'บิ๊กเด่น'คว้าเก้าอี้ผบ.ตร.-'บิ๊กจ้าว'คุมนครบาล จัดขุมกำลังรักษาเสถียรภาพรัฐบาล

การเมืองเกี่ยวพันทุกองค์กร พลันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สะเทือนไปยัง “กรมปทุมวัน” ทันที เมื่อใกล้วาระการแต่งตั้งโยกย้าย “นายพล” ประจำปีที่จะมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน

ซึ่งในปีนี้หนึ่งเก้าอี้สำคัญ “ผบ.ตร.” ที่ว่างลง บิ๊กปั๊ด -พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เกษียณอายุราชการปลายเดือนกันยายนนี้ เดิมทีวันที่ 29 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 1/2556 เคาะ “ผบ.ตร.” คนที่ 13 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2556 แต่งตั้งนายพลระดับรอง ผบ.ตร.-ผบก. ระดับรอง ผบ.ตร. 4 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง ระดับ ผบช. 13 ตำแหน่ง ระดับรอง ผบช.36 ตำแหน่ง และ ผบก.17 ตำแหน่ง 

เมื่อศาล รธน.มีมติดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องยุติบทบาททันที โดยมี “บิ๊กป้อม”-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นรักษาราชการแทน ทำหน้าที่ประธาน ก.ต.ช. และ ก.ตร. เปลี่ยนจากทำเนียบรัฐบาลเป็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งแคนดิเดตว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ มีชื่อเสนอคัดเลือก 3 คน ประกอบไปด้วย “บิ๊กหิน”-พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ นายร้อยอบรม “บิ๊กเด่น”-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. นรต.38 และ “บิ๊กรอย”- พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. นรต.40 ขับเคี่ยววัดพลังพลัดกันขึ้นพลัดกันลงตามปัจจัยนอกรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 53 ระบุให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผบ.ตร. เสนอ ก.ต.ช. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่กูรูสีกากีฟันธง “บิ๊กปั๊ด”-พล.ต.อ.สุวัฒน์ จะเสนอชื่อ “บิ๊กเด่น”-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ รับไม้ต่อ

แต่การมาของ “บิ๊กป้อม”-พล.อ.ประวิตร ครั้งนี้ ถือเป็นอีกคำรบที่กุมบังเหียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อครั้ง “รัฐบาลประยุทธ์ 1” น้องตู่ให้พี่ป้อมเข้ามากำกับตำรวจแทน แต่มีข้อครหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่รวมศูนย์อำนาจ แต่งตั้งล่าช้า เกิดความผิดพลาด บางนายเสียชีวิตไปแล้วยังแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่ง บางคนตำแหน่งสูงกลับถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่า บางชื่อบางคำสั่งถูกยกเลิกทำให้องค์กรสีกากีถูกจับตามองด้อยค่า “ปฏิรูปตำรวจ” หนึ่งในนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ “บิ๊กป้อม” จึงต้องถอยออกไป กระทั่งได้กลับมาถูกช่วงถูกเวลาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีเสียว ก่อนวันที่ 29 ส.ค. ข่าวสะพัดกรมปทุมวัน พล.อ.ประวิตรอาจจะนั่งหัวโต๊ะเฉพาะ ก.ต.ช.พิจารณาเพียงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ ส่วนโผรอง ผบ.ตร.-ผบก. ยังไม่ลงตัวอาจจะมีการรื้อโผใหม่ แต่สุดท้ายวาระการประชุม ก.ตร.แต่งตั้งนายพลยังคงเดินหน้าต่อ

โผไม่พลิก “บิ๊กเด่น”-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  ได้รับการพิจารณาเป็น “ผบ.ตร.” คนที่ 13 อยู่ในตำแหน่ง 1 ปี เกษียณอายุปี 66 สำหรับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เป็นนักเรียนนายร้อย (นรต.) รุ่นที่ 38 และนักเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 22 เป็นรุ่นเดียวกันกับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีสายสัมพันธ์เหล่าทัพ และเป็นสายตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ได้รับความไว้วางใจจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ ดูแลหน้างานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ พร้อมยังเป็นผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)

มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังเป็นปัญหาในขณะนี้ ดีกรีจบปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ จาก City University ประเทศสหรัฐอเมริกา หลักสูตรการควบคุมฝูงชน ของ Tacoma Police Department ประเทศสหรัฐอเมริกา และ หลักสูตร Pacific Training Initiative (PTI) ของ F.B.I

ส่วน “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง เป็นไปตามคาดคือ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลูกชาย พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตอธิบดีกรมตำรวจ อาวุโสอันดับหนึ่ง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร ผู้ช่วย ผบ.ตร.นรต. 41 สายตรง พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.47 สายตรง “บิ๊กป้อม”

สำหรับ “ผบช.หน่วยหลัก” ที่ล้วนแต่มีผลต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง และการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลที่สารพัดกำลังโหมรุกไล่ล้มกระดาน 3 ป. หยุดสืบทอดอำนาจ การจัดวางตัวผู้นำหน่วยจึงสำคัญ เช็กขุมกำลัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เดิมทีวางตัว “บิ๊กอุ้ย” พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 นรต.38 รุ่นเดียวกันกับ ผบ.ตร.คนใหม่ กลับถิ่นเดิมเป็น “ผบช.น.” แต่สุดท้ายที่ประชุมแต่งตั้ง “บิ๊กจ้าว”-พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ที่ได้รับแรงสนับสนุนจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ เป็นแม่ทัพเมืองหลวง “บิ๊กอุ๊ย” นั่ง ผบช.ภ.1 ตามเดิม โดยโยก พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สกพ.ได้แรงขับ จาก “เสี่ยเฮ้ง" สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน มาเป็น ผบช.ภ.2 แทน

พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ส. โยกมานั่งเก้าอี้ ผบช.ภ.8 แทนที่ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ที่เกษียณอายุราชการ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจ เป็น ผบช.สพฐ. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา รอง ผบช.ก.ขยับขึ้น ผบช.สอท. โดยที่ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พล.ต.ท.ยรรยงค์ เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ยังอยู่ที่เดิม นอกจากนี้ทีมชุดสืบสวนมือทำงานของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ยังได้ดีถ้วนหน้า พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. เลื่อนเป็นรอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี ผบก.สส.บช.ภ.2 โยกมานั่ง ผบก.สส.บช.น.

โผแต่งตั้ง “นายพล” ครั้งนี้เป็นไปตามคาด ถึงแม้มีกระแสข่าวจะมีการรื้อโผใหม่ หลัง พล.อ.ประวิตรเข้ามาทำหน้าที่ประธาน ก.ตร. แต่ “สัจจะ” รักษาการนายกฯ ให้ไว้ “การแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ตำรวจ ให้เป็นไปตามขั้นตอน จะไม่รื้อโผที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางแนวทางไว้” ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น

การพิจารณาคัดเลือกตัวบุคคลตั้งแต่ ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร. หรือ ผบช. หลักๆ เป็นไปตามโผที่จัดไว้ก่อนหน้านั้น ถึงแม้จะมีตำแหน่ง “ผบช.น.” ที่เปลี่ยนในวงประชุม แต่คนที่มาก็คือสายตรงของ ผบ.ตร.คนที่กำลังจะเกษียณ.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กธ.ปรับขบวนทัพ รับสถานการณ์ 'ธรรมนัส' ค้าน ‘ไม่แค้น’

‘พรรคกล้าธรรม’ คือ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา มาตั้งแต่แรก การขยับขึ้นนำทัพเองในตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ ครั้งล่าสุด จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร

เกมใหม่หลังยกเลิกMOU44 ดึง‘กัมพูชา’เข้ากรอบ‘คนละครึ่ง’

แม้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยคะแนนสนับสนุนที่ท่วมท้น แถมมีพรรครอร่วมรัฐบาลรอเสียบ แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม เช่น คนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) ผลักดันทหารอาสา ยกเลิก MOU 44 เป็นต้น

ธนาธร-กลุ่มเพื่อนเอก ตรึงพรรคส้ม "พิจารณ์"คัมแบ็กยืนแถวหน้า

หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก

สัญญาณเตือนคดี 'ศักดิ์สยาม' เสี่ยงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ-รบ.

คำชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม

จับตาพรก.กู้เงิน5แสนล้านสู้วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจ หรือแบกหนี้อ่วม!

รัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เตรียมพิจารณาออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรองรับวิกฤตต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากเกิดความสับสนว่าจะกู้เงินหรือไม่

‘มวยล้มต้มคนดู’ หรือทุบโต๊ะล้างบาง? บทพิสูจน์ดีเอสไอคลายปม ‘คดีน้ำมัน’

มหากาพย์การสอบสวนขบวนการ "น้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร" ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะคดีพิเศษที่ 59/2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุดในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการปราบปรามปรากฏการณ์ อาชญากรรมทางพลังงาน ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดินและเงินในกระเป๋าของประชาชน