หลัง แพทองธาร ชินวัตร และ พรรคเพื่อไทย ถอยไปตั้งหลัก ทำใจ-เลียแผลการเมือง ได้สักระยะ หลังต้องแปรสภาพจากพรรคแกนนำรัฐบาลมาเป็นพรรคฝ่ายค้าน ขณะเดียวกัน ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำพรรคเพื่อไทยตัวจริงก็ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ จนทำให้องคาพยพเพื่อไทยช่วงที่ผ่านมารวนเรพอควร จนมีข่าว สส.-กลุ่มการเมืองต่างๆ ในเพื่อไทย กำลังคิดตีจาก-จ้องชิ่งออกจากเพื่อไทยไปอยู่พรรคการเมืองอื่น หลังประเมินแล้วเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เพื่อไทยลำบากแน่กับการเป็นพรรคฝ่ายค้าน ไม่มีอำนาจรัฐในมือ ผนวกกับดูทิศทางลมการเมือง มีโอกาสที่หลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลร่วมกันหลังเลือกตั้ง ทำให้เพื่อไทยอาจเป็นฝ่ายค้านยาว จน สส.-กลุ่มการเมืองหลายกลุ่มในพรรคเพื่อไทย เริ่มเปิดดีลกับพรรคการเมืองอื่นเตรียมย้ายไปอยู่ด้วยเมื่อสัญญาณยุบสภาฯ ชัดมากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อไทยก็แพ้เลือกตั้งให้กับภูมิใจไทยที่ศรีสะเกษ ขณะที่ศึกเลือกตั้งซ่อมที่กาญจนบุรี วันที่ 19 ต.ค. ยังไม่ชัวร์ว่าเพื่อไทยจะรักษาเก้าอี้เดิมได้หรือไม่ หรือจะแพ้ให้กับ ศักดา วิเชียร์ศิลป์ รมช.มหาดไทย ที่ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทยและส่งลูกสาวลงเลือกตั้งซ่อม
จากสถานการณ์ขาลงของเพื่อไทยช่วงที่ผ่านมา มาถึง ตอนนี้ภาพเริ่มปรากฏชัด ตระกูล "ชินวัตร" และแกนนำเพื่อไทย เริ่มทำใจได้และกำลังเริ่มตั้งหลักกลับมาสู้ใหม่
เห็นได้จากแพทองธาร ที่แม้จะติดชนักการเมืองจากคดีคลิปเสียงฮุน เซน ไม่สามารถกลับมารับตำแหน่งการเมืองในฝ่ายบริหารได้อีก แต่ยังเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้อยู่ ตอนนี้ก็พยายามแสดงออกให้คนในเพื่อไทยและฐานเสียงเห็นว่ากลับมาฮึดสู้อีกเฮือกแล้ว เพื่อพิสูจน์ว่า ที่ตัวเองหลุดจากนายกฯ-เพื่อไทยกลายเป็นฝ่ายค้าน-ทักษิณเข้าคุก ไม่ใช่การ ปิดฉากชินวัตร-รูดม่านเพื่อไทย อย่างที่ถูกปรามาสทางการเมือง
เห็นได้จากเมื่อวันศุกร์ที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทยโพสต์คลิปความยาว 23 นาที ของแพทองธาร พร้อมกับสื่อสารว่า “แม้ว่าเราจะต้องหยุดการทำงานโดยฉับพลัน แต่พรรคเพื่อไทยยังมีภารกิจที่ได้ทำค้างไว้ ให้คำมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะกลับไปเดินหน้าและสานต่องานที่ได้ทำไว้” โดยคลิปดังกล่าว "แพทองธาร" ระบุตอนหนึ่งว่า
“นโยบายที่อยากให้มีการทำต่อเนื่อง เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย-บ้านเพื่อคนไทย-ทุนสำหรับเด็กทุกระดับ ยืนยันว่า หากรัฐบาลเพื่อไทยยังอยู่ต่อจะดำเนินโครงการเหล่านี้ และโอกาสการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยจากแนวคิดที่รัฐบาลก่อนได้คิดเอาไว้..ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลจะดันสิ่งนี้ต่อแน่นอน”
พร้อมกับที่สัปดาห์นี้คือวันอังคารที่ 7 ต.ค. พรรคเพื่อไทยจัดอีเวนต์การเมืองเปิดพรรค จัดกิจกรรมเปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัคร สส.ภายใต้ชื่องาน "ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย" โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยวางคอนเซปต์อีเวนต์ไว้ว่า เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น มีไฮไลต์คือการแสดงวิสัยทัศน์จากแพทองธาร หัวหน้าพรรคภายใต้คอนเซปต์ ‘ยกเครื่องเพื่อไทย’ เพื่อ ‘ยกเครื่องประเทศไทย’ ในอนาคต
“สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย” กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคำวิจารณ์ทั้งบวกและลบส่งตรงถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งทีมงานพรรคน้อมรับและนำมาถอดบทเรียน ทำการบ้านกันภายใน เพื่อปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้นต่อไป
อีเวนต์การเมืองของเพื่อไทย 7 ต.ค.นี้ แน่นอนว่าเพื่อประกาศความพร้อมของเพื่อไทยในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคมปีหน้า และในอีกทางหนึ่ง ก็เป็นการเช็กชื่อ-ตรวจแถวไปในตัวสำหรับ สส.-อดีต สส.เกรดเอ-กลุ่มการเมืองต่างๆ ในเพื่อไทยว่า จะไปต่อกับเพื่อไทยหรือไม่ หลังที่ผ่านมามีข่าวออกมาตลอดว่า ที่กลุ่ม 8 สส.เพื่อไทย นำโดย ศักดา วิเชียร์ศิลป์ ที่ไปโหวตหนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เป็นแค่ "หัวก๊อก" หลังจากนี้จะมี "เลือดไหลออก" จากเพื่อไทยตามมาอีกหลายก๊อก เพราะตอนนี้ในพรรคมีทั้งคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะย้ายออก เพราะไป "เปิดดีล" กับพรรคอื่น เช่น ภูมิใจไทย ไว้เรียบร้อย
ขณะที่บางกลุ่มก็ถูกจับตามอง เพราะมีข่าวลือการเมือง ออกมาต่อเนื่องว่า กำลังตัดสินใจจะอยู่ต่อหรือย้ายออก อย่างกลุ่มหนึ่งที่ถูกจับตาก็คือ กลุ่มแป้งมันโคราช ของวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช.คมนาคม ซึ่งยุครัฐบาลเพื่อไทย ลูกสาวคือ สุดาวรรณ ได้เป็นรัฐมนตรีต่อเนื่อง 3 กระทรวง คือ ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม-อุดมศึกษาฯ ไม่เคยโดนปรับออก เพราะอยู่สายแข็ง หลังเลือกตั้งปี 2566 กลุ่มแป้งมันที่จับมือกับประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พาลูกทีมชนะเลือกตั้งที่โคราช กวาดไปได้ถึง 12 คน จาก 16 ที่นั่ง
โดยที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่ถูกจับตามองว่าจะย้ายออกจากเพื่อไทยหรือไม่ ข่าวออกมาหลายสูตร เช่น อาจย้ายออกไปทำพรรค ไทรวมพลัง หรือชื่อเดิม เพื่อไทรวมพลัง ซึ่งคนการเมืองรู้กันดีว่า เป็นพรรคของกลุ่มบ้านใหญ่โคราช ตระกูลหวังศุภกิจโกศล ซึ่งเลือกตั้งรอบที่ผ่านมาได้ สส.เขตอุบลราชธานีมา 2 ที่นั่ง แบบคนงงกันหมดว่าเป็นพรรคใครมาจากไหน ถึงเอาชนะ "ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต สส.อุบลราชธานีหลายสมัย กับสมคิด เชื้อคง จากเพื่อไทย" ไปได้ โดยถ้ามาสูตรนี้ ก็คือทำให้พรรคได้ สส.อีสานสัก 10-12 ที่นั่ง แล้วรอร่วมรัฐบาลกับทุกฝั่ง ก็เริ่มมีกระแสข่าวทำนองนี้ออกมา หรือไม่ก็อาจอยู่กับเพื่อไทยต่อก็ได้ เพราะแพทองธารกับสุดาวรรณก็สนิทแนบแน่นกันมาก คงซื้อใจกันไว้แล้ว ที่ต้องบอกว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด เพราะยังเหลือเวลาตัดสินใจอีกพอสมควร ต่อให้ช่วงนี้ พวกเพื่อไทยคนไหนที่บอกว่าไม่ย้าย-อยู่ต่อ แต่ถึงเวลาใกล้เลือกตั้งเข้ามา ถ้าคิดว่าไปอยู่ที่ใหม่มีลู่ทางที่ดีกว่า ก็ออกจากพรรคได้ตลอดเวลา มีให้เห็นกันตลอดที่ย้ายออกกันช่วงใกล้ๆ เดดไลน์
หลังเสร็จอีเวนต์ ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย อังคารนี้ งานยากต่อไปของเพื่อไทยคือ การเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 วันที่ 19 ต.ค. ที่ศึกนี้หากเพื่อไทยแพ้ให้ภูมิใจไทยอีกเป็นแมตช์ที่ 2 ติดต่อกัน จะส่งผลทางการเมืองกับเพื่อไทยพอสมควร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พท.' ยินดี 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยสอง พร้อมจับมือทำงานร่วมกัน
'จุลพันธ์' ยินดี 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งนั่งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน รวมถึงผู้สมัครเพื่อไทยเข้าวิน สก. 4 เขต
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
พท.รอวิป3ฝ่าย สว.บี้ปธ.มงคล แก้รัฐธรรมนูญ
“เพื่อไทย” ยังกั๊กที่มา ส.ส.ร. รอถกวิปสามฝ่ายก่อน ส่วน “พริษฐ์” กอดคำหารือตุลาการรัฐธรรมนูญแน่น บอกเป็นข้อมูลใหม่
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

