ไดกิ้นคว้ารางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม 2568 ตอกย้ำฐานผลิตไทย ขับเคลื่อน Smart Factory สู่มาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลก

ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) คว้ารางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 หรือ The Prime Minister’s Best Industry Award 2025 รางวัลสูงสุดของภาคอุตสาหกรรมไทย ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการและการผลิตครบวงจร พร้อมเดินหน้าพัฒนา Smart Factory ใช้ AI และ IoT ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการเติบโตอย่างยั่งยืน

11 ส.ค. 2569 – นายอะคิโนริ อะตาราชิ ประธานกรรมการ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมอีกครั้ง หลังเคยได้รับรางวัลเมื่อปี 2561 สะท้อนถึงความต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพ การบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในการยกระดับทั้งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการทำงานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายสึโทมุ คูริฮาระ ประธานบริษัทฯ ยังได้รับรางวัลทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน หรือ MIND Ambassador ซึ่งสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการเป็นต้นแบบการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

เบื้องหลังความสำเร็จของไดกิ้นมาจากแนวทาง Continuous Improvement ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การควบคุมคุณภาพ การบริการ ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับแนวทาง People-Centered Management ที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนากระบวนการและสร้างสรรค์นวัตกรรม

สำหรับฐานการผลิตของไดกิ้น อินดัสทรีส์ ในประเทศไทย ถือเป็นฐานการผลิตหลักในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย มีกำลังการผลิตมากกว่า 6 ล้านเครื่องต่อปี รองรับการผลิตแบบ Mixed Production ผ่านการผสานเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ AI และ IoT พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทยซึ่งดำเนินงานมากว่า 20 ปี ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดเอเชียและโอเชียเนีย

ด้านตลาด ไดกิ้นยังให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การออกแบบ การจัดซื้อ การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้ากว่า 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมนำองค์ความรู้ด้านการผลิตและเทคโนโลยีไปถ่ายทอดแก่บริษัทในกลุ่ม ผู้ส่งมอบ สถาบันการศึกษา และชุมชน

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตาม Daikin Environment Vision 2050 โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 50% ในปี 2568 จากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ และการหมุนเวียนทรัพยากร พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2573 และ Net Zero Greenhouse Gas Emissions ในปี 2593

นายอะคิโนริ กล่าวเพิ่มเติมว่า รางวัลดังกล่าวไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นแรงผลักดันให้บริษัทเดินหน้ายกระดับมาตรฐานองค์กร โดยเตรียมพัฒนาโรงงานสู่ Smart Factory พร้อมขยายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและชุมชน

ทั้งนี้ ไดกิ้นมองว่าการได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมและ MIND Ambassador เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนในการยกระดับขีดความสามารถของฐานการผลิตในประเทศไทย และร่วมผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล โดยมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จี้รัฐเร่งแก้วิกฤติมันสำปะหลังไทย ห่วงกระทบห่วงโซ่อุตสาหกรรม

4 สมาคมมันสำปะหลังไทย ประกาศภาวะวิกฤตหัวมันสำปะหลังขั้นรุนแรง ห่วงกระทบห่วงโซ่อุตสาหกรรม เรียกร้องรัฐบาลเร่งกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบด่างและฟื้นฟูผลผลิต