
มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นตามมาทันที หลังเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ม.ค. บิ๊กป๊อก-มท.1 พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงไทม์ไลน์ปฏิทินการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า คณะรัฐมนตรีจะนำเรื่องกรอบเวลาการเลือกตั้งมาหารือกันในเดือนมีนาคม จากนั้นจะแจ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้กำหนดและประกาศวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ต่อไป ซึ่งคาดว่าจะจัดภายในเดือน พ.ค.ปีนี้
ปรากฏว่าต่อมา ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ประชุมกันผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันอังคารที่ 1 ก.พ. มีการนำเรื่องดังกล่าวมาหารือกันแบบไม่เป็นทางการ แต่เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลจะไฟเขียวให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เดือน พ.ค.นี้แน่นอน
โดย วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ว่า ในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ได้แจ้งถึงขั้นตอนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ตามที่ได้รายงานต่อ ส.ว.เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ว่า เดือน มี.ค.จะมาแจ้งให้ ครม.ทราบถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการ เมื่อเรื่องถึง ครม.และ ครม.เห็นชอบแล้ว ก็ถือว่าเข้าเกณฑ์ทางกฎหมายที่จะมีการเลือกตั้ง กทม. ซึ่งอาจจะพร้อมกับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา หลังจากนั้น กกต.จะไปกำหนดวันเลือกตั้ง
"จะนับหนึ่งจากการรายงาน ครม.อย่างเป็นทางการเดือน มี.ค. จากนั้นจะนับสองเมื่อ กกต.ประกาศวันรับสมัครและวันเลือกตั้ง ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ค. ซึ่งจะทำพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือ ส.ก."
หากดูตามนี้ พ.ค.ปีนี้คนกรุงเทพฯ จะได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.แน่นอนแล้ว หลังคนเมืองกรุงได้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมีนาคม 2556 เท่ากับว่าหากมีการเลือกตั้งเดือน พ.ค.ปีนี้ ก็จะเป็นการเลือกตั้งในรอบ 9 ปี!
ทำให้คาดได้ว่า เมื่อเริ่มการคิกออฟการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. การหาเสียง-ความตื่นตัวของคนกรุงเทพฯ ต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ในรอบ 9 ปี จะมีความคึกคักแน่นอน หลังมีการแช่แข็งไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มานานหลายปี
ทั้งนี้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ที่จะเกิดขึ้น จะเป็นการเลือกตั้งตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2562 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ร.บ.กทม.) ฉบับปี 2528 โดยแก้ไขในยุครัฐบาล คสช.ในประเด็นต่างๆ เช่น คุณสมบัติของผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม., เรื่องการเลือก ส.ก. ตลอดจนมีการตัดเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ออกไป
โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ เช่น คนที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง ที่เป็นการแก้ไขกฎหมายจากของเดิมที่ให้แค่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแค่ 90 วันก็ลงได้แล้ว
ซึ่งประเด็นดังกล่าว เคยเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ ก่อนหน้านี้ที่พรรคพลังประชารัฐ พยายามทาบทาม ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หรือผู้ว่าฯ หมูป่า ให้มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่นายณรงค์ศักดิ์ไม่ค่อยอยากลงสมัคร เพราะอยากรับราชการจนเกษียณ และจุดสำคัญที่ทำให้ลงไม่ได้ก็คือ เรื่องคุณสมบัติ ที่แม้จะเติบโต มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก่อนหน้านี้ แต่พบว่าไม่ได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิมเป็นเวลาติดต่อกัน 1 ปี
สำหรับการเลือกตั้ง ส.ก.รอบนี้จะมีด้วยกัน 50 เขต ซึ่งจำนวนสมาชิกสภา กทม. กำหนดให้แต่ละเขตมีจำนวนสมาชิกสภา กทม. 1 คน ต่อประชากร 1.5 แสนคน หากเศษของราษฎร 1.5 แสนคนนั้นเกิน 7.5 หมื่นคน ให้มีสมาชิกสภา กทม.เพิ่มอีก 1 คน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ส่วนเรื่องสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานครหรือ ส.ข. นั้น ปัจจุบัน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครฯ มาตรา 24 บัญญัติว่ายังไม่ให้มี ส.ข.จนกว่าจะมีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ โดยไม่ได้มีรายละเอียดในส่วนนี้มากนัก จึงทำให้มีแนวโน้มที่กรุงเทพมหานครจะไม่มี ส.ข.ไปอีกช่วงหนึ่ง หลังมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ในเดือน พ.ค.ไปแล้ว หรือไม่แน่อาจตลอดไปเลยก็ได้ เพราะหลายคนมองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี ส.ข.ให้สิ้นเปลืองงบประมาณด้านต่างๆ ของ กทม.ก็ได้
เมื่อตรวจลิสต์รายชื่อพรรคการเมือง และคนที่จะลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.แบบอิสระที่เปิดตัวแล้ว ก็มีเช่น ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ แต่พรรคเพื่อไทยหนุนหลัง, ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ที่ลงในนามพรรคก้าวไกล, รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม.ที่ลงอิสระ, พ.ท.หญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล (ผู้พันปราง) อดีต ส.ส.ปชป. ลูกสาวของสุขวิช รังสิตพล อดีต รมว.ศึกษาธิการ เป็นต้น
ส่วนที่มีข่าวกำลังรอตัดสินใจ แต่แนวโน้มน่าจะลงแน่นอน ก็คือ สองบิ๊กเสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร ที่จะต้องมาแข่งกันเองคือ บิ๊กวิน-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ที่ตอนนี้ฟอร์มทีมหาเสียงและทีม ส.ก.ของตัวเองไว้หมดแล้วในนามกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ และสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ที่อาจจะลงอิสระหรือในนามพรรคการเมืองตั้งใหม่
แต่ที่หลายคนจับตาก็คือ พลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาลและพรรคที่มี ส.ส.เขต กทม.มากที่สุด ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 คือ 12 คน แต่ปัจจุบันเหลือ 11 คนหลังแพ้เลือกตั้งซ่อมที่หลักสี่ฯ หลังก่อนหน้านี้มีชื่อออกมาหลายชื่อว่าจะลงในนามพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร., พล.ต.อ.อัศวิน, นายณรงค์ศักดิ์ ผวจ.ปทุมธานี จนมาถึงล่าสุด อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ที่เป็นหนึ่งในนายทุนใหญ่พรรค แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนออกมา
นับถอยหลังศึกเลือกตั้ง ชิงเก้าอี้ บิ๊กเสาชิงช้า-ผู้ว่าฯ เมืองหลวง แม้อาจจะเหลือเวลาอีก 3 เดือนกว่า หากเลือกตั้งกันเดือน พ.ค. แต่เห็นชัดมาแต่ไกล ศึกนี้ เข้มข้น หาเสียงกันสนุกตั้งแต่เริ่มเป่านกหวีดการแข่งขัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว
อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.
คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’
'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'
อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซัด"อนุทิน"-กะซวก"พิพัฒน์" แค่หนังตัวอย่าง ก่อนเจอของจริง
หลังคนไทยหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงแล้วจากสงครามถล่มอิหร่าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
'ครม.หนู 2' เปลี่ยน 'ซือแป๋' สเปก-จังหวะ-ภารกิจ ลงล็อก 'ปกรณ์'
‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง

