
เส้นทางใหม่ทางการเมืองของ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง -อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เลือกเดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังอยู่มา 29 ปี เป็น ส.ส. 8 สมัย นอกจากทำให้ต้องติดตามกันดูว่าหลังจากนี้ พรรค ปชป.จะมีการปรับทัพในภาคใต้และจะมีการป้องกันเลือดไหลออกอย่างไร
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แวดวงการเมืองได้รับรู้อย่างเป็นทางการแล้วว่า อดีตกลุ่ม 4 กุมาร พลังประชารัฐ โดยการนำของ อุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง-อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพรรค พปชร. ที่มี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ เป็นกัปตันทีม กำลังเตรียมเปิดตัวการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่
หลังที่ผ่านมามีกระแสข่าวทางการเมืองเรื่องกลุ่ม 4 กุมาร มีการซุ่มทำการเมือง เตรียมตั้งพรรคมานาน แต่ก็ยังไม่มีใครยืนยันหรือเห็นความเคลื่อนไหวที่แน่ชัด แต่การลาออกจาก ปชป.ของนิพิฏฐ์ ทำให้ทุกข้อสงสัยกระจ่างชัดทางการเมือง
ยิ่งเมื่อ สนธิรัตน์ ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้คุยเฉพาะนายนิพิฏฐ์ แต่คุยกันกับคนหลายกลุ่ม ทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการพูดจากัน แต่หากยังไม่ลงตัวตามที่เราคาดว่าจะเป็นประโยชน์ เราก็จะไม่เดิน
ความเคลื่อนไหวในเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองของกลุ่ม 4 กุมาร ที่ประกอบด้วย อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.การอุดมศึกษาฯ-กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เริ่มตกเป็นที่จับตามอง หลังมีการเปิดตัว Thailand Future Foundation ที่เรียกกันว่า กลุ่มไทยแลนด์ฟิวเจอร์ เมื่อช่วงกลางปีนี้ ที่มีณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ หลานชายของ ดร.สมคิด และณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ลูกชายของสมคิดเป็นคีย์แมน โดยที่ช่วงแรกอุตตมเป็นโต้โผในการเปิดตัวไทยแลนด์ฟิวเจอร์ด้วยตัวเอง จนถูกมองว่าเป็นการเริ่มเซตเกมของสมคิดและสี่กุมารในการตั้งพรรคการเมือง แต่หลังจากนั้น กลุ่มไทยแลนด์ฟิวเจอร์ก็ขับเคลื่อนไปด้วยตัวเองในลักษณะการเป็นกลุ่ม Think Tank ของสังคมในด้านต่างๆ
ท่ามกลางกระแสข่าวที่เริ่มมีข่าวออกมาเรื่อยๆ กลุ่มสี่กุมารและทีมงานของสมคิดเริ่มวางแผนเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยทำแบบค่อยเป็นค่อยไปบนการประเมินสถานการณ์การเมืองไปเรื่อยๆ เพื่อดูว่าจะเหยียบคันเร่ง-ผ่อนคันเร่ง เปิดตัวพรรคเมื่อใด เพราะมีข่าวว่ากลุ่มสมคิด-อุตตม ประเมินว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะประคองรัฐนาวาของรัฐบาลให้อยู่ครบ 4 ปีให้ได้ ทำให้กว่าจะมีการเลือกตั้งก็ประมาณต้นๆ ปี 2566 แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองหลายอย่างเริ่มปรับไปตามจังหวะ เช่น มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้บัตร 2 ใบ ที่เป็นระบบที่ไม่เอื้อกับพรรคการเมืองตั้งใหม่ ผนวกกับปัญหาในพลังประชารัฐ ระหว่างพลเอกประยุทธ์กับกลุ่มธรรมนัสก็ยังคุกรุ่นอยู่ อาจจะมีการแตกหักในช่วงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจกลางปีหน้า ที่ตอนนั้นการแก้ไขกฎหมายลูก 2 ฉบับ เพื่อรองรับรัฐธรรมนูญน่าจะแล้วเสร็จพอดี จนอาจมีการยุบสภาฯ เกิดขึ้นกลางปี
ผนวกกับคาดว่ากลุ่มสี่กุมารคงเห็นแล้วว่าต้องขยับเรื่องตั้งพรรคหากจะเดินหน้าเอาจริง เพราะกว่าจะทำพรรค ทำแบรนด์พรรคให้คนจดจำได้ ต้องใช้เวลานานพอสมควร หากเปิดตัวช้ากว่านี้จะไม่ทันการณ์
ด้วยเหตุนี้ทำให้ช่วงที่ผ่านมาเลยมีกระแสข่าวออกมาตลอดว่า กลุ่มสี่กุมาร เลยเริ่มขยับการเมืองกันมากขึ้น มีการส่งคนไปเดินสายพูดคุยการเมืองกับคนหลายกลุ่มแบบวงเล็ก-ปิดลับ เพื่อดึงหลายคนมาร่วมงานการเมืองด้วย แต่สุดท้ายก็มาโป๊ะแตก ข่าวรั่ว กับกรณี ของนิพิฏฐ์เสียก่อน เพราะเดิมทีกลุ่มสี่กุมารต้องการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนมกราคมปีหน้า แต่เมื่อไพ่ของสมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์ ถูกเปิดออกมาแล้ว ทำให้ทั้งหมดเลยต้องเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2565
อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวการเมืองว่า ก่อนหน้าที่กลุ่มสี่กุมารจะตัดสินใจตั้งพรรคการเมือง พบว่าคนในกลุ่มมีการเดินสายไปคุยการเมืองกับคนหลายกลุ่ม รวมถึงพรรครัฐบาลในปัจจุบัน อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอุตตม-สนธิรัตน์ ก็คุ้นเคยดีอยู่แล้ว เพราะเคยร่วมเจรจาตั้งรัฐบาลกับแกนนำประชาธิปัตย์ จนเคยมีข่าวว่าสนธิรัตน์จะย้ายมาอยู่ ปชป.ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวว่าไปคุยกับคนในพรรค ไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ด้วยตอนที่เจ๊หน่อยเริ่มเปิดตัวตั้งไทยสร้างไทย แม้แต่กับ พรรคกล้า ของกรณ์ จาติกวณิช ก็มีกระแสข่าวว่า กลุ่มสี่กุมารก็เคยส่งคนไปคุยการเมืองกับคนในพรรคกล้ามาแล้ว
ข่าวบอกว่า อย่างไรก็ตาม การหารือของกลุ่มสี่กุมารกับคนการเมืองหลายกลุ่มหลายพรรค ยังมีปัญหาติดขัดหลายเรื่อง เลยทำให้กลุ่มสี่กุมาร เลยเห็นว่า เมื่อเป็นแบบนี้ก็เลยมาตั้งพรรคการเมืองกันเองเลยดีกว่า และเซตทีมกันใหม่หมด
ด้าน แหล่งข่าวที่เป็นหนึ่งในทีมงานการเมืองที่ร่วมตั้งพรรคการเมืองใหม่กับกลุ่มอุตตม-สนธิรัตน์ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ผลการหารือล่าสุดของกลุ่มสี่กุมารยืนยันว่าให้เดินหน้าเตรียมเปิดตัวพรรคในเดือนมกราคมปีหน้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคดังกล่าวจะมีคำว่า "ไทย" รวมอยู่ด้วย
"พรรคใหม่ของสี่กุมาร ตอนนี้มีชื่อพรรคเรียบร้อยแล้ว แต่จะไม่ใช่ชื่อพรรคไทยชนะ พรรคนำไทย อะไรอย่างที่มีกระแสข่าว และไม่ใช่ชื่อไทยแลนด์ฟิวเจอร์ อย่างที่มีการคาดหมายกัน เพราะกลุ่มดังกล่าวถูกวางให้เป็น Think Tank อิสระ ของคนรุ่นใหม่ ส่วนตอนนี้อาคารสถานที่ ที่จะเป็นที่ทำการพรรคก็ทำไว้หมด เตรียมเปิดใช้อย่างเป็นทางการต้นปีหน้าแล้ว ทางเรามีการลิสต์ชื่อคนที่พรรคจะไปติดต่อทาบทามให้มาอยู่ด้วยจำนวนมาก บอกได้เลยว่า ในกลุ่มสี่กุมารมีการไปคุยกับคนหลายกลุ่มมาก ทั้งนักการเมือง อดีตนักการเมือง ระดับบิ๊กเนม ในแวดวงการเมือง เรียกได้ว่าเปิดชื่อมาฮือฮา กรณีของคุณนิพิฏฐ์คือหนังตัวอย่าง และยังมีพวกนักธุรกิจ กลุ่มนักวิชาการ เทคโนแครตหลายคนที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ
และที่จะเรียกเสียงฮือฮาก็คือ จะมีนักธุรกิจใหญ่ชื่อดังของประเทศ เรียกได้ว่าระดับบิ๊กเนมมากๆ ตัวจริงของวงการเศรษฐกิจ ก็จะมาแบ็กอัพมาอยู่ด้วยกับพรรคใหม่ของสี่กุมาร บอกได้อย่างเดียวว่า ทุกอย่างพร้อมหมดแล้วกับการเปิดตัวพรรคสี่กุมารเดือนมกราคมนี้ แหล่งข่าวที่อยู่กับทีมกลุ่มสี่กุมารให้ข้อมูลไว้
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนี้ ดีลตั้งพรรคของสมคิด-กลุ่มสี่กุมาร ไม่ล้มเสียก่อน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองตั้งใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะที่แย้มบอกว่าจะมี นักธุรกิจระดับบิ๊กเนม มาร่วมแบ็กอัพสนับสนุนพรรค
สุดท้ายแล้ว จะใช่นักธุรกิจด้านพลังงาน “เสี่ย...” ที่แวดวงการเมืองรู้กันดีว่า สนิทสนมแนบแน่นกับสนธิรัตน์ อดีต รมว.พลังงานหรือไม่?.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กธ.’ถอยหมดจนติดกำแพง เหลือแค่‘น้ำเงิน’ลิขิตชะตา
จากพรรคที่ใครต่อใครคิดว่า ‘แบเบอร์’ ที่สุดในการจับมือตั้งรัฐบาลร่วมกับ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ต้องกลายมาเป็นพรรคการเมืองที่ต้องลุ้นที่สุดว่า จะ ‘ตกขบวน’ หรือไม่ สำหรับ ‘พรรคกล้าธรรม’ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค
ดรามา'คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด' เดิมพันกกต.-รัฐบาลสีน้ำเงิน
หลังสิ้นเสียงประกาศปิดหีบเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569
พรรคส้มน้ำลดตอผุด ลากไส้-แฉ-ประจาน-เปิดศึก
ปัญหาการบริหารจัดการภายใน พรรคประชาชน รวมถึงเรื่องพฤติการณ์ส่วนตัวของคนในพรรค ซึ่งที่ผ่านมามีมาตลอดตั้งแต่ยุค อนาคตใหม่ มาจนถึง ก้าวไกล และ พรรคประชาชน ที่พบว่าบางเรื่องก็ "ซุก" ไว้ได้สำเร็จ แต่บางเรื่องก็น้ำลดตอผุด
เกมลดอำนาจต่อรอง'พรรคร่วม' 'น้ำเงิน'กุมสภาพ'หล่อเลือกได้'
พ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์มา 1 สัปดาห์พอดี แต่ควันหลงการลงคะแนนเลือกตั้งยังไม่จบ หนำซ้ำกลับยิ่งอลหม่าน เริ่มต้นจากกรณีเขต 1 ชลบุรี ที่มีมวลชนในนาม "นับใหม่" ไปเฝ้าหีบบัตรเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ เนื่องจากพบสิ่งผิดปกติหลายประการ
“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ
สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน
"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"
ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

