ศรีสะเกษ ‘หนังตัวอย่าง’ เลือกตั้งใหญ่ ‘แดง’ ขาลง ‘น้ำเงิน’ แพ้ไม่ได้

แม้อายุรัฐบาลจะมีระยะเวลาแค่ 4 เดือน ก่อนกดปุ่มยุบสภา แต่ศึก เลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 พื้นที่ อ.ขุนหาญ และภูสิงห์ ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ กลับเข้มข้น

ถึงแม้จะเป็นเพียงเขตเลือกตั้งเดียว แต่เป็นมากกว่าการเลือกตั้งซ่อมทั่วไป เพราะซ่อนนัยทางการเมืองภาพรวมทั้งประเทศในขณะนี้

ห้วงหลายปีมานี้ จ.ศรีสะเกษ กลายเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการคับแค้นใจของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีต่อ สส.ในจังหวัดที่ยกครัวกันไปอยู่กับค่ายสีน้ำเงินในการเลือกตั้งปี 2566

ย้อนไปในการเลือกตั้งครั้งใหญ่ล่าสุด พรรคเพื่อไทยใช้แคมเปญปั่นวาทกรรม ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ จนกวาด สส.ไปได้ค่อนจังหวัด เหลือให้พรรคภูมิใจไทยเพียง 2 ที่นั่ง

ก่อนที่ค่ายสีน้ำเงิน นำโดย ‘บ้านใหญ่ไตรสรณกุล’ จะลบล้างภาพวาทกรรมดังกล่าว ด้วยการ ‘ชูคนพื้นที่ ไม่มีฝ่าย’ ป้องกันแชมป์ ‘นายก อบจ.’ ชนิดที่ชนะคู่แข่งขาดลอยไม่เห็นฝุ่น ทั้งที่พรรคเพื่อไทยส่ง ‘แม่ทัพใหญ่’ อย่าง ‘ทักษิณ’ ลงมาช่วยผู้สมัครฝั่งตัวเองมากกว่า 1 ครั้งก็ตาม

กลับมาที่การเลือกตั้งซ่อมหนนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่า หวังจะรักษาที่นั่งให้ได้ หากแต่กระแสสังคมและแวดล้อมไม่เอื้อให้พวกเขาเลย เริ่มตั้งแต่ตัวผู้สมัคร สส. ที่ครั้งนี้ส่ง ‘กุ้ง’ ภูริกา สมหมาย  ลูกสาว ‘อมรเทพ สมหมาย’ สส.ผู้ล่วงลับ ลงแข่ง

สำหรับตัว ‘สส.อมรเทพ’ ที่ล่วงลับไปแล้วค่อนข้างแข็ง แต่ กับ ‘ภูริกา’ ถือว่าใหม่มากในทางการเมืองและพื้นที่

ซึ่งก่อนวันกาบัตร 28 กันยายน 2568 ยังมีคนจุดประเด็น โดยพยายามขยี้จุดอ่อนของ ‘ภูริกา’ อีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.อุบลราชธานี รวมไปถึงข้อสังเกตว่า เจ้าตัวเป็นลูกติดภรรยาของ สส.อมรเทพ และเพิ่งจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุล ‘สมหมาย’ เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อใช้ในการเลือกตั้งซ่อมหรือไม่

ขณะที่กระแสพรรคเพื่อไทย ในจังหวัดชายแดนอีสานใต้ ค่อนข้าง ‘ติดลบ’ อันมีผลมาจากคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา จนเป็นเหตุให้นายกฯ คนที่ 31 ของประเทศไทยต้องกระเด็นตกเก้าอี้ จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนไม้ตายของพรรคเพื่อไทยอย่าง ‘ทักษิณ’ ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างจำคุก ไม่สามารถออกมาช่วยหาเสียงได้

แกนนำที่พรรคเพื่อไทยส่งมาเป็นแม่ทัพในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้คือ ‘เจ๊เดือน’ มนพร เจริญศรี สส.นครพนม และอดีต รมช.คมนาคม ที่รับผิดชอบพื้นที่อีสาน

พรรคเพื่อไทยต้องสู้ในขณะที่ลูกพรรคเสียขวัญจากการสูญเสียแม่ทัพ ตรงกันข้ามกับคู่แข่งอย่างพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังฮึกเหิมจากการผงาดขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาล

ครั้งนี้ค่ายน้ำเงินส่ง ‘อาจารย์อีฟ’ จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ทายาทการเมืองของ ‘เฮียโอ’ ธีระ ไตรสรณกุล อดีต สส.ศรีสะเกษในเขตดังกล่าว ลงทวงคืนพื้นที่

จุดแข็งคือ ขณะนี้กระแสสีน้ำเงินใน จ.ศรีสะเกษ ดีขึ้นจากแต่ก่อนมาก อันมีผลมาจากการทำพื้นที่อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นักการเมืองในก๊วนบ้านใหญ่ขยับตัวเร็ว ระดมองคาพยพช่วยเหลือชาวบ้านจนถึงวันที่สถานการณ์คลี่คลาย

ส่วนตัวผู้สมัคร สส.อย่าง ‘ครูอีฟ’ เป็นลูกศรีสะเกษขนานแท้ อยู่ในพื้นที่กับ ‘ป๊าโอ’ มาตลอด

เป็นนักการเมืองเจเนอเรชันใหม่ของ ‘บ้านใหญ่ไตรสรณกุล’ ร่วมกับ ‘หนูกวาง’ ไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และลูกสาวนายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ

วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ รอบนี้ ‘น้ำเงิน’ มาแรง และ ‘น้ำเงิน’ เองอยู่ในโหมดที่ต้องชนะเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยต้องการครองใจประชาชนในพื้นที่อีสานใต้ให้ได้แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่ง จ.ศรีสะเกษถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ

โดยการชนะพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งซ่อม สส.ครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความมั่นใจต่อยอดไปถึงสนามเลือกตั้งใหญ่ที่ใกล้เข้ามาถึงว่า ชั่วโมงนี้น้ำเงินแรงกว่าแดง เป็นการประกาศศักดาให้เห็นว่า พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 ของฝ่ายอนุรักษนิยมแทนที่พรรคเพื่อไทยแล้ว

ที่สำคัญ สนามนี้ ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงมาช่วยหาเสียงด้วยตัวเอง หากแพ้ให้พรรคเพื่อไทยที่อยู่ในช่วงขาลง ย่อมเสียรังวัดทางการเมืองแน่

เพราะเป็นทั้งนายกฯ เป็นรัฐบาล และมีกระแสไม่พอใจพรรคเพื่อไทยจากเรื่องศึกชายแดน หากตกม้าตายย่อมไม่ได้เสียหน้าแค่ตัวผู้สมัคร สส. แต่หมายถึงยี่ห้อพรรคต้นสังกัดด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น สนามนี้ยังเป็นการพิสูจน์ฝีมือ ‘บ้านใหญ่ไตรสรณกุล’ อีกครั้งด้วยว่า พร้อมแล้วหรือไม่ กับปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า หลังกำราบพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.มาได้แล้วหนหนึ่ง

ถึงนาทีนี้ ในแง่ความมุ่งมั่น ตั้งใจ และแวดล้อม ‘น้ำเงิน’ ดูจะเหลื่อมๆ กว่า

และเหนือสิ่งอื่นใด โจทย์เดียวที่พรรคภูมิใจไทยได้มาในการเลือกตั้งซ่อมหนนี้คือ ‘แพ้ไม่ได้’.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการชี้ Thailand FastPass จุดเปลี่ยนปฏิรูประบบราชการไทย ปลดล็อกคอขวดลงทุนไทย หนุนเป้าลงทุน 7 แสนล้าน แนะเข้มตรวจสอบ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ

ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”