หลังเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง” เปิดแถลงข่าวไทม์ไลน์นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้านโยบายดังกล่าวต่อไป และจะสามารถแจกเงินให้ประชาชน 10,000 บาท ได้ภายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ คือประมาณ ตุลาคม-ธันวาคม 2567
ล่าสุดหลังการประชุม คณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet เมื่อ 27 มี.ค. “เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.การคลัง” ในฐานะประธานบอร์ดนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตก็ออกมาสำทับอีกรอบ ว่ารัฐบาลเดินหน้าต่อ ไม่มีถอย และจะมีข่าวดีให้กับประชาชนที่รอคอยเงิน 10,000 บาทดังกล่าว ในการประชุมบอร์ดนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตนัดสำคัญ 10 เม.ย.
อันเหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณว่า ผลประชุมดังกล่าว จะเป็นข่าวดีที่รัฐบาลให้กับประชาชนในช่วงหยุดยาวสงกรานต์
“วันที่ 10 เม.ย.ได้ข้อสรุปทั้งหมด และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือน เม.ย. ยืนยันกรอบไทม์ไลน์ตามที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง แถลงคือ ไตรมาสที่ 3 ลงทะเบียนร้านค้าและประชาชน และไตรมาสที่ 4 เงินถึงมือประชาชน คอยฟังข่าวดีในวันที่ 10 เม.ย.” นายกฯ ระบุ
โดยผลการประชุมเมื่อ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา สรุปประเด็นสำคัญๆ ออกมา เช่น ที่ประชุมให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ไปดูเรื่อง แหล่งเงิน-ที่มาของงบประมาณ ในการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ว่าจะใช้รูปแบบใดได้อีกบ้าง นอกเหนือจากที่รัฐบาลเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้คือ จะมีการออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินห้าแสนล้านบาทมาทำดิจิทัลวอลเล็ต นอกจากนี้ให้กระทรวงพาณิชย์สรุปหลักเกณฑ์ร้านค้าและสินค้ามาเสนอต่อที่ประชุมกรรมการ และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมไปสรุปการพัฒนาระบบเพื่อให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจกระเป๋าเงินเข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
โดยทั้งหมดให้นำเสนอรายงาน-ข้อสรุปต่อที่ประชุมบอร์ดนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต วันที่ 10 เม.ย.
เมื่อเป็นเช่นนี้ การประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ต 10 เม.ย. จึงเป็นการประชุมสำคัญที่จะทำให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า เมื่อรัฐบาลประกาศเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตเต็มสูบ แล้วมติของที่ประชุมที่ให้เดินหน้าเรื่องนี้ เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ครม.ต่อไปในเดือนเดียวกัน สุดท้ายแล้วกรรมการบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ตจะเห็นพ้องโดยเอกฉันท์หรือไม่ จะมีใครงดออกเสียง หรือใช้วิธีไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อเพลย์เซฟตัวเอง เพราะเกรงจะเกิดปัญหาตามมาในอนาคตหรือไม่ รวมถึงกระบวนการในการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจะออกมาอย่างไร
ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกับการประชุมบอร์ดนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10 เม.ย.นี้
สำหรับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตนับแต่พรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายดังกล่าว ตอนช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อปี 2566 จนถึงปัจจุบัน
จะพบว่า ข้อทักท้วง-เสียงเตือน รวมถึงคำถามจากสังคม ที่มาจากฝ่ายต่างๆ จะอยู่ที่ 2 ปมใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็เคลียร์ไม่ได้กระจ่างชัด คือ
หนึ่ง-แหล่งที่มาของงบประมาณที่จะทำดิจิทัลวอลเล็ตจะมาจากแหล่งใด จะใช้วิธีการแบบไหน
สอง-ทำได้ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ หรือไม่ ทำแล้วจะผิดกฎหมายหรือไม่
ทั้ง 2 เรื่องนี้คือจุดที่ทำให้การเดินหน้านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาลมีปัญหาติดๆ ขัดๆ
จนทำให้รัฐบาลต้องปรับกระบวนท่าใหม่ เช่น ลดคุณสมบัติคนที่จะได้เงินลงมา จากเดิมที่จะให้คนไทยทุกคน ที่อายุเกิน 16 ปี ได้คนละ 10,000 บาท เหมือนกันหมด แต่พอเจอปัญหาเรื่องงบประมาณ ก็เพิ่มเงื่อนไขเป็น ต้องมีรายได้ไม่ถึง 70,000 บาทต่อเดือน และมีเงินฝากไม่ถึง 500,000 บาท พร้อมกับที่คนในรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยโหมสร้างกระแสเศรษฐกิจประเทศไทยเข้าขั้นวิกฤต หากไม่มีการใช้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้า ประชาชนเดือดร้อน เพื่อสร้างกระแสให้คนเห็นด้วยกับการแจกเงินดังกล่าว
หลังที่ผ่านมา รัฐบาลเจอแรงต้านจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอย่างหนัก ทั้งนักวิชาการ-นักเศรษฐศาสตร์-อดีตข้าราชการประจำ อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีเครดิตทางสังคมสูง เช่น วิรไท สันติประภพ และนางธาริษา วัฒนเกส 2 อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จนถึงขั้นมีการทำจดหมายเปิดผนึกของนักวิชาการ-นักเศรษฐศาสตร์-อดีตผู้บริหารแบงก์ชาติ ร่วม 100 คนเพื่อคัดค้านนโยบายดังกล่าว
ทำเอารัฐบาลเศรษฐาไปไม่เป็น เสียขบวนไปยกใหญ่
แล้วยิ่งมาเจอความเห็นขององค์กรอิสระ ทั้งจาก สำนักงานป.ป.ช. ที่ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของนโยบายดังกล่าว รวมถึงความเห็นจาก คณะทำงานที่ศึกษานโยบายดังกล่าวของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่เสนอแนะว่ารัฐบาลต้องรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเงินการคลังของรัฐและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงความเห็นของกรรมการกฤษฎีกา หลังจากรัฐบาลทำหนังสือถามความเห็นไป
ทั้งหมดทำให้รัฐบาลเศรษฐา จากเดิมที่จะเร่งแจกเงินให้ได้ก่อนสงกรานต์หรือช้าสุด ภายในวันที่ 1 พ.ค. ถึงกับออกอาการชะงัก ถอนคันเร่งทันที เพราะเกรงจะมีปัญหาข้อกฎหมายตามมา เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วกับโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่ดูเหมือนวันนี้รัฐบาลจะมั่นใจมากขึ้นว่ามีช่องทางที่ไปต่อได้ จึงทำให้ท่าทีของทั้งเศรษฐา-จุลพันธ์ เลยดูจะมั่นใจว่าเข็นต่อได้ หากปลดล็อก เสียงคัดค้านแต่ละปมได้ ซึ่งตรงนี้ก็เริ่มพอเห็นบ้างแล้ว ดูได้จากการที่ “ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง” ที่เป็นบอร์ดนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตด้วย เปิดเผยถึง แหล่งที่มาของเงินที่จะใช้ในโครงการที่มีวงเงินประมาณ 5 แสนล้านบาท โดยขณะนี้มี 3 แนวทางที่เป็นไปได้
แนวทางแรกคือ การใช้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการอย่างเดียว ซึ่งเป็นแนวทางเดิมที่ได้มีการหารือกันมาก่อนหน้านี้
แนวทางที่สองคือ การใช้งบประมาณรายจ่ายปกติเข้ามาทำดิจิทัลวอลเล็ต เพราะช่วงนี้รัฐบาลเองก็กำลังจัดทำรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2568 ซึ่งรัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องใช้โครงการนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็สามารถที่จะดำเนินการได้ โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนวงเงินในการจัดทำงบประมาณปี 2568 ซึ่งยอมรับว่า เงื่อนไขตรงนี้ที่ผ่านมาไม่มีมาก่อน แต่ขณะนี้มีทางเลือกในการใช้งบประมาณ 2568 เข้ามาใช้ในโครงการนี้เป็นทางเลือกเพิ่มเติม
แนวทางที่ 3 คือการใช้ผสมกันระหว่างเงินกู้กับเงินงบประมาณ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจทำได้หากมีความเหมาะสม
โดย ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ทั้งหมดจะได้ความชัดเจนในวันที่ 10 เม.ย.นี้ โดยจะมีการแถลงให้ประชาชนรับทราบรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง
ดูตามนี้ก็มีความเป็นไปได้ ที่แหล่งงบประมาณที่จะทำดิจิทัลวอลเล็ตหลายแสนล้านบาท อาจจะมาจากทางเลือกที่ 2 หรือ 3 ตามคำเปิดเผยของปลัดคลัง แต่จะใช่หรือไม่ หรือจะมีทางเลือกที่ 4 เกิดขึ้นอีก รอติดตามผลประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ต 10 เม.ย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป
หยุดการเมืองโยนบาป! 'ชาวบ้าน' สำลักน้ำลาย
มหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร และสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงหลายจังหวัดทั่วประเทศในรอบนี้ ไม่ได้ท่วมเพียงบ้านเรือน ถนนหนทาง และพื้นที่เศรษฐกิจ หากยังท่วมความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
'ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' เดิมพันใหม่'รัฐบาลอนุทิน'
ประเทศไทยใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง
อนุทินอุดรอยรั่วน้ำท่วมกรุง ยก"กองทัพ"นำหน้า"กู้วิกฤต"
จากสถานการณ์น้ำท่วมเมืองกรุงมาแล้วค่อนสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงกร่นด่า ตำหนิการทำงานของรัฐบาล ที่แม่ทัพรัฐบาลอย่าง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหน้าไปเต็มๆ ซึ่งเจ้าตัวน้อมรับพร้อมให้ประชาชนระบายความรู้สึกได้ เพราะเข้าใจความเดือดร้อน และนายกฯ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่องในช่วงกลางดึกของทุกวัน
รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า
โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง
น้ำท่วมทำลายเชื่อมั่น‘รัฐบาล’ รับมือสถานการณ์วิกฤต‘ติดลบ’
รัฐบาลภายใต้การนำของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย น่าจะเป็นรัฐบาลที่เผชิญสถานการณ์วิกฤตมากที่สุดรัฐบาลหนึ่ง

