เบลนเดต้า ชี้ AI กำลังปฏิวัติวิถีการทำงานทั้งระบบ แนะเร่งยกระดับทักษะแรงงานรองรับ

เบลนเดต้า ชี้ AI กำลังปฏิวัติวิถีการทำงานทั้งระบบ พร้อมก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนจากเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สู่เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานได้อย่างอัตโนมัติมากขึ้น แนะเร่งยกระดับทักษะรับอนาคตการทำงาน

24 มิ.ย. 2569 - นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด (Blendata) บริษัทในเครือบริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI กล่าวว่า AI กำลังก้าวจากบทบาทของเครื่องมือสนับสนุนการทำงานไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจ องค์กรที่สามารถผสานศักยภาพของบุคลากรเข้ากับความสามารถของ AI ได้อย่างเหมาะสม จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้นในอนาคต โดย เบลนเดต้า ได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในหลายกระบวนการ ตั้งแต่งานด้าน Software Engineering ที่ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาระบบจากหลักเดือนเหลือเพียงหลักวันหรือชั่วโมง งานด้าน Data Engineering และ Data Science ที่ช่วยลดระยะเวลาและทรัพยากรที่ใช้ในแต่ละโครงการ รวมถึงการให้บริการสนับสนุนลูกค้าด้วย AI ที่สามารถตอบสนองและช่วยแก้ไขปัญหาได้ตลอด 24/7 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ Gartner ที่ระบุว่า ภายในปี 2028 อย่างน้อย 15% ของการตัดสินใจในการทำงานประจำวันจะเกิดขึ้นโดย AI Agent และกว่า 33% ของซอฟต์แวร์องค์กรจะมีความสามารถด้าน Agentic AI สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังขยับบทบาทจากเครื่องมือสนับสนุนการทำงานไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงานและการตัดสินใจทางธุรกิจมากขึ้น

ประเด็นสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่ แต่คือองค์กรจะเลือกใช้ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI เพื่อสร้างการเติบโต พัฒนานวัตกรรม หรือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างไร “เมื่อ AI สามารถช่วยให้คนหนึ่งคนสร้างผลงานได้มากขึ้นหลายเท่า องค์กรมีทางเลือกว่าจะนำศักยภาพดังกล่าวไปใช้เพื่อขยายธุรกิจ สร้างนวัตกรรมใหม่ หรือปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งแต่ละองค์กรอาจตัดสินใจแตกต่างกัน” ทั้งนี้ งานที่มีลักษณะทำซ้ำตามขั้นตอนเดิม ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจแบบคาดการณ์ได้ หรือทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมและส่งต่อข้อมูล มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่งานที่ต้องอาศัยการคิดเชิงกลยุทธ์ ความเข้าใจบริบทธุรกิจ การบริหารความสัมพันธ์ และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ยังคงเป็นบทบาทสำคัญของมนุษย์

นอกจากนี้เบลนเดต้า คาดว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า องค์กรจำนวนมากจะเริ่มปรับจากโครงสร้างแบบลำดับชั้น (Hierarchy) ไปสู่โครงสร้างที่คล่องตัวมากขึ้น หรือ Flat Organization เนื่องจาก AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้บุคลากรสามารถสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าเดิม ในอดีต การเติบโตขององค์กรอาจหมายถึงการเพิ่มจำนวนคนในแต่ละระดับ แต่ในอนาคต องค์กรอาจไม่จำเป็นต้องมีลำดับชั้นมากเท่าเดิม เพราะบุคลากรระดับ Senior หรือ Specialist ที่มี AI เป็นผู้ช่วย สามารถสร้างผลลัพธ์ได้เทียบเท่าทีมงานขนาดใหญ่ในอดีต” อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการหายไปของมนุษย์จากองค์กร แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงาน (Labor-Based Organization) ไปสู่การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากร (Leverage-Based Organization) มากขึ้น โดยแม้ AI จะมีความสามารถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านความเข้าใจบริบท ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และประสบการณ์เฉพาะทาง ทำให้ทักษะสำคัญในอนาคตไม่ใช่เพียงการใช้งาน AI แต่รวมถึงการตั้งคำถาม การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความสามารถในการประเมินผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น

นายณัฐนภัส กล่าวว่า ในอดีต องค์กรแข่งขันกันด้วยจำนวนคน แต่ในอนาคต องค์กรจะแข่งขันกันด้วยผลลัพธ์จากศักยภาพของคนที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้ดีที่สุด คนที่มีโอกาสสูงที่สุดไม่ใช่คนที่แข่งกับ AI แต่คือคนที่รู้วิธีใช้ AI เพื่อขยายขีดความสามารถของตนเอง และเปลี่ยนความได้เปรียบนั้นให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ถึงเซี่ยงไฮ้ เปิดฉากเยือนจีนอย่างเป็นทางการ จ่อหารือ 'สี จิ้นผิง'

นายกฯ เดินทางถึงนครเซี่ยงไฮ้แล้ว เปิดฉากภารกิจเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เตรียมร่วมเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก พบหารือ 'ปธน. สี จิ้นผิง' ผลักดันความร่วมมือด้านเทคโนโลยี-เศรษฐกิจ-ลงทุน

เจาะมหากาพย์ โกงสอบท้องถิ่น เมื่อ 'เทคโนโลยี-ปากพยาน' กำลังขยี้เครือข่ายไอ้โม่ง

สถานการณ์การทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 เข้มข้นขึ้นจนถึงจุดเดือด! หลังจากที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พบว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบในระบบอย่างอุกอาจ