สร้างอนาคตไทย-เริ่มขยับ อีกหนึ่งพรรคหวังแชร์เก้าอี้ กทม.

เดินหน้าเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องสำหรับ พรรคสร้างอนาคตไทย โดยหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 19 ม.ค. ต่อจากนั้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ แกนนำพรรคอย่างสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และสุพล ฟองงาม ลงพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อพบปะกลุ่มผู้สนับสนุนเครือข่ายพรรคในภาคอีสาน

และล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา 2 แกนนำพรรคคือ อุตตม สาวนายน และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ลงพื้นที่ย่านถนนเยาวราชที่อยู่ในช่วงจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เนื่่องในช่วงวันตรุษจีน พร้อมกับเปิดตัว อาทิตย์ ชุณหชัชราชัย หรือ ตี้ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 1 ที่โปร์ไฟล์ไม่ธรรมดา ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ก็คือคนที่จะมาลงสู้กับ กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม.เขต 1 พลังประชารัฐ ที่มีฐานเสียงในพื้นที่ปึ้กพอสมควร การที่พรรคสร้างอนาคตไทยจะเข้ามาเจาะพื้นที่ดังกล่าวของพลังประชารัฐ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะเดียวกันก็ยังมี อดีต ส.ส.เขต 1 กทม. 3 สมัย ของประชาธิปัตย์ คือ เจิมมาศ จึงเลิศศิริ รอล้างตา หวังกลับมาทวงคืนเก้าอี้ให้ได้ในสมัยหน้า อีกทั้งพรรคไทยสร้างไทย ที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นผู้ก่อตั้งพรรค ก็ยังส่ง ดร.นิค สุวดี พันธุ์พานิช เลขานุการกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี-สายตรง นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) เจ้าของเครือ รพ.ธนบุรี อันโด่งดัง เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่แข่งเดือดแน่ๆ  

อย่างไรก็ตาม การที่พรรคสร้างอนาคตไทยต้องการปักธงในพื้นที่ กทม. ทำให้สนามเลือกตั้ง ส.ส.กทม.รอบหน้า ที่จะเพิ่มจำนวน ส.ส.เขต จากเดิม 30 เก้าอี้ เป็น 34 เก้าอี้ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จะมีพรรคสร้างอนาคตไทยลงสนามสู้ศึกเพื่อหวังแชร์เก้าอี้ ส.ส.เขต กทม.รวมถึงคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้สนาม กทม.หลังจากนี้ จากเดิมตอนเลือกตั้งปี 2562 ที่แข่งกันระหว่าง 4 พรรคหลักคือ

"พลังประชารัฐ-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-อนาคตใหม่หรือก้าวไกลปัจจุบัน"

แต่เลือกตั้งรอบหน้าจะมีเพิ่มเข้ามาอีกคือ พรรคสร้างอนาคตไทย และก่อนหน้านี้ที่เปิดตัวและแสดงเจตจำนงมาแล้วว่าต้องการส.ส.และคะแนนในพื้นที่ กทม.ก็ยังมี พรรคไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นแกนนำ - พรรคกล้า ที่ขับเคลื่อนโดยกรณ์ จาติกวนิช รวมถึง พรรคไทยภักดี ภายใต้การนำของหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ชิมลางสนามเลือกตั้งซ่อมหลักสี่ฯ ไปแล้ว

รวมถึงยังมี ภูมิใจไทย ของเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ตอนนี้มี 2 ส.ส.กทม.อดีตอนาคตใหม่เข้ามา คือ โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี และมณฑล โพธิ์ค่าย แม้คนจะมองว่าทั้ง 2 คนเข้ามาได้ เพราะกระแสอนาคตใหม่ตอนปี 2562 แล้วย้ายมาภูมิใจไทยหลังอนาคตใหม่โดนยุบพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องงูเห่า แต่ก็พบว่าที่ผ่านมาทั้ง 2 คน พอย้ายมาภูมิใจไทยก็ทำพื้นที่อย่างหนัก เพราะได้แรงอัดฉีดจากภูมิใจไทยให้ทั้ง 2 คนเป็นหัวหอกให้ภูมิใจไทยปักธงใน กทม.ให้ได้ในการเลือกตั้งรอบหน้า อีกทั้งภูมิใจไทยก็มีข่าวว่าเสี่ยหนูกำลังดูตัวผู้สมัครอีกหลายคนที่คิดว่าพอจะส่งลงแล้วพอไปช่วยทำแต้มในบัตรลงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ให้ได้บ้าง

เท่ากับเลือกตั้งรอบหน้า สนามเลือกตั้ง กทม.จะมีประมาณร่วม 8 พรรคการเมืองหวังผล

คือพลังประชารัฐ-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-ก้าวไกล-สร้างอนาคตไทย-กล้า-ไทยภักดี-ไทยสร้างไทย และอีกหนึ่งพรรคหวังสอดแทรกคือ ภูมิใจไทย

ขนาดสนามเลือกตั้งยังไม่เปิด แต่ก็เห็นเค้าลางถึงความมันส์ยกร่องของสนามเลือกตั้ง กทม.แล้ว

ส่วนการเดินหน้าขับเคลื่อนพรรคสร้างอนาคตไทยต่อจากนี้ ยังต้องจับตากันต่อไปหลังที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าจะมี กลุ่มการเมือง อีกหลายกลุ่มกำลังตัดสินใจอาจจะมาร่วมงานการเมืองกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และพรรคสร้างอนาคตไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกำแพงเพชร ของวราเทพ รัตนากร, กลุ่มชลบุรี ของสนธยา คุณปลื้ม, กลุ่มอดีต ส.ส.กทม.และอดีต ส.ก.บางส่วนที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุย เช่น วิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.หลายสมัยของประชาธิปัตย์ รวมถึงพวก ส.ส.ปัจจุบันที่มีปัญหากับคนในพรรคต้นสังกัดและอาจย้ายมา เช่น อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่เดิมอาจจะย้ายไปพรรคประชาชาติ แต่ข่าวว่าเกิดปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกับคนในพรรคประชาชาติเดิม เลยมีข่าวว่าอาจจะเบนเข็มมาพรรคสร้างอนาคตไทยแทน เป็นต้น

ส่วนที่หลายคนยังสงสัยว่า พรรคสร้างอนาคตไทยและแกนนำพรรคอย่าง ดร.สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์ รวมถึงแนวทางพรรคที่ประกาศว่าเป็นพรรคการเมืองแบบกลางๆ ไม่ซ้ายสุดขั้ว ไม่ขวาสุดโต่ง อาจขับเคลื่อนได้ยากในยุคที่คนในสังคมยังมีความคิดเห็นทางการเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้ว

อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง 8 สมัย มั่นใจว่า แนวทางดังกล่าวจะตอบโจทย์ความรู้สึกของประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเบื่อพรรคการเมืองแบบเก่าๆ เบื่อความขัดแย้งทางการเมือง และต้องการเห็นการเมืองแบบใหม่

"ประชาชนส่วนหนึ่งเบื่อความขัดแย้ง เพราะเราอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างน้อยที่สุดก็ร่วม 16 ปีแล้ว ตั้งแต่มีการยึดอำนาจจากคณะ คมช.เมื่อปี 2549 มาถึงปัจจุบันปี 2565 ผ่านมา 16 ปี เราจะอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่แบ่งประชาชน ที่นิยมชมชอบพรรคการเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้วแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว

พรรคหวังคน 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มคนที่เป็นกลางจริงๆ เบื่อความขัดแย้งแล้ว ผมคิดว่าเราจะได้แนวร่วมจากคนเหล่านี้ ซึ่งคนที่ไม่เอาทั้ง 2 ข้าง ไม่เอาพรรคการเมืองเก่า เปอร์เซ็นต์พบว่ามีเพิ่มขึ้นเรื่อย และต้องมองในมุมดีว่า คนที่อยู่สุดขั้วทั้ง 2 ข้าง เริ่มเบื่อแล้ว คนที่ไปซ้ายสุดก็เริ่มเบื่อแล้ว ที่อาจมองว่าไม่มีโอกาสที่จะชนะเลย หรือคนที่อยู่ขวาสุดก็เช่นกัน อาจมองว่าไม่เห็นโอกาสที่จะชนะเลย คนจากทั้ง 2 กลุ่มก็จะเดินออกจากฟากของตัวเองมาอยู่ตรงกลางมากขึ้น เราหวังให้คนเหล่านั้นเห็นด้วยกับสร้างอนาคตไทย"

แนวทางการเมืองแบบ ไม่ซ้ายสุดขั้ว-ไม่ขวาสุดโต่งแบบพรรคสร้างอนาคตไทย หลังจากนี้จะมีอะไรให้คนร้องว้าว และมีเซอร์ไพรส์อะไรออกมาให้แวดวงการเมืองฮือฮาเป็นระยะได้หรือไม่ คงต้องรอติดตามกันต่อไป. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา‘2แม่ทัพใหม่’แก้วิกฤตพลังงาน ผ่าโครงสร้าง-กู้ศรัทธาประชาชน

จากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะ “น้ำมัน” ซึ่งขณะนี้รัฐบาลปล่อยราคาขึ้นตามกลไกตลาด จากรอบแรกปรับราคาขึ้นพรวดที่ 6 บาทต่อลิตร จนรัฐบาลโดนด่าระงม ล่าสุดวันที่ 2 เมษายน ปรับขึ้นอีก 3.50 บาทต่อลิตร

เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.

หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก

'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว

อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.

คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้