
หลังพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดตัว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ถึงวันนี้บทบาทของพล.อประยุทธ์ ในหมวกใบที่สองได้เริ่มขึ้นแล้ว ทั้งในฐานะนายกฯและฐานะสมาชิกพรรค
ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า “บทบาทของตนเองต้องเปลี่ยนตามวาระที่ไป อันไหนที่เป็นเรื่องของรัฐบาลผมมีหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องดูแลคนทั้งประเทศทุกจังหวัด มีปัญหาตรงไหนก็ไปแก้ตรงนั้นในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเป็นการหาเสียงก็ว่ากันไป ผมก็ต้องกำหนดบทบาทตัวเองให้ชัดเจนเท่านั้นเอง”
ทั้งนี้การก้าวสู่เส้นทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ท่ามกลางบรรดาขุนพลจากหลากหลายสายที่ชัดเจนเป็น “ทีมลุงตู่” ต่างหลั่งไหลเข้าซบพรรครวมไทยสร้างชาติไม่หยุด ซึ่งล่าสุดกระแสข่าวแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ระดับบิ๊กเนมจะย้ายเข้ามาสังกัดรวมไทยสร้างชาติ อาทิ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำภาคเหนือ รวมถึง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ขณะที่ทางพรรคเองก็ได้ทยอยเปิดตัวบุคคลสำคัญเข้าร่วมสังกัดพรรคต่อเนื่องด้วยเช่นกัน พร้อมจัดคิวเปิดเวทีปราศรัย ที่จะประเดิมพื้นที่แรกและเวทีแรกของพรรคอย่างยิ่งใหญ่ที่จังหวัดชุมพร ในวันเสาร์ที่ 28 มกราคมนี้ ในงาน “รวมไทยสร้างชาติ เปิดประตูสู่ภาคใต้” โดย พล.อประยุทธ์ พร้อมผู้บริหารและแกนนำพรรค จะยกเครื่องบินเช่าเหมาลำจากกรุงเทพฯไปยังสนามบินชุมพร เมื่อเดินทางมาถึงจะเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการเข้าสักการะศาลหลักเมือง และสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ก่อนพบปะกับผู้นำท้องถิ่น ที่นำโดย นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร
และเริ่มเวทีปราศรัยในเวลา 17.00 น.- 20.00 น. ที่ลานหน้าเทศบาลเมืองชุมพร โดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค จะปราศรัยเป็นคนแรก จากนั้นเป็น นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะสมาชิกพรรค ถัดมาเป็น นายชัชวาวล์ คงอุดม สมาชิกพรรค นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษาพรรค ก่อนที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค จะขึ้นเวทีปราศรัย และ ไฮไลท์สำคัญ เวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นปราศรัยเป็นครั้งแรกประมาณ 45 นาที ก่อนจะพบปะกับประชาชนแบบเป็นกันเอง
โดยเวทีปราศรัยครั้งนี้คาดว่าจะมีประชาชนร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน ให้สมฐานะเจ้าบ้านอย่าง “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร 3 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ที่ชัดเจนอยู่ทีมลุงตู่ ขณะที่ทางพรรคก็ได้มีการพีอาร์เชิญชวนชาวชุมพรและจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมเชียร์ “ลุงตู่” และฟังการปราศรัยของแกนนำพรรคด้วย
ส่วนบรรยากาศในพื้นที่จังหวัดชุมพรขณะนี้ได้มีการขึ้นป้ายต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ และป้ายจาก ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร ตามจุดต่างๆกันแล้ว ขณะที่การรักษาความปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงปฏิบัติภารกิจในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ทางพรรคจะใช้ทีมรักษาความปลอดภัยชุดพิเศษมาดูแล ไม่ได้ใช้ทีมปกติในภารกิจนายกฯแต่อย่างใด
ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ภาคใต้ถือเป็นพื้นที่จุดแข็งของพรรครวมไทยสร้างชาติในการปักธงเจาะส.ส.เขต ด้วยมีฐานเสียงใหญ่ของทีมลุงตู่ อย่าง “ลูกหมี” พร้อมทีมบ้านใหญ่มิตรสหายของลูกหมี อย่าง “กำนันศักดิ์” พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ที่สวมเสื้อรวมไทยสร้างชาติแล้ว และ นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร อดีตนายก อบจ.พัทลุง ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
และสำหรับจังหวัดชุมพร พื้นที่นี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แก่ นายวิชัย สุดสวาทดิ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร หลายสมัย ลงสมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 มีพื้นที่เลือกตั้ง อำเภอเมืองชุมพร และอำเภอสวีบางส่วน และนายสันต์ แซ่ตั้ง อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ลงสมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 2 พื้นที่เลือกตั้งอำเภอท่าแซะ อำเภอปะทิว และอำเภอเมืองชุมพรบางส่วน ซึ่งนายวิชัยและนายสันต์ ต่างเป็นคนสนิทของลูกหมี
ส่วนผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ชุมพร ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะมีพื้นที่เลือกตั้งในอำเภอหลังสวน อ.ทุ่งตะโก อ.ละแม อ.พะโต๊ะ และ อ.สวี บางส่วน ขณะนี้ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า “ลูกช้าง” นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลัง พี่ชายของลูกหมี จะลาออกมาสวมเสื้อรวมไทยสร้างชาติ อีกคนด้วยเช่นกัน
นับว่าพื้นที่ชุมพรเป็นอีกฐานเสียงสำคัญของพรรค ที่ประชาชนยังมีใจให้ลุงตู่ พร้อมเสริมทัพแข็งแกร่งด้วยทีมบ้านใหญ่จุลใส จึงเชื่อว่าการเลือกเหยียบเมืองชุมพรเป็นพื้นที่แรกของ “ลุงตู่” ครั้งนี้ จะสามารถโกยคะแนนจากชาวปักษ์ใต้ได้ไม่น้อย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”
มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?
คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง
สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'
ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ

