เป็นไปตามคาด เมื่อ “สรวงศ์ เทียนทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค พท. เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า สส.ไม่สบายใจที่จะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะพฤติกรรมแทงข้างหลังและไม่ยอมรับนายกฯ คนที่ 31 ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
แตกต่างจากสถานะของกลุ่ม “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาฯ พปชร.เปิดไฟเขียวตลอดสายให้ร่วมงานในโควตาของนายกฯ เพราะเป็นเด็กดี ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ “สรวงศ์” กล่าวว่า ก็น่าจะพูดคุย และเป็นหน้าที่ของเราในการหาเสียงในสภาให้มากที่สุดเพื่อเสถียรภาพของรัฐบาล ถัดมาในวันที่ 28 สิงหาคม รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม ได้ส่งหนังสือเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ทันที
ถือเป็นการเดินหมากกินรวบหลายเด้งของ “นายใหญ่” ด้วยความสะใจ ปิดสวิตช์ “บิ๊กป้อม” แห่งป่ารอยต่อฯ พร้อมย่อยสลายพรรคประชาธิปัตย์คู่แค้นทางการเมืองหลายยุค
ในส่วนของ พปชร. แม้จะเขี่ย สส.ให้ไปเป็นฝ่ายค้านก็ตาม แต่เชื่อว่าฝีมือของ “ผู้กอง” ธรรมนัส จะสามารถต้อน สส.จากลุงป้อมมาเข้าคอกเพื่อไทยได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในระบบเขต ที่ต้องการงบประมาณ อำนาจรัฐไปลงพื้นที่กับชาวบ้าน หวังต่อวีซ่าให้พวกเขาเป็นผู้แทนฯ ต่อไป มิได้หวังพึ่งกระแสอย่างพรรคค่ายสีส้ม
แต่ต้องไม่ลืมว่าการกระทำนี้เปรียบเป็นดาบสองคม เพราะเป็นการถีบให้ “ลุงป้อม” เข้าตาจน ซึ่งเชื่อว่า “ทหารแก่ไม่ยอมตาย” จะสู้ยิบตาด้วยกลไกอำนาจที่ตัวเองหลงเหลือ ผ่านองค์กรอิสระ หรือบรรดานักร้องเกรดเอบวกของประเทศ
โดยมี “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชาย และเคยเป็นอดีต ผบตร. จะจัดการฝ่ายตรงข้ามด้วยคดีความต่างๆ และประเด็นจริยธรรมเพื่อชำระแค้นให้พี่ชาย
ผ่านระเบิดต่างๆ ที่วางไว้รอบตัว “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ คนที่ 31 อาทิ การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบนายกฯ ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นประธานเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ว่ามีการใช้จ่ายงบกว่า 5 พันล้านบาท
ผู้ไม่ปรากฏนาม ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคเพื่อไทย และฟาดนายกฯ อุ๊งอิ๊งตกเก้าอี้ในข้อหาว่า พรรคเพื่อไทยปล่อยให้ “ทักษิณ” เข้าครอบงำพรรคผ่านนายกฯ เศรษฐา ในการตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี โดยอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักฐาน
ร้องให้ยุบพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปประชุมที่บ้านจันทร์ส่องหล้าในยามพลบของวันที่ 14 สิงหาคม เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ในข้อหาว่า ยินยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำพรรค
ร้องขอให้ถอดถอนนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ในข้อหาว่าขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในกรณีการสอบเมื่อครั้งเป็นนิสิตจุฬาฯ โดยหาว่าทุจริตในการสอบ
กรณีปลุกผียายเนื่อมมากล่าวหาว่านายกฯ อุ๊งอิ๊งโกงที่ธรณีสงฆ์ของวัด เป็นการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
และขอให้ กกต.ตรวจสอบแพทองธารว่าได้ลาออกจากกรรมการบริษัทต่างๆ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 จริงหรือไม่ เหตุใดทะเบียนกรรมการจึงออกในวันที่ 19 สิงหาคม 2567 หลังจากที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 แล้ว จะเข้าข่ายเป็นเหตุให้ตกเก้าอี้นายกฯ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ ฯลฯ
ขณะที่สถานการณ์พรรคสีฟ้า เชื่อว่า “ทักษิณ” คงไม่ได้หวังดึงเสียงสร้างเสถียรภาพให้แก่รัฐบาลลูกสาวเท่านั้น
แต่ต้องการย่อยสลายให้หวังให้สูญพันธุ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ปิดตำนานคู่ต่อสู้ทางการเมืองในรอบ 20 ปี
แม้พรรคเพื่อไทยจะต้องยอมเจ็บและถูกประณามโดยคนเสื้อแดงและนางแบก เพราะไปจับมือกับพรรคที่ตัวเองเคยต่อว่ามือเปื้อนเลือด จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 ที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 92 ราย บาดเจ็บกว่า 1,500 ราย ในช่วง 69 วันของการชุมนุม นปช.
เช่นเดียวกับ มวลมหาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จะทำใจได้หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการบริหารยุคนี้ไม่แยแสต่อความรู้สึก ผสมพันธุ์ข้ามขั้วกับคนที่ตัวเองเคยกล่าวหาเป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง ทุจริตคอร์รัปชัน ซื้อเสียง และเผด็จการรัฐสภา ภายใต้การครอบครองของระบอบทักษิณ
การยอมไปจูบปากกับพรรคแดง และบอกว่าให้ทุกคนลืมๆ อดีตของคนรุ่นพ่อคนรุ่นแม่ จะเท่ากับว่า “เป็นการฆ่าตัวตายทางการเมือง” อีกครั้งหรือไม่
ขณะที่ผู้อาวุโสอย่าง “ชวน หลีกภัย” ยังไม่สามารถทัดทานได้ เพราะถูกยึดพรรคไปแล้ว นอกจากเซฟจุดยืนของตัวเองเท่านั้น แล้วอย่างนี้ประชาชนจะฝากความหวังได้อย่างไร เพราะอุดมการณ์และความน่าเชื่อถือของพรรคประชาธิปัตย์หมดสิ้นไปแล้ว
ดังนั้นแผนการปิดป่าฯ และย่อยสลายพรรคประชาธิปัตย์ที่นายใหญ่วาดฝันไว้ ดูเหมือนชนะศึก แต่ก็อย่างเพิ่งชะล่าใจ เพราะอาจแพ้สงครามในภายหลังก็เป็นไปได้
เนื่องจากกับดักที่หลายเจ้าภาพพร้อมใจกันจองกฐินไว้ อาจระเบิดตูมตามขึ้นมาทุกเมื่อ หากสถานการณ์เอื้ออำนวยหรือรัฐบาลสะดุดขาตัวเอง
โชคดี “อุ๊งอิ๊ง” แค่ตกเก้าอี้นายกฯ คนที่ 31 แต่ถ้าเคลียร์ไม่จบ โชคร้ายอาจมีชะตากรรมไม่ต่างจาก “คุณพ่อและคุณอา” ที่เคยต้องหนีคดีต่างๆ อยู่ต่างประเทศ...ไม่แน่ใจว่า “ครอบครัวชินวัตร” เตรียมใจและรับมือไว้แล้วใช่หรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ
ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
พท.เสียงแตก นัดสุมหัวชี้ขาด 'สสร.'
เพื่อไทย นัดสุมหัวแนวทาง สสร. หลังเสียงในพรรคแบ่งเป็นสองฝั่งทั้งเดินตามคำวินิจฉัยศาลรธน. และเห็นต่าง
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน
ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"
กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

