ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง หลายคนอาจนึกถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ การตั้งเป้าหมายในชีวิต หรือการโละสิ่งเก่าเพื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา แต่ในมิติทางการเมือง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจซับซ้อนและเข้มข้นกว่านั้น เพราะนอกจากการเลือกตั้งทั่วไปทั้งประเทศแล้ว ยังหมายถึงการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่ และฝ่ายค้านชุดใหม่เช่นเดียวกัน
ขณะนี้หลายพรรคการเมืองกำลังตกเป็นที่จับตามองว่า พรรคใดจะ “ไปต่อ” ได้ในปี 2569 จากกระแสทางการเมืองที่ปรากฏ ทำให้เห็นว่าบางพรรคอาจเผชิญความเสี่ยงต่อการลดบทบาทในอนาคต พรรคกลางกลายเป็นพรรคใหญ่ หรือแม้แต่พรรคใหญ่ก็อาจถูกลดขนาดลงกลายเป็นพรรคระดับกลางได้เช่นกัน
การเมืองไทยในวันนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อประชาชนเข้าถึงโซเชียลมีเดียได้มากขึ้น และกลุ่มเจเนอเรชัน Z หรือเจน Z ซึ่งเป็นวัยที่ใช้สื่อออนไลน์มากที่สุด มีความคิดเป็นของตัวเอง และกล้าแสดงออกมากกว่ายุคก่อนอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะมีจำนวนไม่เยอะเท่ากับเจน Y หรือ X แต่เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในสื่อโซเชียลสูง
การหาเสียงในยุคปัจจุบันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพึ่งพาสังคมออนไลน์ นักการเมืองรุ่นใหญ่จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ ส่งผลให้เราได้เห็นรูปแบบคอนเทนต์ทางการเมืองที่แปลกใหม่และหลากหลายมากขึ้นในช่วงหลัง
ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนชัดจากรายชื่อผู้สมัครในแต่ละเขต ซึ่งมีคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นสัญญาณว่าการเมืองกำลังถูกผลักดันให้เปลี่ยนตามยุคและความคาดหวังของประชาชน
“พรรคเพื่อไทย” ซึ่งในอดีตมักถูกมองว่าเป็นพรรคที่พึ่งพา “บ้านใหญ่” และตระกูลการเมืองเป็นหลัก ในการเลือกตั้งครั้งนี้กลับเห็นผู้สมัครหน้าใหม่ และคนตัวเล็กตัวน้อยเพิ่มขึ้น
สำหรับ “พรรคเพื่อไทย” ก่อนหน้านี้เคยเผชิญคำถามเรื่องการส่งบุคคลจาก “ตระกูลชินวัตร” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเลือกส่ง “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากสายวิชาการ และอยู่ในเครือญาติ “ชินวัตร” ลูกชายของ “สมชาย-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” หลาน “ทักษิณ ชินวัตร” มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์ 1 เพื่อหวังเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
การตัดสินใจดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามกู้ภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ และเป็นการเดิมพันสำคัญว่า แม้ไม่ส่งบุคคลจากสายตรงของตระกูลชินวัตร พรรคจะยังสามารถรักษาความนิยมได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อ “เชน” ยังถือเป็นหน้าใหม่ในเวทีการเมืองระดับชาติ
ขณะเดียวกัน แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยอีก 2 คน คือ “เดอะซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำรุ่นใหญ่ของพรรค และ “หนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดย “สุริยะ” มีบทบาทมากขึ้นหลังควบตำแหน่งผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคจะได้ที่นั่งไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่ง แม้ตัวเลขดังกล่าวจะถูกมองว่าสูงมากเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่พร้อมสนับสนุนพรรคอย่างเหนียวแน่น แต่ 200 ที่นั่งก็ถือว่าเยอะเกินจริง เพราะขนาดครั้งที่ผ่านมามีเวลาเตรียมการเลือกตั้งหลายเดือน สภาฯ ชุดที่ 26 พรรคเพื่อไทย ได้ไป 141 เก้าอี้ การที่จะไปถึง 200 ได้นั้น ตอนนี้ยากยิ่งกว่า เพราะมีเวลาแค่ 1 เดือนเศษ
อีกหนึ่งบุคคลที่น่าจับตา คือ “หนิม” ซึ่งหลังจากดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและ สส. ถือว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และมีคุณสมบัติด้านความเป็นผู้นำ โดยเฉพาะการสื่อสารที่ชัดเจน และสามารถอธิบายประเด็นต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผล
แคนดิเดตนายกฯ 3 คนของพรรคเพื่อไทย จึงกลายเป็นตัวชูโรงไปโดยปริยาย โดยเฉพาะ “เชน” ที่ปรากฏตัวในวินาทีสุดท้าย บวกกับรอบนี้ที่ผู้สมัครของเพื่อไทยมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น จึงทำให้การเลือกตั้งรอบนี้ “พรรคเพื่อไทย” เป็นพรรคที่ต้องจับตามองทั้งเรื่องการกู้วิกฤตคืนมา และการพิสูจน์ศรัทธาในพื้นที่ที่มีต่อ “พรรคเพื่อไทย”
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ รอบนี้มีคนรุ่นใหม่เยอะ กระแสการแข่งขันจึงทวีความเข้มข้นมากขึ้น และปี 2569 อาจเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทยก็เป็นได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สัญญาณเตือนคดี 'ศักดิ์สยาม' เสี่ยงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ-รบ.
คำชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม
‘อิ๊งค์-เชน’ ที่ปรึกษาพท. ‘กกต.’ ยื่นพยาน 11 คนสู้
"เพื่อไทย" ดึง "แพทองธาร-ยศชนัน" นั่งที่ปรึกษา "จุลพันธ์" เมินคนนอกมองพรรควิกฤต "ภท." ประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. "กกต." เตรียมยื่นบัญชีพยาน
'เพื่อไทย' จัดทัพใหม่! ผุดคณะผู้บริหาร ดึง 'อิ๊งค์-ดร.เชน' ร่วมวง
'เพื่อไทย’ ตั้ง กก.บห. เพิ่มอีก 13 คน 'จุลพันธ์' ชูโครงสร้างใหม่ มีเจ้าภาพรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ เมินคนนอกมองพรรควิกฤต ผุดคณะผู้บริหารขับเคลื่อน ดึง ‘แพทองธาร-ยศชนัน’ นั่งกุนซือ
จับตาพรก.กู้เงิน5แสนล้านสู้วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจ หรือแบกหนี้อ่วม!
รัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เตรียมพิจารณาออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรองรับวิกฤตต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากเกิดความสับสนว่าจะกู้เงินหรือไม่
‘มวยล้มต้มคนดู’ หรือทุบโต๊ะล้างบาง? บทพิสูจน์ดีเอสไอคลายปม ‘คดีน้ำมัน’
มหากาพย์การสอบสวนขบวนการ "น้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร" ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะคดีพิเศษที่ 59/2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุดในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการปราบปรามปรากฏการณ์ อาชญากรรมทางพลังงาน ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดินและเงินในกระเป๋าของประชาชน
ยากถึงตัว“ผู้บงการ”ยิงรถสส. เข็น“พรรคประชาชาติ”ไปต่อ
นับแต่ “แม่ทัพยูร” พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวความคืบหน้าคดียิงรถยนต์ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.เขต 5 พรรคประชาชาติ

