เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และต้องกระทำการอย่างรอบคอบในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของรัฐบาล นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ทำให้ต้องใช้เวลาในตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบ เพื่อกำจัดจุดอ่อนที่สุ่มเสี่ยงจะผิดกฎหมาย แล้วถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบยกไปร้องเรียน หรือฟ้องร้อง จนเป็นเหตุให้ต้องพ้นตำแหน่งเหมือนเช่นนายกฯ จากตระกูลชินวัตรเคยตกม้าตายในประเด็นทำนองนี้มาแล้ว
ยิ่งเมื่อมีคู่กรณีเก่าอย่าง ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว สนับสนุนให้นายกฯ เลือก “ลูกหม้อ” ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขึ้นเป็นเลขาธิการ สมช. เพราะมีความพร้อมเรื่องของอาวุโส พร้อมย้ำเรื่องระบบคุณธรรม ที่ฝ่ายการเมืองไม่ควรเลือกใครเพื่อประโยชน์ของตนเอง
อาจเป็นเพราะในช่วงใกล้เคาะชื่อมีข่าวว่าจะมีการส่งชื่อตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มานั่งรอเวลาเกษียณในตำแหน่งนี้เหมือนเช่นอดีต เลขาธิการ สมช.คนล่าสุด
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจไม่ลงตัว หรือมันอาจลงตัวตามระบบของมันแล้ว แต่คนกำกับอาจยังไม่พอใจ และอาจมีการแต่งตั้งระดับรอง ผบ.สตช.บางคนมาที่ สมช.อีก ..เหมือนที่เคยดัน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ มาเป็นเลขาฯ สมช.เมื่อปีที่ผ่านมา ตำแหน่งเลขาฯ สมช.เป็นตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบงานสำคัญของชาติ ไม่ใช่ตำแหน่งสำรอง หรือใช้รองรับคนที่อกหัก ผิดหวังจากที่ใดที่หนึ่งนะครับ” นายถวิลระบุ
นั่นเป็นเพราะมีชื่อของ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ถูกส่งออกมาที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าตัวก็มั่นใจว่าจะไม่ถูกย้ายข้ามห้วยออกจากฝั่งปทุมวัน เพราะหากย้อนกลับไปดูประวัติรับราชการที่เติบโตมาในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 คุมพื้นที่ภาคเหนือ มีความใกล้ชิดกับเครือข่ายในรัฐบาลอยู่ไม่น้อย นายกฯ จะฝืนใจดึงมานั่งแท่นที่ทำเนียบฯ หรือไม่
ทำให้ห้วงเวลาในการแต่งตั้งเลขาธิการ สมช.อาจต้องรอให้การปรับย้าย ตร.ปิดจ๊อบเสียก่อน หากไม่มีความจำเป็นต้องผ่องถ่ายใครออกมา ก็เชื่อว่าตัวเลือกที่พิจารณาไว้จะได้รับการแต่งตั้งในเวลาต่อมา
มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลเล็งคนที่จะมานั่งในตำแหน่งนี้ไว้แล้ว โดยพุ่งเป้าไปที่ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงในภาพรวม และเทน้ำหนักไปที่งาน “ดับไฟใต้” ซึ่งถือเป็นนโยบายระดับต้นๆ ของรัฐบาลที่อยากให้สถานการณ์ในพื้นที่ได้รับการแก้ไขให้จบสิ้นเสียที
โดย 3 ตำแหน่งในอำนาจของนายกฯ ที่ถือเป็น “เสาหลัก” ในการแก้ไขปัญหาระดับนโยบายและยุทธศาสตร์ ก็คือตำแหน่ง เลขาธิการ สมช., เลขาธิการ ศอ.บต. และหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ
ดังนั้นจึงมีการตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะให้ตำแหน่งเลขาธิการ สมช.เป็นแค่เก้าอี้รองรับ “คนอกหัก” เหมือนในอดีตจริงหรือไม่?
และทำให้มีการมอง “สูตร” การแต่งตั้ง เลขาธิการ สมช.ที่อาจเลือกเฟ้นคนที่ทำงานในพื้นที่-เคยเป็นลูกหม้อ สมช.มาก่อนขึ้นมาพิจารณา โดยเฉพาะชื่อของ “รองปุ๊” นันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ที่ซาวเสียงจากหลายฝ่าย และได้รับการตอบรับในทางบวก
หากย้อนกลับไปดูเส้นทางรับราชการแล้ว “รองปุ๊” เคยปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วย้ายมาเติบโตที่ สมช. ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สล.คปต.) ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต., ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งก่อนถูกส่งไป ศอ.บต.ก็เป็นแคนดิเดตตำแหน่งใน สมช.คู่กับ ฉัตรชัย บางชวด มาโดยตลอด
ทั้งนี้อาจจะมีการขยับ “รองฯ ฉัตรชัย” ไปเป็นที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี หรือเทียบขั้นซี 11 แล้วให้ “รองปุ๊” มาเป็นรองเลขาธิการ สมช.ไว้ก่อน เพื่อรอจังหวะการแต่งตั้งที่เหมาะสม
โมเดลการแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว น่าจะปลอดภัยพอที่นายกฯ แพทองธารจะลงนามแต่งตั้งได้ มีข้อกฎหมายและความเหมาะสมในการพิจารณาให้รอบคอบ
บทเรียนในยุคที่คนในครอบครัวชินวัตร และคนที่ชินวัตรเลือกให้เป็นนายกฯ หลุดจากตำแหน่งก็เพราะการเลื่อน ลด ปลด ย้าย เป็นเหตุส่วนหนึ่งด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลสอบโกงท้องถิ่น จบแบบคาใจ จี้ลากคอ'บิ๊กการเมือง'สยบข้อครหา
วิกฤตการณ์ทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งพบผู้กระทำผิดในการแก้ไขคะแนนสอบสูงถึง 5,925 คน จนนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนผู้ที่ถูกบรรจุเข้ารับราชการ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาล ว่าจะสามารถกวาดล้างโครงข่ายนี้ ให้สิ้นซากได้จริง หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่การลูบหน้าปะจมูก
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
'ฉัตรชัย' ไม่กั๊ก! เลือกได้อยากเกษียณตำแหน่งเลขาฯสมช.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวเลขาธิการ สมช. โดย
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

