เปิดแผลเขย่าสมการหลังเลือกตั้ง แค่'ต่อรอง'หรือ'จัดการ'จริง

แม้จะยังไม่เข้าโค้งสุดท้ายในการหาเสียง แต่หลายพรรคต่างก็เปื้อน “สีเทา” ไปตามๆ กันแล้ว ทั้งจากถูกดำเนินคดี และจ่อที่จะดำเนินคดี กลายเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะรู้ดีว่าปัจจัยนี้จะส่งผลต่อกระแสในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ที่อาจใช้เป็นอาวุธทิ่มแทง หรือใช้เป็นข้ออ้างเรื่องกระแสสังคม

เข้าสู่ 20 วันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง บรรยากาศการหาเสียงแม้จะมีการแซะหรือเปิดแผลกันบ้าง แต่ไม่ถึงกับป้ายสีเหมือนที่เคยเห็นกันในอดีต ในทุกเวทีพรรคการเมืองยังคุมโทนในการ “ขายของ” ทั้งนโยบายและตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่เข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร

แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้าที่ได้เห็นจากเวทีปราศรัยหรือการดีเบต ที่ต้องสู้กันตัวต่อตัว หรือวัดกันที่กลยุทธ์ในการนำเสนอว่าจะโดนใจโหวตเตอร์แค่ไหน

และยังมีเวลาที่แต่ละพรรคการเมืองจะงัดกลยุทธ์หรือแคมเปญใหม่ในโค้งสุดท้ายเพื่อดึงคะแนนความนิยมให้เพิ่มขึ้น เพื่อตามคู่แข่งที่นำอยู่ หรือให้ทิ้งห่างคู่แข่งให้เพิ่มมากขึ้น 

ส่วนการลดทอนความน่าเชื่อถือของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามในการขับเคลื่อนทั้ง “บนดิน-ใต้ดิน” เริ่มทำงานมาพักใหญ่ ยิ่งกรณีที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อประเทศ ขัดจริยธรรม คุณธรรม เพื่อลดคะแนนนิยมของอีกฝ่าย เริ่มปรากฏกันชัดเจนมากขึ้น

เมื่อหันมาดูพรรคการเมืองที่ภาพลักษณ์สีเทาอาจไม่หวั่นไหวในการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความน่าเชื่อถือ เพราะต้นทุนไม่ได้สูงอยู่แล้ว แต่สำหรับ “พรรคประชาชน” ที่ประกาศนโยบาย “มีเราไม่มีเทา” ในแคมเปญการเลือกตั้ง เพราะมีความ “เซ็กซี่” กว่าการเริ่มต้นด้วยเรื่องอื่น ตามที่ ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวไว้

ยิ่งทำเกิดแรงกระแทกกลับเข้าหาพรรคอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกรณีของรายล่าสุด รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 2 จ.ตาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือพนันออนไลน์ โดยเจ้าตัวเป็นเจ้าของเว็บ nakarin789.com ทำมาตั้งแต่ปี 65 มีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท

แม้เจ้าตัวจะให้การปฏิเสธไม่ได้ยุ่งเกี่ยว เป็นเพียงผู้เล่น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน ทั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงินมัดแน่น นำตัวฝากขัง ศาลไม่ให้ประกันตัว เป็นอันต้องหลุดจากการเป็นผู้สมัคร สส.ทันที

โดย “รัชต์พงศ์” ให้การว่าได้ขายเว็บพนันดังกล่าวไปแล้ว ก่อนที่จะมาลงสนามการเมือง แต่พนักงานสอบสวนก็ต้องตรวจสอบเส้นเงินและเครือข่ายว่าพัวพันไปถึงใคร ในขณะที่แกนนำพรรคต้องออกมาขอโทษขอโพยต่อความผิดพลาดในกระบวนการกลั่นกรองคนลงรับสมัครของพรรค แม้จะบอกว่าข้อมูลเหล่านี้พรรคไม่สามารถรับรู้ได้นอกจากเจ้าหน้าที่รัฐ

นี่ไม่ใช่รายแรก แต่ก่อนหน้านี้ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 33 พรรคประชาชน ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับคดีฟอกเงิน ที่ขยายผลจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เปิดบริษัทฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า คิวต่อไปตำรวจเตรียมออกหมายจับอดีต สส.พรรคส้มในพื้นที่ใกล้ กทม. ชื่อขึ้นต้นด้วย ส. และผู้สมัคร สส. ชื่อขึ้นด้วยด้วย ส.

สอดรับกับข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ และการเปิดเผยของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ที่ออกมาระบุว่ามีอดีต สส. รวมทั้งผู้สมัคร สส.กว่า 10 ราย เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์

นี่ยังต้องลุ้นต่อไปว่าในช่วง 20 วันสุดท้ายจะมีการเปิดแผล “พรรคเราก็มีเทา” ขึ้นมาอีกกี่ราย ท่ามกลางคำถามที่ว่า เหตุใดผู้สมัครพรรคอื่นที่มีคดีพัวพันจึงไม่ถูกจับกุมบ้าง

ในขณะที่ พรรคเพื่อไทย-พรรคกล้าธรรม ก็อยู่ในข่ายที่อาจจะโดนเป็นรายต่อไป หลังจาก DSI นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบริษัทที่เกี่ยวข้อง 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวบรวมหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง คดีสแกนม่านตาแลกข้อมูลส่วนตัว   

โดยรองอธิบดีดีเอสไอออกมาเปิดเผยว่า ในเบื้องต้นพบหลักฐานน่าเชื่อว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ นายเบน สมิธ และต้องเชิญร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มาให้ข้อมูล ตามที่มีภาพปรากฏในวันที่มีการลงนาม MOU

แต่เนื่องจากการสแกนม่านตาเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในไทย ยังไม่มีกฎหมายเอาผิดโดยตรง จึงต้องรอผลการวิเคราะห์ข้อมูล และผลการหารือร่วมกับ ก.ล.ต.ในสัปดาห์หน้า เพื่อดูว่าเข้าองค์ประกอบความผิดใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุในเวทีดีเบตว่า หลังจากที่ฟังข้อมูลจากตัวแทนพรรคที่มาร่วมดีเบตแล้ว พรรคสามารถจับมือกับพรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม แต่พรรคที่จับไม่ได้คือพรรคเพื่อไทย เนื่องจากที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ามีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์

ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังแบ่งรับแบ่งสู้ พร้อมระบุว่า ยังไม่ได้คุยกับนายไชยชนก แต่ก็มีสิทธิ์จะแสดงความเห็นได้ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค

อย่างไรก็ดี แม้จะยังไม่เข้าโค้งสุดท้ายในการหาเสียง แต่หลายพรรคต่างก็เปื้อน “สีเทา” ไปตามๆ กันแล้ว ทั้งจากถูกดำเนินคดี และจ่อที่จะดำเนินคดี กลายเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะรู้ดีว่าปัจจัยนี้จะส่งผลต่อกระแสในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ที่อาจใช้เป็นอาวุธทิ่มแทง หรือใช้เป็นข้ออ้างเรื่องกระแสสังคม

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งร่วมงานกับหลายรัฐบาล เคยดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐ ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่เอาจริงเอาจังในการจัดการปัญหามาตรฐานผู้รับเหมา 

กลายเป็น ขยะใต้พรม ที่หมักหมมมานานนับทศวรรษ ภายใต้การบริหารงานในกระทรวงคมนาคมที่ต้องกำกับดูแลเรื่องมาตรฐานโครงการรัฐ มาตรการความปลอดภัย ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง จากเหตุการณ์เครนถล่มหลายโครงการ รวมถึงกรณีของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม

หลายคดีไร้คนติดคุก แต่มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บมาแล้วจำนวนมาก ได้แต่การเยียวยา-ชดเชย แล้วจบไป ส่วนมาตรการกฎหมายไปไม่ถึงผู้รับผิดชอบ ความไม่เด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายส่งผลให้เอกชนขาดจิตสำนึก ส่วนประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่กับบริการสาธาณะต้องรับความเสี่ยงจากความประมาทเลินเล่อของบริษัทเอกชน

และยิ่งมีความสลับซับซ้อนเข้าไปอีกเมื่อหลายโครงการมีบริษัทจีนร่วมลงทุน หรือรับช่วงก่อสร้าง ทั้งที่ประวัติและผลงานถูกตั้งคำถามว่าต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่ แต่เหตุใดถึงได้มาจับมือกับบริษัทไทยรับช่วงงานและเกิดปัญหาในหลายโครงการ มีความเกี่ยวพันกับเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงไปหลายกลุ่มอิทธิพลในรัฐบาลในอดีตหรือไม่ 

 วมไปถึงการตั้งคำถามถึง ความสัมพันธ์ของบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจรัฐในช่วงไหน ใครเป็นคนดึงเข้ามา ซึ่งเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

แต่นั่นแสดงให้เห็นว่า ทั้งจีนขาว จีนเทา จีนดำ มีทั้งฐานเงินและอำนาจในการแทรกซึมเข้ามาอยู่ในวงการธุรกิจทั้งบนดินและใต้ดินกันนานพอสมควร ด้วยการเรียนรู้ว่าการจะเข้าไปแทรกซึมในวงการนี้ต้องเข้าถึงผู้มีอำนาจกลุ่มไหนในประเทศไทย และด้วยวิธีการใด

ความสลับซับซ้อนของเครือข่ายผลประโยชน์ที่เกาะเกี่ยวกันมานาน กระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รู้ข้อมูลดี แต่จัดการโดยพลการไม่ได้ เพราะถูกชี้นำจากการเมืองว่าจะจับประเด็นไหนมาเล่นในช่วงไหนเท่านั้น เป้าหมายเฉพาะหน้าจึงจำกัดวงไว้แค่ลดความน่าเชื่อถือของคู่ต่อสู้ทางการเมืองของผู้ถืออำนาจรัฐขณะนั้น

แต่ไม่ได้มีหลักประกันว่าจะมีการแก้ไขปัญหา หรือปราบปรามอย่างจริงจังเมื่อจบศึกเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาลแล้ว

ซึ่งอาจทำให้เหตุผลของการเปิดแผลครั้งนี้เป็นแค่เกมการเมือง เพื่อนำไปใช้ต่อรองในช่วงจับขั้วรัฐบาลในอนาคต และแบ่งเก้าอี้ในกระทรวงต่างๆ เท่านั้นเอง

อย่างไรตาม “การเมือง” ไม่มีความแน่นอน บทวิเคราะห์ที่ว่าสมการขั้วสีที่ ไม่มีเทา จะเป็นตัวแปรหลัก อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีตัวเปลี่ยนเกมอื่นที่อาจผุดขึ้นได้ตลอดเวลา

นอกจากนั้นยังอาจมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นที่สามารถเกิดขึ้นมาระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่มีใครการันตีได้ว่าจะไม่มียกที่สาม รวมไปถึงปัจจัยของภูมิรัฐศาสตร์โลก เศรษฐกิจผันผวน

คงต้องติดตามดูว่า เวลาที่เหลือก่อนที่จะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้ง จะมีการตัวแปรใดเพิ่มเติมเข้ามาอีก รวมไปถึงจุดพลิกผันในการทำให้ขั้วสีทางการเมืองผันแปรไปอย่างไร

พร้อมรอดูว่าสุดท้ายแล้วปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังหรือไม่!!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรรคส้มน้ำลดตอผุด ลากไส้-แฉ-ประจาน-เปิดศึก

ปัญหาการบริหารจัดการภายใน พรรคประชาชน รวมถึงเรื่องพฤติการณ์ส่วนตัวของคนในพรรค ซึ่งที่ผ่านมามีมาตลอดตั้งแต่ยุค อนาคตใหม่ มาจนถึง ก้าวไกล และ พรรคประชาชน ที่พบว่าบางเรื่องก็ "ซุก" ไว้ได้สำเร็จ แต่บางเรื่องก็น้ำลดตอผุด

เกมลดอำนาจต่อรอง'พรรคร่วม' 'น้ำเงิน'กุมสภาพ'หล่อเลือกได้'

พ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์มา 1 สัปดาห์พอดี แต่ควันหลงการลงคะแนนเลือกตั้งยังไม่จบ หนำซ้ำกลับยิ่งอลหม่าน เริ่มต้นจากกรณีเขต 1 ชลบุรี ที่มีมวลชนในนาม "นับใหม่" ไปเฝ้าหีบบัตรเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ เนื่องจากพบสิ่งผิดปกติหลายประการ

“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ

สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน

ประกาศิต 'เสี่ยหนู' สั่งลูกพรรคภูมิใจไทย ห้ามตั้งก๊กแบ่งก๊วน มีมุ้งเดียวคือ 'มุ้งอนุทิน'

"อนุทิน" บอกประชุม ว่าที่ 193 สส. ภท. เรียบร้อยดี สั่งห้ามมีมุ้ง-ก๊วน ต้องรักษาอัตลักษณ์-เอกภาพหนึ่งเดียวคือ"มุ้งอนุทิน" เตือนเคลียร์เรื่องหุ้น-สัมปทาน หวั่นตกม้าตาย- ตายน้ำตื้น ยันเดินหน้าทันทีคนละครึ่งเฟส 2 ส่วนเรื่องตั้งรัฐบาลยังไม่ต่อรองเก้าอี้ รมต. รอตัวเลขสุดท้าย ยันฟังเสียงประชาชนเอาพรรคทุนเทาร่วมหรือไม่

'ยศชนัน' แจงหายไป 3 วัน เพราะป่วยหนัก ยันไม่มีทางถอดใจ เดินหน้าต่อทุกบทบาทหน้าที่

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ช่วงหลังเลือกตั้งที่หายไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการป่วย ซึ่งตนไม่เคยป่วยหนักขนาดนี้มาก่อน