จนถึงขณะนี้เชื่อได้ว่า ครอบครัว ชินวัตร ตลอดจนแกนนำรัฐบาลเพื่อไทยอย่าง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
ย่อมรู้แล้วว่าทักษิณที่จะได้รับการพักโทษช่วงวันที่ 18 ก.พ.ที่จะถึงนี้ จะออกจาก รพ.ตำรวจ ในวันใด-เวลากี่โมง และพอออกจาก รพ.ตำรวจแล้ว จะใช้สถานที่แห่งใดเป็น house arrest หลังได้รับการพักโทษ เพราะทักษิณแม้จะได้รับการพักโทษแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีก 6 เดือน ถึงจะได้รับอิสรภาพอย่างแท้จริง ตามที่ได้มีการพระราชทานลดโทษให้กับทักษิณ จาก 8 ปี เหลือจำคุก 1 ปี
เพียงแต่ครอบครัวชินวัตร-นายกรัฐมนตรี-แกนนำรัฐบาล ก็ต้องปกปิดไว้เป็นความลับ ต่อให้สื่อไปไล่ถาม ก็ต้องบอกว่ายังไม่รู้
แต่เรื่องแบบนี้มีหรือ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวทักษิณ-หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะไม่รู้ว่าทักษิณจะออกมาวันไหน
เช่นเดียวกับผู้นำรัฐบาลอย่างเศรษฐา ที่ได้เป็นนายกฯ ก็เพราะทักษิณไฟเขียวผลักดัน แล้วตัวเศรษฐาจะไม่รู้ข้อมูลอินไซด์ว่าทักษิณจะออกจากชั้น 14 รพ.ตำรวจวันไหน และจะใช้ที่ไหนเป็นที่พักในช่วง 6 เดือนต่อจากนี้ได้อย่างไร
ไม่แน่ ตอนนี้เศรษฐาคงเตรียมจัดคิว “ว.5” ไปพบกับทักษิณ เพื่อไปร่วมแสดงความยินดี และไปคุยทางการเมืองกับทักษิณไว้แล้วตั้งแต่ตอนนี้
ทั้งนี้ ตามระเบียบ-ขั้นตอนของนักโทษที่ได้รับการพักโทษ หน่วยงานที่จะมารับผิดชอบดูแลนักโทษแทนกรมราชทัณฑ์ก็คือ กรมคุมประพฤติ ซึ่งมีหลักเกณฑ์หลักๆ ที่ใช้ปฏิบัติกับนักโทษที่ได้รับการพักโทษ
ก็คือ ช่วงระหว่างการคุมประพฤติ จะมีเจ้าพนักงานคุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติไปเยี่ยมที่บ้านของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ ดูแลช่วยเหลือสงเคราะห์เมื่อมีปัญหา
โดยที่ผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไข 8 ข้อที่กำหนดไว้ หากประพฤติผิดเงื่อนไข จะถูกนำตัวกลับมาคุมขังไว้ในเรือนจำตามเดิม และจะถูกลงโทษทางวินัยด้วย โดยเงื่อนไข 8 ข้อดังกล่าวคือ
1.จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ
2.ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน กระทำผิดอาญา
4.ประกอบอาชีพโดยสุจริต
5.ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา
6.ห้ามพกพาอาวุธ
7.ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ
8.ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน
เมื่อเป็นดังนี้ หมายถึงว่า ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว ทักษิณจะต้องแจ้งถิ่นที่อยู่หลังออกจาก รพ.ตำรวจ ให้กับกรมราชทัณฑ์ ว่าจะใช้สถานที่แห่งใดเป็นถิ่นที่อยู่หลักในช่วงพักโทษ ซึ่งหากดูตามระเบียบขั้นตอน ก็ไม่ได้เขียนล็อกไว้ว่า ให้แจ้งได้ภายในไม่เกินกี่แหล่ง ที่หมายถึงอาจมากกว่า 1 แห่งก็ได้ และเมื่อแจ้งกับกรมราชทัณฑ์ไปแล้ว พอได้รับการพักโทษ ตัวทักษิณก็ต้องแจ้งถิ่นที่อยู่ดังกล่าวกับกรมคุมประพฤติด้วย โดยต้องเป็นถิ่นที่อยู่ตรงกัน
แน่นอนว่า หลังทักษิณได้รับการพักโทษ ทักษิณย่อมต้องกลับไปใช้ชีวิตที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 เป็นหลักในช่วงแรก เพื่อให้หายคิดถึง
เพราะบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังนี้มีความผูกพันกับทักษิณและครอบครัวชินวัตรมาหลายสิบปี ถือเป็นเรือนตายของทักษิณ และตระกูลชินวัตร ที่เคยผ่านทั้งจุดรุ่งโรจน์และจุดต่ำสุดในชีวิตทางการเมือง โดยมีบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นที่พักกาย-พักใจ
แม้ช่วงหลังจะเป็นที่รู้กันในทางการเมือง โดยเฉพาะระดับแกนนำเพื่อไทยว่า จริงๆ แล้วช่วงหลัง ครอบครัวตระกูลชินวัตร ตอนนี้มี คฤหาสน์หลังใหม่ แล้ว เรียกว่า บ้านเลขที่ 38 ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของ Alpine Football Camp Training Bangkok หรือสนามฟุตบอลอัลไพน์ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนน ตรงเส้นรัชดาภิเษก-รามอินทรา เขตคันนายาว ซึ่งอยู่ติดกับโครงการบ้านจัดสรรสุดหรู บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา ของบริษัท เอสซี แอสเสทฯ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ตระกูลชินวัตรถือหุ้นใหญ่
โดยคฤหาสน์บ้านเลขที่ 38 ดังกล่าว มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล กว้างขวางกว่าที่บ้านจันทร์ส่องหล้ามาก ทำให้คนในตระกูลชินวัตรย้ายมาปักหลักที่บ้านดังกล่าวระยะหนึ่งแล้ว
แต่ก็ยังคงใช้บ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นที่พักและไว้รับรองแขกสำคัญอยู่บ้างในหลายโอกาส แต่ช่วงหลังก็จะมาอยู่ที่บ้านเลขที่ 38 กันเป็นส่วนใหญ่
ที่น่าสนใจ ก่อนหน้านี้ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ก็ออกมาเปิดเผยว่า อังคารที่ 20 ก.พ.นี้ ช่วง 17.30-21.00 น. พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเตะฟุตบอลสานสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและสื่อมวลชน ที่สนามฟุตบอลอัลไพน์ โดยนายกรัฐมนตรีจะลงสนามร่วมเตะฟุตบอลด้วย โดยจะมีทั้งนายกฯ-รองนายกฯ-รัฐมนตรี-สส. หัวหน้าพรรค ที่ปรึกษารัฐมนตรี เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล-สส.และสื่อมวลชน
ก็ไม่รู้ว่า หากทักษิณออกมาช่วงวันที่ 18 ก.พ.นี้จริง แล้วแจ้งแหล่งที่อยู่กับกรมคุมประพฤติว่า มีคฤหาสน์เลขที่ 38 ด้านหลังสนามฟุตบอลอัลไพน์ด้วย แล้วถึงวันนั้น 20 ก.พ. จะมีเซอร์ไพรส์ทักษิณปรากฏกายออกมาให้เห็นหรือไม่?
แต่ก็มีข่าวอีกบางกระแสว่า ทักษิณและครอบครัวยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยอยู่ เพราะไม่รู้ได้ว่า ใครเป็นใคร มีการเกรงว่าจะมีคนสร้างสถานการณ์ หลังทักษิณพักโทษออกมา
จึงทำให้ความเคลื่อนไหวว่าทักษิณจะออกมาวันไหน ไปอยู่ที่ไหน เป็นหลัก ยังคงปิดไว้เป็นความลับ
แม้ก่อนหน้านี้อุ๊งอิ๊งบอกว่า เตรียมบ้านที่จันทร์ส่องหล้าไว้รอต้อนรับทักษิณอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
หากให้ประเมินก็คือ ทักษิณยังไงคงแจ้งแหล่งที่อยู่ในกรุงเทพฯ ว่ามีบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นโลเกชั่นหลักแน่นอน แต่อาจไม่ได้แจ้งไว้แหล่งเดียว อาจมีแจ้งที่คฤหาสน์หลังสนามบอลอัลไพน์ด้วย เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว เพราะหากให้ไปอยู่คอนโดมิเนียม การดูแลความปลอดภัยจะยากกว่าอยู่บ้านพัก
ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า ช่วงแรกๆ ทักษิณคงสกรีนคนที่จะไปหาพอสมควร จะยังไม่ open ประเภทว่า พวกนักการเมือง นักธุรกิจ เพื่อนๆ ในวงการต่างๆ ใครมาขอพบ ก็ให้มาเจอได้หมด ต้องสกรีน จัดลำดับความสำคัญ ต้องระดับวีไอพีพอควร เพราะทักษิณคงขอตั้งหลักสักพัก
ขณะที่เรื่องการเมืองในรัฐบาลและในพรรคเพื่อไทย ทักษิณคงไม่ต้องตั้งหลักอะไร
เพราะที่ผ่านมาก็กดปุ่ม-วางแผน-คอยสั่งการ ทุกอย่างทางการเมือง ตั้งแต่ตอนอยู่ต่างประเทศและนอนอยู่ รพ.ตำรวจ มาตลอด 6 เดือน เพียงแต่หลังพักโทษจะทำได้เต็มที่มากขึ้น
ให้สมกับที่คนชอบพูดกันว่า ทักษิณคือนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว
อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.
คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’
'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'
อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เผย 'ทักษิณ' เห็นใจคนไทยทั้งประเทศ เผชิญวิกฤตพลังงาน
“เอม-สามี” ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 51 ด้าน “ทักษิณ” ฝากสาร ห่วงใยคนไทยทั้งประเทศ หลังเผชิญวิกฤตโลกจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หวังมีทางออกร่วมกัน ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้
ซัด"อนุทิน"-กะซวก"พิพัฒน์" แค่หนังตัวอย่าง ก่อนเจอของจริง
หลังคนไทยหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงแล้วจากสงครามถล่มอิหร่าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

