เลือกสว.จังหวัดคนดังร่วง จัดจ้างฮั้วเข้าเป้าเพียบ

ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในระดับจังหวัด ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายก่อนที่จะเข้าไปคัดเลือกในระดับประเทศ โดยสรุปผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดไประดับประเทศ จำนวน 3,000 ราย โดยเป็นชาย 2,164 คน และเป็นหญิง 836 คน

สำหรับ "ผู้ที่มีชื่อเสียง" และผ่านเข้ารอบไปเลือกระดับประเทศ อาทิ จ.เชียงใหม่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, จ.สงขลา บรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย, จ.ขอนแก่น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต สส.ขอนแก่น, จ.อ่างทอง วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง, กรุงเทพมหานคร อังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, มงคล สุระสัจจะ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร อดีต ผบก.บุรีรัมย์, พรเพิ่ม ทองศรี อดีตหัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, อภิชาติ งามกมล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ, ภคพงศ์ ทวิพัฒน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรอง ผบ.ตร.

สำหรับ “คนดัง” ที่ไม่ผ่านในการคัดเลือกระดับจังหวัด เช่น จักรพันธุ์ ยมจินดา อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง, น.ส.นารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง, นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, ยุทธพิชัย ชาญเลขา นักแสดง, สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจ, สนธิญา สวัสดี นักร้องเรียน, พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ (สละสิทธิ), สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์, พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.

จากรายชื่อข้างต้นบ่งบอกให้เห็นว่า บุคคลที่มีชื่อเสียงที่ผ่านเข้ารอบส่วนใหญ่ล้วนเคยมีตำแหน่งระดับสูงในวงการภาครัฐมาก่อน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่เชื่อถือได้ ทำให้ผู้สมัครมีความมั่นใจที่จะโหวตให้ ไม่ได้ตัดสินแค่ว่าบุคคลนั้นออกโทรทัศน์บ่อยหรือไม่

ขั้นตอนหลังจากนี้คือกระบวนการเลือก สว.ระดับประเทศที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ โดยจัดขึ้นที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี เพื่อเฟ้นหาผู้ได้รับคะแนนมากที่สุดของกลุ่มนั้นจำนวน 20 กลุ่ม ในรอบไขว้ 10 อันดับแรกเป็น สว. รวม 200 คน และอันดับที่ 11-15 ของแต่ละกลุ่มเป็นบัญชีรายชื่อสำรอง สว.

เมื่อ กกต.ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการเลือกระดับประเทศแล้ว จะต้องรอไว้ไม่น้อยกว่า 5 วัน เมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้ว กกต.เห็นว่าการเลือกเป็นไปโดยสุจริต ถูกต้อง เที่ยงธรรม ให้ประกาศผลการเลือกในราชกิจจานุเบกษา หรือตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้คือในวันที่ 2 ก.ค. และส่งไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารับทราบเพื่อดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ คือ "การฮั้ว" ที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกระดับอำเภอมาแล้ว โดยในระดับจังหวัดยังพบเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อเสียงฮั้วในภาคอีสาน ที่ นายสมชาย แสวงการ สว. แฉว่า "มีการกำหนดเป้าหมายให้กาคะแนนตามฮั้วให้เข้าเป้าก่อนการเลือกระดับจังหวัด และเข้าเป้าตามโผจัดจ้างฮั้ว"

หรือในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ที่ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ออกมาแฉว่ามีผู้สมัครเอาโพยมาให้ดู บอกว่าต้องเขียนเบอร์ตามที่แกนนำพรรคการเมืองใหญ่ใน จ.สมุทรสาครสั่งมา ซึ่งในกลุ่มของทนายตั้มมีคนของเขาอยู่ พอรู้จำนวนคนที่พรรคการเมืองใหญ่จัดตั้งขึ้นมามีจำนวนแทบจะเกินครึ่งของผู้เข้ารอบระดับจังหวัด

หรือกรณีตำรวจสันติบาลเข้าจับกุมขบวนการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงเลือก สว.ระดับจังหวัดศรีสะเกษ หลังได้รับรายงานอ้างว่ามีการนัดแนะให้กลุ่มผู้สมัคร สว.เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษเมื่อวันเสาร์ เพื่อซักซ้อมแนวทางการลงคะแนนให้ผู้สมัคร สว.ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการผ่านการคัดเลือก เพื่อให้ผู้สมัครแต่ละคนลงคะแนนให้ จากการสอบสวนยังพบว่ามีการจ่ายเงินในการเลือก สว.ครั้งนี้กว่า 1,000,000 บาท

โดยผู้สมัครที่เป็นคนเลือก สว.ตามรายชื่อที่ระบุจะได้รับเงินคนละ 5,000-7,000 บาท รวมถึงค่าสมัคร 2,500 บาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผล

ในส่วนเรื่องร้องทุจริตที่เข้าสู่ระบบ กกต. ขณะนี้มี 80 เรื่อง โดย กกต.ได้วินิจฉัยไปบางส่วน ยังเหลือเรื่องร้องเรียนที่ กกต.ต้องดำเนินการโดยเร็ว มีรายงานว่าจะนัดประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. โดยระหว่างนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนการเลือก สว.ในระดับจังหวัดที่ผ่านมา เพื่อเสนอเลขาธิการ กกต.นำรายงานชี้แจงต่อ กกต.ต่อไป

แต่ก็มีหลายฝ่ายมองว่าทำไม กกต.ไม่ค่อยออกแอ็กชันเกี่ยวกับการจับกุมทุจริตเลือก สว. หรือว่าอาจจะยังกังวลในเรื่องกฎหมาย สว.ที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยในสัปดาห์นี้หรือไม่

ส่วนภาพการคัดเลือกระดับประเทศ จะมีการฮั้วเช่นเดียวกับระดับอำเภอ หรือจังหวัดหรือไม่ การฮั้วที่มีบ้านใหญ่เป็นผู้บงการคงจะยาก  เพราะบ้านใหญ่ระดับจังหวัดจะมีบารมีน้อยลงเมื่อออกไปนอกพื้นที่ของตัวเอง เพราะต้องเจอการห้ำหั่นระหว่างบ้านใหญ่จังหวัด

แต่การฮั้วที่น่ากลัวกว่านั้นคือ "การฮั้วที่มีพรรคการเมืองคอยบงการ" เพราะถ้าผ่านรอบระดับประเทศไปได้ จะสามารถจูงจมูก สว.ของตัวเองให้เดินไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการ

จึงต้องจับตากันว่าในการเลือกระดับประเทศจะมีเบาะแสชื่อพรรคการเมืองใดที่มีเอี่ยวในการฮั้วออกมาหรือไม่ และจะได้ สว.ที่เป็นกลาง หรือสังกัดกลุ่มการเมือง ซ้ำรอย สภาผัว-สภาเมีย เหมือนเดิมอีก?.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี

สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม

สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง

โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง

ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”