สถานการณ์ในพรรคเพื่อไทยคุกรุ่น เมื่อ “เฉลิม อยู่บำรุง” สส.บัญชีรายชื่อ ผู้อาวุโสของพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโวยวาย นายใหญ่-“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ หลังจากได้ยินรายงานข่าวพูดแบบใหญ่โตว่า “อาเหลิม” เป็นคนกวนโอ๊ยทั้งพ่อทั้งลูก เลยไม่ให้ตำแหน่ง
จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นเป็นของ อดีตนายกฯ ทักษิณ จริงหรือไม่ เพราะเจ้าตัวยังอยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ อ้างว่าป่วยหนัก จะเจอกับผู้คนได้อย่างไร มีเพียงรายงานข่าวเท่านั้น แต่เอาเป็นว่า “เฉลิม” เชื่อในข่าวลือนี้
โดยล่าสุด เฉลิม ออกมาตัดความสัมพันธ์ ตัดพ้อว่า “คุณเข้าใจผิด ผมไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับคุณ ผมมีความสุข พูดอะไรระมัดระวังบ้าง คุณใหญ่โตได้ในพรรคของคุณ คุณไล่ผมออกสิ นึกถึงแก้คดี 8 คดีให้คุณแล้ว ผมคิดว่าคุณจะเปลี่ยนนิสัย แล้วเวลาใช้คำพูดถึงผม อย่าเอ่ยมือเอ่ยเท้ามันไม่สุภาพ และผมก็มีมือมีเท้าที่จะเอ่ยถึงเหมือนกัน ผมจะหันหลังให้คุณตลอดชีวิต ที่พูดมาทั้งหมดถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต ที่ผ่านมาผมไม่ได้สนิทกับครอบครัวนายทักษิณ ผมสนิทเพียงนายทักษิณและคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เท่านั้น แต่หลังจากนี้คงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก มันสายเกินไปแล้ว”
ขณะที่ “วัน อยู่บำรุง” ลูกชายของ “อาเหลิม” ก็ออกมาไลฟ์สดเปิดเผยถึงอย่างไรจะไม่ไปจากอกเพื่อไทย และยืนยันทั้งพ่อและตัวเอง “ไม่เคยพูดกวนโอ๊ย รู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่”
"ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าข่าวนี้มาจากไหน และไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นคนให้ข่าว เห็นในเนื้อข่าวบอกว่าพ่อกับตนไปพูดกวนโอ๊ย ยืนยันว่าไม่เคยพูดจาให้ร้ายพรรคเพื่อไทยแม้แต่ครั้งเดียว ถามว่าน้อยอกน้อยใจบางเรื่องมีไหม ก็มี แต่ก็ได้แต่บ่นน้อยอกน้อยใจ แต่ก็ไม่เคยไปพูดจาให้ร้ายพรรค และตนก็จำไม่ได้ นึกไม่ออก เพราะไม่เคยทำ ผมไม่เคยพูดจากวนตีนใส่ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคแม้แต่ครั้งเดียว ผมยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อว่าข่าวนี้จริงเท็จอย่างไร แต่ในเนื้อข่าวบอกว่าท่านทักษิณด่าผมพูดจากวนโอ๊ย แต่ผมไม่เคยพูดจากวนใคร ตนเองรู้จักเด็ก รู้จักโต รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ยังไม่รู้ข่าวมาจากใคร จะอยู่เพื่อไทยไปตลอดจนกว่าเพื่อไทยจะไม่รักผม ไม่รักครอบครัวผม ไม่ให้โอกาสพวกผม เรื่องนี้พูดไว้เท่านี้พอ” นายวันกล่าว
อย่างไรก็ตาม เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า “เฉลิม” จะคล้ายกับกรณีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.-แกนนำคนเสื้อแดงหรือไม่ เพราะ 2 คนนี้ในอดีตก็เคยเป็นองครักษ์ของเพื่อไทย เป็นมือเป็นไม้มานาน แต่สุดท้าย “ตู่-จตุพร” ก็ต้องออกมา เพราะเข็ดกับหลายสิ่งหลายอย่างกับพรรคเพื่อไทย ที่มี นายใหญ่-ทักษิณ บงการ หลังจาก ทักษิณ พูดให้ร้าย จตุพร ก็ตัดญาติขาดมิตรกันเลย
จากนั้น “จตุพร” ก็เดินหน้าทั้งแฉ ลากไส้ตัวตนที่แท้จริงของผู้บริหารเพื่อไทย แต่สำหรับ “เฉลิม” ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอย่างไร แต่ถ้าวางบทบาทเหมือน “ตู่” รับรองว่างานนี้มันส์หยด เพราะ “เฉลิม” เป็นผู้กุมความลับระดับใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ต้นกำเนิดสีเสื้อ มีบทบาทเป็นเครื่องด่าทำงานแบบสุดใจ ประกอบกับเรื่องที่ผ่านมา “เฉลิม” ไม่เข้าโหวต “เสี่ยนิด”-เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้เป็นนายกฯ ทั้งๆ ที่เสนอมาจากพรรคเพื่อไทย โดยมีรายงานข่าวออกมาระบุว่า “เนื่องจากไม่สบายใจต่อการตัดสินใจทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล”
เรื่องนี้ยังร้อนถึงแกนนำพรรคเดียวกัน โดย “อ้วน”-ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้ระบุว่า “ส่วนตัวยังคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทุกๆ อย่างก็น่าจะเป็นไปด้วยดี และเฉลิมอยู่กับพรรคเพื่อไทยมานาน รวมถึงให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่พรรคในเรื่องต่างๆ อยู่แล้ว และจะหาโอกาสพบกับเฉลิมในเร็วๆ นี้ ซึ่งได้ข่าวว่าเฉลิมไม่ค่อยสบาย และหากได้พูดคุยแล้วผลออกมาเป็นอย่างไรก็จะนำมาแบ่งให้สื่อมวลชนทราบ แต่ขอย้ำว่าไม่มีปัญหา ขอให้ทุกคนสบายใจได้ โดยเฉลิมยังเป็นที่เคารพของคนในพรรค และเป็นผู้ที่มีบทบาทในพรรคอยู่แล้ว”
ดั่งคำที่บอกว่า อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ใครๆ ก็บอกว่า “ทักษิณ” จะได้กลับไทยในวันที่ประเทศไทยมีหิมะตก แต่ “โทนี่” ก็กลับมาแล้ว
เรื่องนี้อาจจะเป็นการพิสูจน์ว่า “เฉลิม” ที่กรีดเลือดออกมาเป็นสีแดงสด สีเลือดอาจจะเปลี่ยนก็ได้ ถ้าถ่ายเลือดออกไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน
ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"
กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

