เปิดลิสต์ "บัญชีคุก" ระบอบทักษิณ ส่งใครไปอยู่บ้าง

วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ คืออีก 1 อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องเดินเข้าเรือนจำ จากผลพวงการบริหาราชการแผ่นดินที่ทุจริตคอร์รัปชัน ตามหลังอดีตรัฐมนตรี-อดีตนักการเมืองใน ระบอบทักษิณ หลายคนก่อนหน้านี้ในยุครัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่โดนศาลยุติธรรมพิพากษาจำคุก ทั้งคดีทุจริตฯ และคดีอาญาร้ายแรงต่างๆ เช่น คดีที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2552-2553 ของเสื้อแดง นปช. ซึ่งบางคนศาลก็ให้รอลงอาญา ขณะที่บางคนหนีคดีไปต่างประเทศจนถึงทุกวันนี้ 

พบว่า อดีตรัฐมนตรี-นักการเมือง รวมถึงผู้บริหารองค์กรของรัฐในยุครัฐบาลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก เพราะมีความผิดฐานใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงคดีอาญาต่างๆ ที่เป็นคดีการเมือง ที่ถูกศาลตัดสินก่อนหน้า คดีวัฒนา เมืองสุข มีด้วยกันหลายคน อาทิ ชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว.เกษตรฯ ยุครัฐบาลทักษิณ และ วิทยา เทียนทอง อดีตเลขานุการ รมว.เกษตรฯ และอดีต ส.ส.สระแก้ว ไทยรักไทย ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ตัดสินจำคุกเมื่อ 8 มิ.ย.2559 ในคดีทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยทั้ง 2 คนถูกตัดสินจำคุกคนละ 6 ปี

-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ หมอเลี้ยบ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.ไอซีที สมัยรัฐบาลทักษิณ ที่ถูกศาลฎีกาฯ มีคำตัดสินเมื่อ 25 ส.ค.2559 สั่งจำคุกในคดีแก้ไขสัญญาสัมปทานเอื้อประโยชน์ บริษัท ชินคอร์ปฯ ที่ตระกูลชินวัตรเคยถือหุ้นใหญ่ โดยถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา และปัจจุบันหมอเลี้ยบ เป็น ผอ.พรรคเพื่อไทย

-ประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อเรือ-รถดับเพลิง กรุงเทพมหานคร โดยถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยศาลฎีกาอ่านคำตัดสินเมื่อ 11 ก.ย.2556 ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 12 ปี แต่ประชา หนีคดีไปต่างประเทศก่อนหน้านั้นจนถึงปัจจุบัน

-วราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง ในรัฐบาลทักษิณ ที่ถูกฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ในคดีหวยบนดิน ที่ศาลเห็นว่ามีความผิด แต่ก็เห็นว่าไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน เห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุก 2 ปี  

-อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ในคดีทุจริตปล่อยเงินกู้ ธ.กรุงไทย ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลทักษิณ โดยศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารกรุงไทย เช่น วิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย ที่ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 18 ปี ซึ่งคดีปล่อยกู้กรุงไทย ต่อมาดีเอสไอและอัยการ สอบสวนขยายผลหลังศาลฎีกาฯ ตัดสิน จนมีการสอบสวนเอาผิด พานทองแท้ ชินวัตร และฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ แต่ศาลยกฟ้อง ปรากฏว่าต่อมาอัยการสูงสุดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าว ทำให้พานทองแท้พ้นจากคดีปล่อยกู้กรุงไทยท่ามกลางข้อสงสัยของสังคมที่กังขาการไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าว

ขณะที่ในยุครัฐบาล เพื่อไทย-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดดังกล่าวที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดหลายคนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลพวงจากคดี ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาเมื่อ 25 ส.ค.2560 ตัดสินจำคุก 2 อดีตรัฐมนตรีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คือ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นเวลา 36 ปี และ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ โดนไป 42 ปี

-ยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.มหาดไทย ที่ถูกฟ้องเอาผิดกรณีสมัยเป็นรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยเซ็นคำสั่งราชการเกี่ยวกับเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟและหมู่บ้านอัลไพน์ ที่เป็นของตระกูลชินวัตร เมื่อปี 2546 จนต่อมาได้รับการปูนบำเหน็จให้เป็นปลัดฯ มหาดไทยก่อนเกษียณไม่กี่วัน และต่อมาเมื่อ ป.ป.ช.สอบสวนเอาผิดย้อนหลังนายยงยุทธเรื่องอัลไพน์ และฟ้องคดีต่อศาล ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งแม้ยงยุทธได้ยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา จึงทำให้ถูกคุมตัวไปเข้าคุก เมื่อ 17 ก.พ.2563 

นอกจากนี้ก็ยังมี สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.การต่างประเทศ ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ถูกฟ้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คืนหนังสือเดินทางพาสปอร์ตแดงให้ ทักษิณ ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดี อันเป็นการทำผิดต่อระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นช่วงปี 2561 ศาลฎีกาตัดสินจำคุกนายสุรพงษ์เป็นเวลา 2 ปี ต่อมาสุรพงษ์ยื่นอุทธรณ์ขอให้มีการรอลงโทษ ศาลเมตตาจึงให้รอลงอาญา 2 ปี และต่อมา 20 พ.ค.2563 นายสุรพงษ์ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการสงบในวัย 67 ปี

-นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง ที่ถูกฟ้องเอาผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากกรณีสมัยรับราชการอยู่กรมสรรพากร ได้ร่วมกับพวกช่วยเหลือพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ เลี่ยงเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย ในการซื้อหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น เมื่อปี 2549 ที่ทั้ง 2 คนต้องเสียภาษีในส่วนของส่วนต่างราคาหุ้น คนละ 7,941,950,000 บาท โดยคดีดังกล่าวมีการฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ และคดีสิ้นสุดเมื่อ 27 ธ.ค.2562 ที่ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีนักการเมืองอีกหลายคน ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก เพราะเคลื่อนไหว-ทำงานการเมือง หรือทำงานให้กับคนในพรรคเพื่อไทยและตระกูลชินวัตร เช่น เกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย ที่ถูก ป.ป.ช.ฟ้องเอาผิดในคดีร่ำรวยผิดปกติ โดยเป็นที่รู้กันในพรรคเพื่อไทยและในทางการเมืองว่า นายเกษมเป็นคนสนิทของ เจ๊-คนดัง ของเพื่อไทย บ้างก็ว่าเคยเป็นคนขับรถ-ถือกระเป๋าให้เจ๊คนดังมาก่อน จนถูกส่งไปลงเลือกตั้งซ่อมที่เชียงใหม่ ปี 2555 แทนนางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ และต่อมาศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายเกษม 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เพราะศาลเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีนั้นเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์อีก 21 ล้าน

ส่วนอดีตรัฐมนตรีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ตอนนี้มีชนักติดหลัง มีคดีความถูก ป.ป.ช.สอบสวนเอาผิด และเตรียมยื่นเรื่องส่งฟ้องต่อศาล ก็มีหลายคน อาทิ กิตติรัตน์ ณ ระนอง-อดีตรองนายกฯ-รมว.พาณิชย์" ถูกสอบสวนเอาผิดในคดีถูกกล่าวหาเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท สยามอินดิก้า ขายข้าว BULOG อินโดนีเซีย 3 แสนตัน จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย-อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่กรณีสมัยเป็น รมว.มหาดไทย ได้รับทรัพย์สินอันไม่ควรได้ตามกฎหมาย กรณีการเดินทางไปต่างประเทศ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในคดีทำโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 ซึ่งคดีดังกล่าว ป.ป.ช.ฟ้องเอาผิด สุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ยิ่งลักษณ์) ด้วย เป็นต้น 

ส่วนหลังจากนี้ จะมีนักการเมืองในเครือข่ายระบอบทักษิณคนไหนอีกบ้างที่ต้องประสบชะตากรรมแบบรายชื่อข้างต้น ต้องรอดู แต่หลายคนดูจะเชื่อกันว่า "เสี่ยไก่-วัฒนา เมืองสุข" อาจไม่ใช่คนสุดท้าย!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ประยุทธ์'รอ(ด)คำพิพากษา กับกระดานอำนาจ 3ป.?

เป็นอีกวันประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องจารึก-บันทึกเอาไว้ ผลคำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างมากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้

การเมืองยังไม่ถึงทางตัน คำเตือน “รัฐประหาร” แค่ต้องระวัง

แน่นอนว่า ยังไม่มีเงื่อนไขใดที่จะต้องล้มรัฐธรรมนูญ ล้างกระดานอำนาจในตอนนี้ เนื่องจากปมวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ทำให้การเมืองถึงทางตัน

ศุกร์ 30 ก.ย. 'บิ๊กตู่'รอดหรือร่วง ฉากทัศน์การเมืองไทยจะไปทางไหน

วันศุกร์นี้แล้ว 30 กันยายน ได้รู้กันสุดท้าย บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัวอีกครั้ง หรือจะต้องหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ตามมติของที่ประชุม 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่คาดว่าจากที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกลางในเวลา 15.00 น. ดังนั้นเต็มที่ไม่เกิน 16.30 น.ก็คงรู้ผล

‘กัญจนา’ เปิดทาง ‘ท็อป’ ถือธง ‘ชทพ.’ ยุค ‘ลูกไม้ใต้ต้น’ แกร่งขึ้น

ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 พรรคชาติไทยพัฒนาในวันที่ไร้ ‘มังกรสุพรรณ’ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 มีความคิดที่จะรีแบรนด์พรรคใหม่ ใช้นักการเมืองไฟแรงเป็นตัวชูโรง โดยมีนักการเมืองอาวุโสเป็นแบ็กอัพ

เสียงสะท้อน 180 วันอันตราย ฝืนธรรมชาติการเมือง?

หลังเข้าสู่ โหมดเลือกตั้ง อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ราชกิจจานุเบกษาออก ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

คาด "บิ๊กตู่" แถลงเปิดใจหากรอด แต่ถ้าร่วง "ลุงป้อม" นัดถกด่วน

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดกรณีข่าวรั่วเกิดขึ้นก่อนการอ่านคำวินิจฉัยกลางในช่วงบ่ายสามโมง มีการมองกันว่ารอบนี้ ทาง "วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ" คงมีการสั่งให้คุมเข้มการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันศุกร์นี้เป็นพิเศษ นอกเหนือจากที่ใช้มาตรการปกติ เช่น การให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคนต้องมอบ "โทรศัพท์มือถือ" ประจำตัวไว้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่เข้าประชุมจนถึงการอ่านคำวินิจฉัยกลางเสร็จสิ้นลง