15 ต.ค.2569 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “โอกาสทองของนักวิชาการ และสำนักพิมพ์ ในยุค AI” ระบุว่า AI ช่วยให้นักวิชาการขอตำแหน่งวิชาการง่ายขึ้น และช่วยธุรกิจสำนักพิมพ์
การเขียนงานวิชาการ งานวิจัย ทำได้เร็วมาก แบบที่ผมไม่เคยคิดมาก่อน ทางสายวิทยาศาสตร์ที่ผมทำอยู่ หลังจากทำแลปเปียก หรือการทดลองเสร็จ ได้ผลเรียบร้อย มาเขียนเผยแพร่ ทำได้รวดเร็วมาก แทบไม่น่าเชื่อ ภายใน 1 สัปดาห์ก็สามารถส่งตีพิมพ์ได้ และถ้ายิ่งทางสังคมศาสตร์ ก็น่าจะยิ่งง่ายมาก ยอดการผลิตผลงานวิจัย จึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ผมบอกอาจารย์ใหม่ หรืออาจารย์รุ่นเยาว์ โอกาสนี้เป็นโอกาสทอง ในยุค AI กับการขอตำแหน่งวิชาการ ถ้าใครไม่คว้า ก็จะเสียโอกาส และใครบอกว่าเขียน Paper ไม่เป็น ก็ไม่ควรจะมี ในยุคนี้ เพราะมีผู้ช่วยเขียนให้แล้ว อย่างรวดเร็ว อีกหน่อยมีศาสตราจารย์เต็มประเทศไทยแน่นอน
ผมนึกถึงในอดีตที่ผมทำงานวิจัย กว่าจะได้และเขียนเสร็จแต่ละเรื่อง ใช้เวลามากต้องค้นคว้าเป็นเวลายาวนาน หลังทำเสร็จ หาเอกสารอ้างอิงก็แสนจะยาก
ผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ จำนวนรายงานหรือ Paper เพิ่มขึ้นเป็นก้าวกระโดด ทั้งทั่วโลกและมหาวิทยาลัยไทย ใครจะทำเพื่อขอตำแหน่งวิชาการก็ให้รีบทำ ก่อนจะถึงจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดแตกหัก แน่นอน ในอนาคต
วารสารจึงเพิ่มขึ้นมากมาย วารสารแม่จึงออกวารสารลูก เพื่อรองรับ และจำนวนผลงานที่ลงแต่วารสาร จึงไม่มีอั้น แต่ก่อน เล่ม 1 ลงได้ 15 เรื่องก็เก่งแล้ว และออกทุกเดือน ปี 1 วารสารนั้นก็ไม่สามารถออกได้เกิน 200 เรื่อง แต่ในปัจจุบันวารสารที่เป็น Open Access สามารถออกได้ปีละหลายหมื่นเรื่อง จึงไม่แปลก ที่ปี 1 จึงมีผลงานออกมาในเอกสารนานาชาติเกิน 7 ล้านเรื่อง และต่อไปจะยิ่งง่ายขึ้นจะเขียนสัปดาห์ละเรื่องก็ยังได้ ขอให้มีสตางค์จ่ายค่า APC เท่านั้น ยอดจำนวนการตีพิมพ์ของจุฬา ปีนี้น่าจะมากกว่าปีที่แล้วเกิน 20% อย่างแน่นอน
อย่างที่เคยกล่าว วารสารที่ถูกกำหนดตัวเลขด้วย High Impact หรือ citation ก็จะตั้งราคาสูงผันตาม IF ธุรกิจสำนักพิมพ์จึงมีกำไรมากมาย ประเทศไทยเคยจ่าย 2 พันล้าน ปีนี้จะต้องจ่ายเท่าไหร่
จุดมุ่งหมายของการทำวิจัยเพื่ออะไร เพื่อการตีพิมพ์เช่นนั้นหรือ เพื่อเอาผลงานตีพิมพ์มาขอตำแหน่งวิชาการ เพื่อให้ได้จบการศึกษา หรือเพื่อมวลมนุษยชาติกันแน่ ช่วยกันคิดหน่อย
ผู้บริหารที่ยังคิด T1, Q1 อยู่ นับจำนวน citation กันอยู่ ก็คงติดกับดักสำนักพิมพ์ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอยง' ห่วงโรคมือเท้าปากระบาด ชี้อีสานมีสายพันธุ์ EV71 มาก เสี่ยงสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
จากการศึกษาของศูนย์ เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ของจุฬา พบว่าเมื่อเปรียบเทียบการศึกษาที่ขอนแก่น มือเท้าปาก จะพบเชื้อ EV71 ในจำนวนที่สูง
'หมอยง' ไขข้อข้องใจความเสี่ยง 'กาฬโรค' จะเกิดขึ้นในไทยมากน้อยแค่ไหน!
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์
จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า
2 พันล้านต่อปี! หมอยงประเมินเงินใช้จ่ายตีพิมพ์ผลงานวิชาการไทยในนานาชาติ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
'หมอยง' ชี้พัฒนาวัคซีน ยังไล่ตามวิวัฒนาการ 'ไวรัส' มากกว่าสกัดกั้น
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์
'หมอยง' ยกข้อมูลชี้ชัด ความรุนแรงโควิด-19 ปัจจุบัน ไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่
หมอยงชี้นับตั้งแต่มีการระบาดใหญ่ของโลกโควิด 19 เข้าสู่ปีที่ 6 ในปีแรกที่โรคระบาดทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน ไม่เคยติดเชื้อ ไม่เคยได้รับวัคซีน ทุกคนมีสิทธิ์ติดโรคได้เท่ากัน

