
ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญทั้งคุณภาพสินค้า ความสะดวกในการเข้าถึง และความรับผิดชอบต่อสังคม แบรนด์ bpositive (บีโพสิทีฟ) จากออสเตรเลีย เลือกวางกลยุทธ์การเติบโตในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ผ่านโครงการ buy1help1 ที่นำกำไรส่วนหนึ่งกลับมาสนับสนุนองค์กรการกุศล ล่าสุดมอบเงิน 100,000 บาทให้ 2 มูลนิธิไทย พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายจำหน่ายจาก 825 แห่ง ตั้งเป้าแตะ 2,000 แห่งภายในสิ้นปี 2570
จากการเติบโตทางธุรกิจสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม
5 พ.ย. 2569 – นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2568 bpositive เดินหน้าสร้างฐานธุรกิจผ่านการขยายช่องทางจัดจำหน่ายและความร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีก โดยปัจจุบัน ณ เดือนตุลาคม 2569 ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เข้าถึงร้านค้าและช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศรวม 825 แห่ง ครอบคลุมทั้ง Boots Thailand, Lotus’s, Tops ร้านขายยาอิสระ และร้านค้าปลีกอื่น ๆ พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายให้ถึง 2,000 แห่งภายในสิ้นปี 2570
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ของแบรนด์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจุดจำหน่ายหรือขยายฐานผู้บริโภค แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำผลประกอบการส่วนหนึ่งกลับไปสร้างประโยชน์แก่สังคม ผ่านโครงการ buy1help1 ซึ่งเป็นแนวคิดที่คอรีย์ ไบรอันท์ (Corey Bryant) ผู้ก่อตั้ง bpositive ริเริ่มขึ้น โดยมองว่าความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรวัดจากยอดขายและผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ควรสะท้อนถึงคุณค่าที่องค์กรสามารถส่งต่อให้กับสังคมได้ด้วย
โครงการ buy1help1 มุ่งสนับสนุน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาส และการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาแบรนด์ได้สนับสนุนองค์กรการกุศลทั่วโลกแล้วกว่า 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
คอรีย์ ไบรอันท์ ผู้ก่อตั้ง bpositive กล่าวว่า การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมไม่จำเป็นต้องรอให้ธุรกิจเติบโตจนมีขนาดใหญ่หรือมีกำไรมหาศาล แต่สามารถเริ่มต้นจากการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบริษัทเลือกใช้รูปแบบการทำงานทางไกลแทนการมีสำนักงานแบบดั้งเดิม เพื่อลดค่าใช้จ่ายและนำเงินส่วนหนึ่งไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมย้ำว่าการให้ควรเกิดจากความตั้งใจจริง ไม่ใช่การทำเพื่อหวังผลตอบแทนทางธุรกิจ
เปิดตัว buy1help1 ในไทย สนับสนุนการศึกษาและคุ้มครองเด็ก
สำหรับประเทศไทย bpositive เดินหน้าโครงการ buy1help1 ด้วยการมอบเงินสนับสนุนรวม 100,000 บาทเป็นครั้งแรก แบ่งให้แก่องค์กรการกุศล 2 แห่ง แห่งละ 50,000 บาท ได้แก่ มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) และมูลนิธิสายเด็ก 1387 เพื่อสนับสนุนการศึกษาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มเปราะบาง
ในส่วนของมูลนิธิ EDF เงินสนับสนุนจะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนพิการที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวน 10 คน คนละ 5,000 บาท เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการศึกษาต่อ
นายสรรเพชญ นิลรัตน์ ประธานมูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า การสนับสนุนจากภาคธุรกิจมีส่วนสำคัญในการช่วยลดอุปสรรคด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเฉพาะความร่วมมือระยะยาวที่ช่วยให้การสร้างโอกาสทางการศึกษาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่มูลนิธิสายเด็ก 1387 จะนำเงินสนับสนุนไปใช้ในภารกิจคุ้มครองและดูแลเด็กที่เผชิญปัญหาหรืออยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ผ่านสายด่วนช่วยเหลือเด็ก 1387 ซึ่งให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการให้คำปรึกษา การช่วยเหลือในภาวะวิกฤต การดูแลสวัสดิภาพเด็ก และการประสานส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอัฏฐพล ปุญญพัฒน์ตรีภพ เจ้าหน้าที่ความร่วมมือและการสนับสนุนองค์กร มูลนิธิสายเด็ก 1387 กล่าวว่า การช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางจำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับฟัง การจัดหาพื้นที่ปลอดภัย และการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ความร่วมมือจากภาคธุรกิจจึงเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน

ขยายช่องทางค้าปลีก สร้างฐานการเติบโตในตลาดไทย
ในมิติธุรกิจ bpositive ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ผ่านพันธมิตรค้าปลีก เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และขยายฐานผู้บริโภคในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพของไทย
ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2569 ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ของ bpositive วางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกพันธมิตรหลัก ได้แก่ Tops จำนวน 55 สาขา Boots จำนวน 100 สาขา และ Lotus’s จำนวน 60 สาขา รวม 215 สาขา นอกจากนี้ยังมีช่องทางร้านขายยาอิสระและร้านค้าทั่วไป ทำให้เครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมรวม 825 แห่งทั่วประเทศ
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์กำลังขยายตลาดคือ Boo Boo Buddies พลาสเตอร์ปิดแผลสำหรับเด็กที่ออกแบบด้วยลวดลายการ์ตูนสีสันสดใส เพื่อช่วยให้การดูแลบาดแผลเล็กน้อยเป็นเรื่องง่ายและลดความกังวลของเด็กและผู้ปกครอง โดยเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 และภายในเดือนตุลาคมสามารถขยายช่องทางจำหน่ายได้ 254 แห่ง แบ่งเป็น Tops 49 สาขา Boots 28 สาขา Lotus’s 164 สาขา และร้านค้าทั่วไปอีก 13 แห่ง
นอกเหนือจาก Boo Boo Buddies แบรนด์ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลบาดแผลประเภทอื่น ๆ ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งด้านความสบายในการใช้งาน การระบายอากาศ การป้องกันน้ำ และความอ่อนโยนต่อผิว
การขยายช่องทางจำหน่ายจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างฐานธุรกิจระยะยาว เพราะนอกจากเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าแล้ว ยังช่วยให้แบรนด์สร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรค้าปลีกและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อีกทางหนึ่ง
ใช้ความโปร่งใสสร้างความเชื่อมั่น ต่อยอดพันธกิจระยะยาว
อีกหนึ่งองค์ประกอบของกลยุทธ์ buy1help1 คือการสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดย bpositive จัดทำระบบบันทึกข้อมูลการบริจาคและเปิดเผยยอดเงินสนับสนุนสะสมผ่านเว็บไซต์ของโครงการ เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการในกลุ่มผู้บริโภคไทย ผ่านการสื่อสารเรื่องราวและผลลัพธ์จากการดำเนินงานจริง ควบคู่กับกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงข้อกำหนดด้านการโฆษณาของประเทศไทย
สำหรับทิศทางในระยะต่อไป bpositive ตั้งใจสานต่อความร่วมมือกับมูลนิธิ EDF และมูลนิธิสายเด็ก 1387 ควบคู่กับการขยายเครือข่ายจำหน่ายให้ครอบคลุม 2,000 แห่งภายในปี 2570 โดยวางให้การเติบโตทางธุรกิจและการสร้างประโยชน์ต่อสังคมเป็นแนวทางที่เดินหน้าไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ดี กรณีของ bpositive สะท้อนแนวทางการทำธุรกิจที่นำความรับผิดชอบต่อสังคมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร ตั้งแต่การบริหารต้นทุน การสร้างพันธมิตร ไปจนถึงการสื่อสารกับผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายให้การเติบโตของแบรนด์ไม่ได้สร้างเพียงโอกาสทางการค้า แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางการศึกษาและการคุ้มครองเด็กในสังคมไทยได้อย่างต่อเนื่อง

