ทักษิณ-พท.ปิดดีลเร็ว เลือกนายกฯคนใหม่ สะพัด”ชัยเกษม”ผงาด

ฉากทัศน์การเมืองต่อจากนี้ต้องติดตามว่าใครจะขึ้นมาเป็น”นายกรัฐมนตรีคนที่ 31”ของประเทศไทย เพื่อมาแทน “เสี่ยนิด เศรษฐา ทวีสิน”ที่ปิดฉากชีวิตการเมืองเรียบร้อย อยู่เป็นนายกฯ คนที่ 30 ไม่ถึงหนึ่งปี  และหลังจากนี้ คงกลับไปใช้ชีวิตการเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลับไปเป็นประธานบริษัทแสนสิริ ฯ ที่ตัวเองก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่อยู่หลังก่อนหน้านี้โอนหุ้นแสนสิริฯให้กับลูกสาวไปในช่วงเข้ามาเล่นการเมือง

ชัดเจนว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยมีเพื่อไทย เป็นแกนนำ ฝ่าย“ทักษิณ ชินวัตร”ต้องการให้”ปิดดีลเร็ว” เห็นได้จากที่ มีการส่งสัญญาณให้วิปเพื่อไทย เร่งให้มีการเรียกประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือก”นายกรัฐมนตรีคนใหม่” โดยเร็วที่สุด เพื่อให้รัฐบาลเพื่อไทยเดินหน้าต่อไปได้ทันที แบบไร้รอยต่อ รวมถึงเพื่อไม่ให้การเมืองกระเพื่อม 

 ที่ล่าสุด เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการออกหนังสือนัดประชุมสภาฯ อย่างเป็นทางการออกมาแล้วในวันศุกร์นี้ 16ส.ค.โดยมีวาระสำคัญคือการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่  

ขณะเดียวกัน ก็มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล  เกิดขึ้นอย่างคึกคักทันที หลัง เศรษฐา เก็บของออกจากตึกไทยคู่ฟ้า

พบว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้เรียกแกนนำเพื่อไทย และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ไปหารือด่วน ถึงการโหวตนายกฯและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ที่”บ้านจันทร์ส่องหล้า”ในช่วงค่ำวันที่ 14 ส.ค. ทันที

โดยมีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปร่วมหารือด้วยอาทิเช่น ฝั่งแกนนำพรรคเพื่อไทย ก็มีเช่น ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ,ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ส่วน พลังประชารัฐ ก็มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ-สันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค พปชร.

ด้านพรรครวมไทยสร้างชาติ  มีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. พร้อมด้วยเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค

พรรคชาติไทยพัฒนา วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค

และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ

ซึ่งหลังการหารือเสร็จสิ้นลงในช่วงค่ำ ก็มีข่าวออกมาว่า วงหารือ”ทักษิณ-แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล”ที่จันทร์ส่องหล้า เคาะออกมาแล้วว่าให้ เสนอชื่อ”ชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย -อดีตอัยการสูงสุด อดีตรมว.ยุติธรรม”ให้ที่ประชุมสภาฯ โหวตเห็นชอบให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย

หลังมีการยืนยันว่า ชัยเกษม ในวัย 75 ปี สุขภาพกลับมาดีเหมือนแล้วตามวัย 75 ปี สามารถทำงานได้ตามปกติ และสามารถเป็นนายกฯได้ เห็นได้จากที่ผ่านมา ก็ไปร่วมประชุมทีมที่ปรึกษานายกฯที่บ้านพิษณุโลก ตลอด ในฐานะ“หัวหน้าทีมที่ปรึกษานายกฯ บ้านพิษณุโลกเศรษฐา ทวีสิน”ที่เป็นตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯอย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้พ้นจากตำแหน่งตามเศรษฐาไปแล้ว

หากเป็นไปตามนี้ ถ้าชัยเกษม ขึ้นเป็นนายกฯคนใหม่ในวัย  75 ปี ผนวกกับ ไม่ได้เจนจัดการเมืองมากพอ แม้จะเข้ามาเล่นการเมืองหลายปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเป็นรมว.ยุติธรรม ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเคยเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยมาตั้งแต่เลือกตั้งปี 2562 แล้ว และมามีชื่อซ้ำอีกรอบตอนปี 2566 อันแสดงให้เห็นได้ชัดว่า ชัยเกษม คือ ”สายตรง-คนที่ตระกูลชินวัตร”ไว้วางใจ ทั้งทักษิณ-ยิ่งลักษณ์และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร   แต่ ชัยเกษม ก็ยังถือว่าไม่เขี้ยวลากดินการเมืองมากพอ

ดังนั้น คนที่จะเป็น”รองนายกฯอันดับที่หนึ่ง”จะมีความสำคัญมาก ในการช่วยงานการเมืองชัยเกษมทั้งในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก”ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำเพื่อไทย”ที่จะมาเป็นรองนายกฯเบอร์หนึ่ง-ผู้จัดการรัฐบาล  อีกรอบ เหมือนยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เผลอๆ บทบาทการเมือง จะเป็น”นายกฯตัวจริง”เสียด้วยซ้ำ!

และเป็นไปได้ที่ “ครม.ชัยเกษม1”หากทุกอย่างเป็นไปตามนี้ ไม่มีอะไรพลิกโผ สับขาหลอก

 ก็น่าจะมีชื่อของ”อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร”มาร่วมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลด้วยก็ได้ เพราะทักษิณ คงต้องการให้ลูกสาวได้มีประสบการณ์ในฝ่ายบริหาร เพื่อจะได้สร้างโปรไฟล์ทางการเมือง เป็นการเตรียมพร้อม สำหรับการถูกดันขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยเต็มตัวในการเลือกตั้งรอบหน้า             

ทั้งนี้ เมื่อ เศรษฐา พ้นจากตำแหน่งแล้วต้องมีการเลือกนายกฯคนใหม่ ตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ ก็จะต้องมีการ”ร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา”ก่อนรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ โดยหากเพื่อไทย ยังคงเป็นแกนนำรัฐบาล ก็เชื่อได้ว่า ยังไงนโยบายเรือธงต่างๆ ของเพื่อไทย ก็น่าจะเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะนโยบาย”ดิจิทัลวอลเล็ต”ที่รัฐบาลเศรษฐา เคยประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะโอนเงินให้ประชาชนภายในไม่เกินไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

ที่หากเป็นแบบนี้ ก็เท่ากับ นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลเพื่อไทย ก็จะเดินหน้าต่อไป ไม่ได้ปลิวหายไปพร้อมกับ เศรษฐา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลสอบโกงท้องถิ่น จบแบบคาใจ จี้ลากคอ'บิ๊กการเมือง'สยบข้อครหา

วิกฤตการณ์ทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งพบผู้กระทำผิดในการแก้ไขคะแนนสอบสูงถึง 5,925 คน จนนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนผู้ที่ถูกบรรจุเข้ารับราชการ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาล ว่าจะสามารถกวาดล้างโครงข่ายนี้ ให้สิ้นซากได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่การลูบหน้าปะจมูก

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

'อนุทิน' ปัดดีลการเมือง หลังควง 'เศรษฐา' ดูมวยราชดำเนิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง ว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตา

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน