'เจมส์' คัมแบ็ก โทรโข่งรัฐบาล ลุ้นรองโฆษกฯ เสริมทัพให้แกร่ง

หลัง น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลาออกจากการเป็น ส.ส. ส่งผลให้ นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เลื่อนขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อแทน

โดยล่าสุดนายธนกรได้ยื่นหนังสื่อลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ อย่างเป็นทางการ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แล้วเมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งสื่อมวลชนถึงการยุติบทบาทการเป็นโฆษกด้วยว่า

"เรียนพี่น้องสื่อมวลชนที่รัก ผมได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวาน (17 สิงหาคม 2565) ถือเป็นการยุติบทบาทโฆษกประจำสำนักนายกฯ อย่างเป็นทางการนะครับ

ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านจากใจจริง ที่ให้การสนับสนุนการทำงานของผม ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยดียิ่งมาโดยตลอด ความร่วมมือและแรงสนับสนุนของทุกท่านเป็นกำลังใจ ทำให้ผมสามารถขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ ผลงาน ภารกิจของท่านนายกรัฐมนตรี ตลอดในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่น   

แม้จากนี้ผมจะต้องเปลี่ยนบทบาทในการทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน แต่ก็ยังยินดีและพร้อมประสานกับพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเช่นเดิมครับ"

ขณะที่ช่วงเช้าวันที่ 18 ส.ค. นายธนกรได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อกราบลาอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุด้วยว่า “แม้จะต้องไปทำหน้าที่ ส.ส.แล้ว แต่ก็จะพยายามมาทำเนียบรัฐบาลบ้าง เพราะนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าให้ตนมาทำเนียบได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจจะมารับนายกฯ ในวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) บ้าง และการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีก็จะพยายามเดินทางไปด้วยทุกที่ เพื่อคอยประสานกับ ส.ส.ในพื้นที่”

สำหรับทีมโฆษกรัฐบาล ภายหลังจากนายธนกรลาออกจากตำแหน่ง จะเหลือเพียง 2 รองโฆษก คือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งโฆษกรัฐบาลคนใหม่แทนนายธนกร มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม สามารถตอบโต้ทางการเมืองได้ และยังมีงานสำคัญในช่วงปลายปี 2565 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกอีกด้วย 

และสำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกคัดเลือกรับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ เบื้องต้นที่มีรายชื่ออยู่ในตะกร้าให้ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจ ได้แก่ “เจมส์” -นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในทีมโทรโข่ง ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านการต่างประเทศ สามารถนำทีมทำงานในช่วงการประชุมเอเปกได้

นอกจากนี้ยังมีชื่อ “จั้ม”-นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี 2565 ที่ถือว่ามีโปรไฟล์ดีพอสมควร และยังเคยเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ก่อนลาออกในปี พ.ศ.2565 เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามผู้สมัครอิสระ

ขณะเดียวกันยังมีชื่อ “แรมโบ้”-นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนใกล้ชิดเคยทำงานคลุกคลีกับ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถตอบโต้ทางการเมืองได้ดี

และชื่อสุดท้ายที่ติดโผคือ นายวรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ปัจจุบันเป็นทีมด้านการสื่อสารของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)

นอกจากนี้อาจมีการปรับทัพ เสริมทีมโฆษกรัฐบาลให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก โดยมีชื่อ อ้น-น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมาเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ อีก 1 คน เพื่อมาช่วยชี้แจงทางการเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา น.ส.ทิพานันสามารถตอบโต้ฝ่ายค้าน เสมือนเป็นทีมองครักษ์ปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ในหลายๆ ประเด็นได้เป็นอย่างดี 

ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 204/2565 มอบหมายให้ นายอนุชา บูรพชัยศรี ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกหน้าที่หนึ่ง

ทั้งนี้ ก็เพื่อรองรับการประชุมเอเปกนั่นเอง ส่วนรองโฆษกคาดว่าจะเป็น อ้น-ทิพานัน

อย่างไรก็ตาม สำหรับโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จนถึงปัจจุบันมีมาแล้วรวม 5 คน ประกอบด้วย นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2557-14 พ.ค.2558 ถัดมาคือ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2558-26 ต.ค.2561 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ดำรงตำแหน่งเมื่อ 30 ก.ค.2562-29 ก.ค.2563 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งเมื่อ 18 ส.ค.2563-24 ส.ค.2564 และ นายธนกร วังบุญคงชนะ เริ่มดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2564-17 ส.ค.2565 ก่อนลาออกเพื่อไปรับตำแหน่ง ส.ส.ตามความฝัน

ต้องจับตา นายอนุชา บูรพชัยศรี จะเป็นโฆษกรัฐบาลคนสุดท้ายของ รัฐบาลลุงตู่ หรือไม่ เพราะต้นปี 2566  ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่แล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา‘2แม่ทัพใหม่’แก้วิกฤตพลังงาน ผ่าโครงสร้าง-กู้ศรัทธาประชาชน

จากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะ “น้ำมัน” ซึ่งขณะนี้รัฐบาลปล่อยราคาขึ้นตามกลไกตลาด จากรอบแรกปรับราคาขึ้นพรวดที่ 6 บาทต่อลิตร จนรัฐบาลโดนด่าระงม ล่าสุดวันที่ 2 เมษายน ปรับขึ้นอีก 3.50 บาทต่อลิตร

เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.

หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก

'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว

อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.

คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้