‘พรรคพลังประชารัฐ’ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว
แทบจะเป็นครั้งแรกที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ใช้คำพูดเชือดเฉือนใส่ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลังรู้ว่าตัวเองหลุดจากรายชื่อคณะรัฐมนตรี
ร.อ.ธรรมนัสประกาศอิสรภาพ พร้อมระบุว่า พอแล้ว หลังรับใช้มานาน 6 ปี
ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัสปฏิเสธจะรับโทรศัพท์ที่โทร.ตรงมาจากมูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อจะเคลียร์ใจในประเด็นดังกล่าว
ถือเป็นท่าทีที่แรงและหนักหน่วง ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนี้กับคนชื่อ ‘ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ มาก่อน
หากจะบอกว่า เหตุการณ์นี้เป็นการ ‘สิ้นสุดทางลุง’ ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ ร.อ.ธรรมนัส คงไม่ผิดนัก
มีรายงานออกมาจากบ้านป่าฯ ว่า ทันทีที่ ‘บิ๊กป้อม’ เห็นคำสัมภาษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ในช่วงเช้าวันอังคาร สีหน้า ท่าทาง รวมถึงคำพูด ดูจะออกไปในทางผิดหวัง
โดยเฉพาะคำว่า ‘รับใช้’ ที่ พล.อ.ประวิตรได้ยินถึงกับไม่เชื่อหูตัวเองว่า จะได้ยินคำนี้ ถึงกับพูดกับคนใกล้ตัวว่า “กูไม่ได้จะเอาอะไรจากมัน ก็อยู่กันแบบพี่น้อง”
ขณะที่คนใกล้ตัวมองว่า เรื่องนี้ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่ได้หักด้ามพร้าด้วยเข่ากับ ร.อ.ธรรมนัส แต่เพราะมีแกนนำของพรรคพลังประชารัฐคนหนึ่งไปได้รับสัญญาณมาจาก ‘นายใหญ่’ ของพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ต้องการให้ ร.อ.ธรรมนัสนั่งในคณะรัฐมนตรี เพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี
โผคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องการสกรีนอย่างเข้มข้น ไม่เอาคนที่มีภาพลักษณ์ไม่ดี หรือคดีความติดตัวมานั่ง เพราะกังวลว่าจะมีการไปยื่นร้องเรียนแบบเดียวกับการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี
‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่ต้องการซ้ำรอยทั้งพ่อและอา รวมถึงนายเศรษฐา ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสเป็น 1 ในลิสต์ของคนที่น่ากังวล
นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ‘อุ๊งอิ๊ง’ กังวลตั้งแต่ช่วงมีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสจะกลับมาพรรคเพื่อไทย เพราะหวั่นจะมีผลกระทบกับคะแนนนิยมจากฐานเสียง
อย่างไรก็ดี แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้มันอาจจะเคลียร์ใจกันได้ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรเอ็นดูและโอบอุ้ม ร.อ.ธรรมนัสตลอด แม้แต่ช่วงที่มีการกระทบกระทั่งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
ขนาดว่า พล.อ.ประวิตรยอมหมองใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงเพื่อปกป้อง ร.อ.ธรรมนัสมาแล้ว
แต่ครั้งนี้ต่อให้เคลียร์ใจได้ก็ไม่เหมือนเดิม เพราะ ร.อ.ธรรมนัสก็เปิดฉากใส่แบบไม่เกรงใจกัน
ต่อให้ต้องอยู่ร่วมชายคาพรรคพลังประชารัฐกันต่อ เพราะถ้าจะออกไปต้องใช้มติพรรคขับไล่ แต่ก็คงอยู่แบบ ‘รัฐอิสระ’
โดยเฉพาะท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส ตั้งแต่ช่วงเช้าวันอังคาร เป็นไปด้วยความแข็งกร้าว ไม่ลดราวาศอกกับการที่ตัวเองถูกเขี่ยพ้นโควตา
สส.ในก๊วน ร.อ.ธรรมนัสระดมพลเพื่อให้รู้ว่า นาทีนี้ สส.เลือกใคร โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เป็นมืองานในการโทรศัพท์เช็กชื่อ สส.
‘บิ๊กป้อม’ เองก็ทราบข้อมูลนี้ทั้งหมด และให้ ‘เสธ.โย’ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแม่บ้านในป่าฯ ต่อสายหา สส.รายคน พร้อมกับประโยคที่เหมือนประกาศิตว่า “อยู่กับลุง”
การไล่ล็อบบี้เพื่อให้ สส.เลือกฝั่ง สร้างความลำบากใจให้กับบรรดา สส.เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพวกที่ไม่ต้องการเลือกข้าง
บางคนตัดสินใจไม่รับโทรศัพท์ เพื่อรอดูทิศทางลม บางคนเลือกตอบแค่ “ครับ-ค่ะ” เพราะไม่กล้าที่จะเลือกฝั่ง เนื่องจากกลัวพลาด
บางคนเป็นหนี้บุญคุณ ร.อ.ธรรมนัส ที่ดูแลในช่วงที่ผ่านมา และชอบสไตล์การปกครองที่มีความเข้าอกเข้าใจ สส. ขณะเดียวกันก็ไม่ค่อยพอใจกับบทบาทของ ‘บิ๊กป๊อด’ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ดูแลใส่ใจ สส.เหมือนกับ ‘บิ๊กป้อม’
แต่คนเหล่านี้ไม่กล้าทิ้ง ‘บิ๊กป้อม’ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงที่ผ่านมา ‘บิ๊กป้อม’ ดูแล สส.และลูกพรรคทุกคนอย่างทั่วถึง ไม่เคยทอดทิ้ง
มันเป็นความลำบากใจที่ยากจะตัดสิน
ไม่เพียงเท่านั้น บางคนยังมีชนักปักหลัง ที่หวังจะพึ่งบารมีของ ‘บิ๊กป้อม’ ให้คุ้มครอง จึงไม่กล้าทอดทิ้ง
อีกจุดคือ ของคนที่โน้มเอียงไปทาง ร.อ.ธรรมนัส คือ ร.อ.ธรรมนัสทำการเมืองต่อ ในขณะที่ ‘บิ๊กป้อม’ อาจจะวางมือในการเลือกตั้งครั้งหน้า
หลายคนต้องการพึ่ง ร.อ.ธรรมนัส หาก ‘บิ๊กป้อม’ ปิดฉากตัวเอง
เว้นแต่บางคนที่พร้อมไปไหนไปกัน อย่างเช่น นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และก๊วน สส.ภาคเหนือ ที่ร่วมหัวจมท้ายกับ ร.อ.ธรรมนัส ที่ชัดเจนว่าหัวหน้าแก๊งไปไหนไปด้วย
สถานการณ์วันนี้สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส มันถึงจุด ‘สิ้นสุดทางลุง’ เรียบร้อยแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กล้าธรรม’เติมเกมรุก สู้ไปลุ้นไป หวังประตูเป็นพรรครัฐบาลยังไม่ปิด
“พรรคกล้าธรรม” หนึ่งในพรรคการเมืองใหม่ที่เข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2569 แต่แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่แวดวงการเมือง-นักวิเคราะห์การเมืองและโพลบางสำนักก็ประเมินว่า พรรคกล้าธรรมจะได้ สส.ระดับหนึ่ง คือ ประมาณขั้นต่ำ 30 ที่นั่ง
ศาลรธน.ชี้ชะตา"ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้วสว.เดิมพันอนาคตการเมือง
ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยยังคงร้อนระอุด้วยความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจเก่ากับขั้วอำนาจใหม่ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 21 ม.ค.2569 นี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน
อนุทิน-ภท.โหมหนักสนามกทม. เป้าปักธงเขต-คะแนนปาร์ตี้ลิสต์พุ่ง
ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา 11-18 ม.ค. พบว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)” รวมถึงรัฐมนตรี-แกนนำพรรคภท.ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.เขตกรุงเทพมหานครอย่างหนัก
เปิดแผลเขย่าสมการหลังเลือกตั้ง แค่'ต่อรอง'หรือ'จัดการ'จริง
เข้าสู่ 20 วันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง บรรยากาศการหาเสียงแม้จะมีการแซะหรือเปิดแผลกันบ้าง แต่ไม่ถึงกับป้ายสีเหมือนที่เคยเห็นกันในอดีต ในทุกเวทีพรรคการเมืองยังคุมโทนในการ “ขายของ” ทั้งนโยบายและตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่เข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร
หนามยอกพรรคส้ม“มีเรา ไม่มีเทา” รวบผู้สมัครสส.สีเทา เข้าทาง'น้ำเงิน'
การหาเสียงแต่ละพรรคการเมืองกำลังเข้มข้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จัดเวทีปราศรัยดีเบตโชว์วิสัยทัศน์ เกทับบลัฟแหลกทั้งนโยบายประชานิยม แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน แต่ที่ฉีกตำราหาเสียงเลือกตั้ง “มีเรา ไม่มีเทา” สโลแกน พรรคประชาชน (ปชน.) สังคมต้องสะดุดฟัง
ช่วงโค้งสุดท้ายประชามติ เสียงอื้ออึง “สับสน-ไม่เข้าใจ”
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. ประชาชนจำนวนมากกลับยังคงอยู่ในภาวะ "เงียบเหงา" ต่อการออกเสียงประชามติที่จัดควบคู่กันไป

