สลากฯจ่อชงบอร์ดเพิ่มจุดขายN3 หวังช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ซื้อ

‘สำนักงานสลากฯ’ เตรียมชงบอร์ดสลากฯ เคาะเปิดทางจุดจำหน่ายสลาก 80 บาท เป็นตัวแทนขาย N3 เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ซื้อ ระบุพร้อมรับฟังข้อเสนอปม กมธ. คุ้มครองผู้บริโภคชงปรับเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ก่อนแจงเงินรางวัลถูกกำหนดตามข้อกฎหมายไว้อยู่แล้ว

28 พ.ค. 2569 – พันโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการจำหน่ายสลากแบบตัวเลขสามหลัก (N3) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอคณะกรรมการเห็นชอบแนวทางให้จุดจำหน่ายในโครงการสลาก 80 ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ เป็นตัวแทนจำหน่ายสลาก N3 เพิ่มเติม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อ กรณีที่ไม่มีสลากแบบ L6 หมายเลขที่ต้องการ อีกทั้งยังเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับตัวแทน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากตัวแทนใน โครงการสลาก 80 เป็นกลุ่มที่เคยทำลองจำหน่ายสลาก N3 มาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนการจำหน่ายสลากแบบ L6 ในปัจจุบัน มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 30 ล้านใบต่องวด

ทั้งนี้ ปัจจุบันยอดจำหน่ายสลาก N3 มีแนวโน้มค่อย ๆ เติบโต โดยผู้ซื้อเริ่มมีความเข้าใจว่าสลากดังกล่าวเป็นทางเลือก เข้ามาเติมเต็มสลาก L6 ในกรณีที่ไม่สามารถหาซื้อที่ต้องการได้ ในส่วนของตัวแทน ก็ไม่ต้องลงทุนเหมือนสลาก L6 เพราะรายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจำหน่าย โดยปัจจุบันมีตัวแทนกว่า 20,000 ราย ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายงวดละ 2,000 รายการ ซึ่งปัจจุบันมียอดจำหน่ายรวมมากกว่า 5 ล้านรายการต่องวด จากกรอบ 6 ล้านรายการต่องวด

“สลากแบบ L6 ปัจจุบันมีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 30 ล้านใบต่องวด หากจะมีการเพิ่มยอดขาย คณะกรรมการสลากฯ กำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องพิจารณาจากยอดจำหน่ายที่ต้องหมด 30 ล้านใบ 3 งวดติด จึงจะสามารถเพิ่มปริมาณการจำหน่ายอีก 1 ล้านใบ ในงวดถัดไปได้ และลดปริมาณการจำหน่ายสลาก L6 แบบใบลง เพราะเราไม่ต้องการให้สลากเหลือ โดยที่ตัวแทนต้องแบกรับภาระ แต่เราต้องการให้มีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป” ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ระบุ

ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างผลักดันข้อเสนอให้สำนักงานสลากฯ ปรับเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล (ล็อตเตอรี่) เพื่อแบ่งสัดส่วนคืนกำไรให้ประชาชน โดยเสนอให้เพิ่มรางวัลที่ 1 จาก 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัวจาก 2 พันบาท เป็น 5 พันบาทนั้น พันโท หนุน ระบุว่า สำนักงานสลากฯ ยินดีและพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอหรือข้อคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ส่วนสุดท้ายจะทำได้หรือไม่ได้ จะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดต่อส่วนรวมก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

ทั้งนี้ ตามข้อเท้จจริงแล้ว เรื่องการกำหนดเงินรางวัลนั้นเป็นตามข้อบังคับของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งได้เขียนกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเงินรางวัลจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งสำนักงานสลากฯ ก็ต้องดำเนินการตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยปัจจุบันมีการกำหนดสัดส่วนเงินรางวัลไว้ที่ 60% ของยอดจำหน่ายในแต่ละงวด ดังนั้นสลากแบบหกหลัก (L6) ซึ่งจำหน่ายที่ราคาไม่เกิน 80 บาท หากคิดตามสัดส่วนเงินรางวัลที่กำหนดไว้ที่ 60% เงินรางวัลก็จะอยู่ที่ 48 บาทต่อใบ และนำมาคำนวณตามยอดจำหน่ายในแต่ละงวด แล้วนำมาเฉลี่ยเป็นเงินรางวัล สำหรับรางวัลที่ 1, รางวัลที่ 2 และรางวัลที่ 3 ตามลำดับจนครบ นั่นหมายถึงยอดเงินรางวัลที่ถูกกำหนดไว้แล้วในระดับปัจจุบัน

“หากมีข้อเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องเงินรางวัล สำนักงานสลากฯ ก็ยินดีและพร้อมที่จะรับฟัง แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องไปดูตามข้อกฎหมายด้วย หากต้องมีการปรับเปลี่่ยนจริง ๆ ก็ต้องมีการแก้ไขข้อกฎหมาย ตรงนี้เป็นข้อเท็จจริง หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องเป็นการปรับเพิ่มราคาขายสลากฯ เพราะว่าไม่สามารถจะมาปรับเพิ่มเงินรางวัลได้โดยทันทีตามอำเภอใจ เพราะเรื่องนี้ถูกกำหนดไว้ภายใต้ข้อกฎหมาย และมีการคำนวณออกมาอย่างชัดเจนอยู่แล้ว” พันโท หนุน กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อผศ.' วางแนวทางแก้โควตาสลากให้ผลประโยชน์กลับสู่ทหารผ่านศึก ปชน.ลั่น ต้องขจัดทุนเทา

'สส.พรรคประชาชน - ผอ.อผศ.' เห็นพ้องวางแนวทางแก้ไขเรื่องโควตาสลากให้ผลประโยชน์กลับสู่ทหารผ่านศึก ด้าน ‘ธนเดช’ ลั่น ต้องกำจัดทุนเทา ซัด ‘คลัง-กองสลาก’ ต้องร่วมแก้ไขอย่าลอยตัว