่กระนั้นเจ้าตัวก็กันท่าว่า เหตุนี้ไม่ถึงกับต้องไปเปลี่ยนสัดส่วนในการคำนวณ เพราะในมาตรา 91 แก้ไขชัดเจนแล้ว
ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก็ยก 3 เหตุผลตอบโต้ นพ.ระวี มาศฉมาดล ตัวแทนพรรคเล็กที่สนับสนุนสูตร 500 หารว่า ข้อเสนอดังกล่าวนั้นมีปัญหาสำคัญ 3 ประการ คือ 1.ขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 มาตรา 91 ที่กำหนดการคำนวณสัดส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับคะแนนรวมของพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งรวมทั้งประเทศ ซึ่งตามหลักฐานรายงานการประชุม กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจะได้รับ กมธ.ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ใช้ 500 คนหาร แต่เห็นด้วยกับจำนวน 100 คนหาร
"ดังนั้นเจตนารมณ์ของมาตรา 91 ที่แก้ไข ต้องหารด้วย 100 คนเท่านั้น เพราะจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวนคะแนนรวม"
ประกอบกับ 2.ฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 89 วรรคท้าย ที่ห้าม กมธ.เพิ่มมาตราหรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราที่ขัดกับหลักการแห่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่รัฐสภารับหลักการทั้ง 4 ฉบับ กำหนดให้ใช้จำนวน 100 คนหาร และ 3.ทำลายเจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง จากการแก้ไขบัตรเลือกตั้งเป็น 2 ใบ เพื่อให้ประชาชนเลือก ส.ส.เขตจากคนที่ชอบ และอีกใบเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคที่ชอบ
บทสรุปของสูตรคำนวณ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย มั่นใจ วันนี้ กมธ.เสียงส่วนใหญ่จะลงมติให้ใช้ 100 หาร โดยมีพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐบางส่วน เป็นแนวร่วม ส่วนพรรคที่จะใช้ 500 หาร มีเพียงแค่ นพ.ระวี ส่วน ส.ว.ไม่ยอมแสดงจุดยืน
แม้กระบวนการของรัฐสภาจะเห็นด้วยกับ 100 หาร แต่สุดท้ายปลายทางของเรื่องดังกล่าวคงต้องขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับหรือไม่รับไว้พิจารณา และถ้ารับ จะวินิจฉัยว่าอย่างไร?.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

