"เอกนัฏ"รอรับไม้ต่อ"อรรถพล" งานหินรับมือวิกฤตน้ำมัน-พลังงาน

รัฐบาลได้ส่งสัญญาณถึงประชาชนแล้วว่าวิกฤตน้ำมัน-พลังงานจากผลพวงสงครามถล่มอิหร่าน ของสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง น้ำมัน-พลังงาน จึงทำให้รัฐบาล-รัฐมนตรีบางส่วน ต้องออกแอ็กชันต่างๆ เพื่อเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมกับผลกระทบที่จะตามมา เช่น ค่าครองชีพจะปรับตัวสูงขึ้น จากน้ำมันแพง-การต้องควักเงินในการซื้ออาหาร สินค้าและการใช้บริการต่างๆ มากขึ้น เพราะผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาสินค้า-บริการ โดยอ้างเหตุน้ำมันแพง ต้นทุนสูงขึ้น

โดยเฉพาะหลังครบกำหนด 15 วัน นับจาก 4 มีนาคม ที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร ที่หากไปถึงตอนนั้นแล้วสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลกยังผันผวน มีการปรับตัวสูงขึ้น ก็ไม่แน่ว่ารัฐบาลอาจต้องให้มีการปรับขึ้นตามราคาจริงของกลไกตลาด ที่อาจส่งผลกระทบต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะค่าครองชีพของประชาชน ยกเว้นรัฐบาลจะยอมขยายเวลาการตรึงราคาออกไปอีก โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเข้าไปตรึงราคาไว้ หรือเลือกใช้วิธีอื่น เช่น การลดภาษีสรรพสามิต เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เช่น เรื่องก๊าซหุงต้ม รัฐบาลก็คลายความกังวลของประชาชน ด้วยการที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานได้ประกาศการตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไป จากประกาศเดิมที่จะหมดในเดือนมีนาคมนี้ แต่จะประกาศตรึงราคาต่อไปอีก 2 เดือน คือถึงพฤษภาคม เพื่อให้ประชาชนสบายใจได้ว่าราคาก๊าซหุงต้มจะไม่มีการปรับขึ้นจนถึงเดือนพฤษภาคม เป็นต้น

การส่งสัญญาณเตือนไปถึงประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตน้ำมัน-พลังงาน ด้วยการเตรียมปรับรูปแบบการดำเนินชีวิต เพื่อประหยัดน้ำมัน และการใช้พลังงานไฟฟ้า พบว่าคนในรัฐบาลได้ส่งสัญญาณออกมาเป็นระลอก โดยเฉพาะความร่วมมือเพื่อประหยัดน้ำมัน-พลังงาน ผ่านการทำให้เห็น เช่น การที่รัฐมนตรีไม่ใส่เสื้อสูท เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม เป็นต้น

ส่วนเรื่องใหญ่อย่างการออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำเงินกู้เพื่อชดเชยกองทุนน้ำมัน ตามข่าวก็คือ กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังกำลังศึกษาในเรื่องนี้อยู่เพื่อเตรียมการไว้ โดยหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นก็มีแนวโน้มจะได้เห็นการออก พ.ร.ก.ดังกล่าว 

ส่วนมาตรการอื่นๆ เช่น การปิดห้างสรรพสินค้าเวลา 21.00 น. พบว่าฝ่ายรัฐบาลยังไม่ขานรับ เพราะเกรงว่าจะกระทบการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาลก็ส่งสัญญาณออกมาว่า หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ก็อาจต้องมีการออกมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น ควบคุมการใช้ไฟฟ้าในการโฆษณาป้ายสินค้าหรือบริการ ป้ายชื่อร้าน ป้ายชื่อโรงภาพยนตร์ สถานที่ทำธุรกิจที่เรียกกันว่า ป้ายกล่องไฟ (Light Box) ที่ให้แสงสว่างจากภายในเพื่อทำให้มองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน ในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น. เป็นต้นไป รวมถึงอาจมีการกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยมีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก เป็นต้น

แต่เบื้องต้นที่เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ในลักษณะขอความร่วมมือ ก็คือ ข้อสั่งการของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่แม้ไม่ได้เข้าประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็มีการสั่งการไปยังห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ในเรื่องการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเริ่มเวิร์กฟรอมโฮม หรือทำงานจากบ้าน-ที่พักอาศัยทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการให้บริการประชาชน เหมือนกับที่เคยมีการทำมาแล้วตอนช่วงวิกฤตโควิดระบาดหนัก และให้หน่วยงานราชการงดการเดินทางไปศึกษาดูงานและอบรมในต่างประเทศ โดยให้ดําเนินการในประเทศแทน

โดย “ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี” แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีในประเด็นนี้ไว้ว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อวิกฤตด้านพลังงานในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจเริ่มดําเนินมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมในทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการให้บริการประชาชน และงดการเดินทางไปศึกษาดูงานและอบรมในต่างประเทศ โดยให้ดําเนินการในประเทศแทน และให้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับมาตรการได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ผลพวงจากสงครามถล่มอิหร่าน ซึ่งนอกจากเรื่องน้ำมัน-พลังงานที่หลายคนเป็นห่วงว่าจะกระทบกับคนไทย-เศรษฐกิจประเทศไทย พบว่า ในส่วนของภาคเศรษฐกิจส่วนอื่นๆ เริ่มมีผลกระทบให้เห็นแล้ว

เช่น การท่องเที่ยว ที่ถือเป็นรายได้หลักของประเทศไทย อันเป็นข้อมูลจากการเปิดเผยของ “นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ที่ออกมาเปิดเผยถึงผลการประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยเบื้องต้นว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 8 มีนาคม 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมกว่า 7 ล้านคน สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล โดยพบว่าการเดินทางของกลุ่มดังกล่าวชะลอตัวลง 13% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรปและอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่มีเส้นทางการบินเชื่อมต่อผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง

เห็นได้ชัดว่า หากสถานการณ์การสู้รบ-สงครามที่อิหร่านยืดเยื้อ ก็เสี่ยงจะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจไทยในแบบโดมิโน กระทบเป็นวงกว้าง แต่หากรับมือกับวิกฤตพลังงาน-น้ำมันได้ ก็อาจช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

ดังนั้นจึงเป็นงานหิน-เผือกร้อนของ รมว.พลังงานคนใหม่ในรัฐบาลอนุทิน 2 ซึ่งตามโผและข่าวที่ออกมาก็คือ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม-อดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ภูมิใจไทย” ที่ข่าวว่าจะมารับไม้ต่อจาก อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานที่วีซ่าหมด ไม่ได้ไปต่อในรัฐบาลอนุทิน 2 เพราะฝ่ายการเมืองต้องการเปลี่ยนตัวจากสาเหตุการเมืองภายในพรรคภูมิใจไทย และข้อเสนอจากบางฝ่ายที่แกนนำพรรคปฏิเสธไม่ได้

หากเป็นไปตามโผ ไม่มีอะไรพลิก การเข้ามาเป็น รมว.พลังงานของเอกนัฏ จะไม่มีเวลาเรียนรู้ ศึกษางาน มาถึงต้องทำงานได้ทันทีแบบไร้รอยต่อ เพื่อทำให้คนไทยรับมือกับวิกฤตพลังงาน-น้ำมัน ให้ผ่านไปได้แบบสมูธมากที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คลื่นใต้น้ำ'เพื่อไทย' กระเพื่อมครม.อนุทิน2

หลังจากมีความชัดเจนถึงการจัดตั้ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 2 เสร็จสิ้นลงแล้ว มีรายงานถึงการจัดสรรเก้าอี้ของแต่ละพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไปในสูตรที่ไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ลงตัวแล้ว ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในแต่อย่างใด

สุริยะ-พท.คุม"เกษตรฯ" ตรึงงบแสนล้าน-ฟื้นฐานเสียงภูธร

ความเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาล อนุทิน 2 เริ่มลงตัวและมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะอนุทิน นายกรัฐมนตรีได้แจ้งแล้วว่าวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะมีรัฐพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา และไม่แน่ วันรุ่งขึ้นวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. อาจจะมีการนัดเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกเพื่อโหวตเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จากนั้น จะตามด้วยการโหวตนายกรัฐมนตรี และนำไปสู่การตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ที่น่าจะแล้วเสร็จก่อนช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์

'รมว.อรรถพล' ยันปริมาณน้ำมันสำรองจัดหาเพิ่มได้เป็น 95 วัน

‘รมว.อรรถพล’ ยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองหาเพิ่มได้เป็น 95 วันแล้ว และยังคงจัดหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้กลไกกองทุนฯ ตรึงดีเซล วอนประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน

ยกระดับ"มั่นคง"ภาวะสงคราม ตร.เอกซเรย์คุมเข้ม"พื้นที่เสี่ยง"

สงครามระดับภูมิภาคตะวันออกกลางกับสงครามโลกครั้งที่ 3 มีเพียงเส้นบางๆ แบ่งกั้น ไม่มีใครรับรองได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น เมื่อ “ขั้วอำนาจเก่า” สหรัฐอเมริกาจับมืออิสราเอลโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงต่อเนื่องหลายวัน สังหารระดับผู้นำสูงสุดอิหร่าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศและกองทัพเสียชีวิตหลายสิบราย ขณะที่ประชาชนต้องสังเวยชีวิตไปแล้วหลายร้อยคน เกือบ 200 ชีวิตเป็นนักเรียนหญิงถูกบอมบ์ด้วยขีปนาวุธขณะเรียนหนังสือ