‘ฝ่ายค้าน’ซักฟอก‘นายกฯอิ๊งค์’ ขยายแผล ปูทาง ยื่น 'ป.ป.ช.'

เปิดฉากกันไปแล้ว ศึกซักฟอก อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ภายใต้คอนเซปต์ ‘ดีลแลกประเทศ’ วันแรก ไฮไลต์สำคัญ ช่วงเช้าหนีไม่พ้นการเปิดหัวของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และการลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

โดยเฉพาะในรายของ พล.อ.ประวิตร ที่หลายฝ่ายรอติดตาม เพราะไม่เคยเห็นบทบาทดังกล่าว ตลอดจนรอติดตามเนื้อหาว่า จะมีหมัดเด็ด เพราะจะทำให้ น.ส.แพทองธารหนาวๆ ร้อนๆ หรือไม่

สุดท้ายเป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ‘บิ๊กป้อม’ แค่ทำหน้าที่จั่วหัวแบบกว้างๆ ในเชิงผู้ใหญ่สอนเด็กเท่านั้น ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ลูกพรรคมาขยายความต่อ

โดยลูกพรรคคนแรกคือ นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สส.เพชรบูรณ์ พรรคประชารัฐ ที่ตั้งข้อสังเกตถึงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.แพทองธาร โดยเฉพาะในรายการหนี้สินอื่นจำนวนกว่า 4,434 ล้านบาท ซึ่งหนี้สินนี้ประกอบไปด้วยหนี้ตามต่อสัญญาใช้เงินเพื่อชำระค่าหุ้นให้กับพี่น้องเครือญาติและบุคคลในครอบครัวของนายกฯ

โดยจากการตรวจสอบตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว ทั้ง 9 ฉบับเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ล้วนเป็นตัวสัญญาใช้เงินที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ชำระหนี้คืนและไม่มีการคิดดอกเบี้ย

จากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นขยี้ในประเด็นดังกล่าวต่อว่า เป็น นิติกรรมอำพราง อย่างไรก็ตาม นอกจากประเด็นดังกล่าว ฝ่ายค้านยังรุกตรวจสอบในประเด็นใหญ่ๆ ที่มีการฉายหนังตัวอย่างไปก่อนแล้ว อย่างเช่น เรื่อง ที่ดินอัลไพน์

เนื้อหาหลักๆ ในวันแรกฝ่ายค้านพยายามฉายภาพให้เห็นถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวกับตัวนายกฯ และบุคคลในคนครอบครัว

ขณะที่ปฏิกิริยาของ น.ส.แพทองธาร ระหว่างถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ พยายามใจดีสู้เสือ แสดงท่าทีว่า ไม่ได้หวาดกลัว และพร้อมจะตอบโต้กลับ โดยเฉพาะการลุกขึ้นพูดทันที หลัง ‘บิ๊กป้อม’ อภิปรายเสร็จ โดยย้อนเกล็ดคำพูดของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ครั้งหนึ่งเคยชี้แจงสั้นๆ เมื่อครั้งเป็นรองนายกฯ ว่า “สิ่งที่ท่านพูดไม่เป็นความจริง”

บรรดาลูกพรรคเพื่อไทยอาจชอบใจที่ย้อนได้เจ็บแสบ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกันว่า ไม่ได้ตอบในเนื้อหาสาระ และจงใจล้อเลียนมากกว่า  

ต่อมา นายกฯ อิ๊งค์ ได้ลุกขึ้นมาชี้แจงอีกครั้ง ยืนยันว่าทั้งการปฏิบัติ และเจตนาที่ได้ดำเนินการทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมาถูกต้องตามกระบวนการตามข้อกฎหมายทุกอย่าง การกล่าวหาว่านายกฯ หนีภาษี ไม่ได้เป็นความจริงเลย และเป็นเรื่องที่ตรงกันข้าม

พร้อมย้อนนายวิโรจน์ว่า "แม้ดิฉันจะอายุน้อยกว่าท่าน แต่ก็มั่นใจว่าดิฉันเสียภาษีให้รัฐมากกว่าท่านแน่นอน”

ขณะที่บรรยากาศการอภิปรายวันแรก การประท้วงมีอยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นหยุดการประชุมนาน เพราะเนื้อหายังไม่ถึงกับเข้มข้นมาก เหมือนค่อยๆ ไต่ระดับมากกว่า

และหากถอดรหัสจากชื่อ ‘ยุทธการโรยเกลือ’ ของฝ่ายค้านแล้ว เหมือนฝ่ายค้านต้องการใช้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจมาพรีเซนต์ให้ประชาชนรับทราบถึงความไม่ชอบมาพากล และความไม่ปกติในเรื่องต่างๆ มากกว่า เหมือนต้องการใช้เวทีนี้เพื่อย่อยเรื่องยากๆ ให้ประชาชนเข้าใจในความไม่ปกตินี้ เพื่อสร้างความสนใจก่อน

เหมือนเป็นการนำร่อง ปูทางเพื่อนำไปสู่การยื่นถอดถอนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจบศึก เหมือนที่มีการพูดเอาไว้

เช่นเดียวกับจุดประสงค์ของพรรคพลังประชารัฐ หากดูสิ่งที่ สส.พรรคพลังประชารัฐอภิปราย โดยเฉพาะเรื่องบัญชีทรัพย์สิน จุดมุ่งหมายน่าจะไปถึงขั้นยื่น ป.ป.ช.ให้สอบจริยธรรมร้ายแรงของนายกฯ เช่นกัน

ปลายทางของฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน หรือพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้อภิปรายจบแล้วจบ แต่มีดาบสองนั่นคือ การยื่นต่อ ป.ป.ช.

แม้ก่อนหน้านี้จะมีบรรดานักร้อง ไปยื่นตรวจสอบ น.ส.แพทองธาร กันที่ ป.ป.ช.ไว้แล้ว แต่หากดูอิมแพ็ก การยื่นครั้งนี้น่าจะมีมากกว่า เพราะเป็นฝ่ายค้านในสภา และเป็นการนำสิ่งที่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจไปยื่น ซึ่งดูเป็นทางการ

เมื่อเป็นคดีนายกฯ ย่อมเป็นคดีใหญ่ และเป็นที่สนใจของสังคม และเป็นการพา น.ส.แพทองธาร เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแบบจริงจังและตามระบบ

เป็นเคสคล้ายๆ กับกรณีฝ่ายค้านในอดีตเคยซักฟอก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในขณะนั้น แล้วสุดท้ายไปจบที่องค์กรอิสระ    

ขณะที่ ป.ป.ช.คือ องค์กรอิสระ ที่อดีตผู้นำตระกูลชินวัตร มีสถิติที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็น นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นพ่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นอา รวมไปถึงนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ สามีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อาของ น.ส.แพทองธาร

อีกทั้ง ป.ป.ช.ยังเป็นองค์กรอิสระ ที่พรรคเพื่อไทย หรือผู้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทย เข้าไปแทรกแซง หรือแทรกซึมไม่ได้ และยังถูกมองว่า อาจจะเป็นตัวแปรสำคัญในการถ่วงดุลรัฐบาลชุดนี้ด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮั้วสว.'ข้อเท็จจริง'ปะทะ'กระแส' จบที่ศาล หรือรอวันแตกหัก?

สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้เปรียบเสมือนฉากทัศน์ของ สงครามตัวแทน ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจที่มียุทธวิธีต่างกันสุดขั้ว ระหว่างฝ่าย 'สีส้ม' นำโดยพรรคประชาชนอย่าง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ์ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ไอลอว์ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” พ่วง สว.ประชาชน และผู้สมัคร สว.สำรอง ที่เดินเกมใช้ข้อมูลข่าวสาร สำนวนในคดี เปิดโปงความไม่โปร่งใสในคดีฮั้ว สว.รายวัน

“สำนวนฮั้ว สว.229”รั่วกลางทาง “กกต.”หนีตาย“ลอยตัว”ลดแรงเสียดทาน

นาทีนี้คงไม่มีประเด็นการเมืองไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจในสภาสูงได้เท่ากับมหากาพย์ "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา" อีกแล้ว จากการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้งและบล็อกโหวต วันนี้คดีที่หลายฝ่ายคิดว่าจะถูกเตะถ่วงจนเงียบหาย กลับมาพูดถึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และกำลังบีบให้องค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกอยู่ในสภาพ "หลังชนฝา"

"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"

ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส

26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน

คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย

หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ