
ธุรกิจฟิตเนสกำลังเปลี่ยนจากการขายพื้นที่และอุปกรณ์ออกกำลังกาย ไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์และบริการเฉพาะทาง เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นและต้องการรูปแบบการฝึกที่ตอบโจทย์เป้าหมายของตัวเองมากกว่าเดิม การกลับมาลงทุนเปิดสาขาใหม่ของ Fitness First Thailand พร้อมงบ 330 ล้านบาทในช่วง 12 เดือนข้างหน้า จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนว่าแบรนด์มองเห็นโอกาสเติบโตจากพฤติกรรมการออกกำลังกายที่เปลี่ยนไป พร้อมปรับโมเดลธุรกิจให้รองรับความต้องการที่หลากหลายขึ้น
จากกลับมาเข้ายิม สู่การออกกำลังกายที่มีเป้าหมายชัดเจน
หนึ่งในปัจจัยที่น่าสนใจของตลาดฟิตเนส คือผู้บริโภคไม่ได้มองการออกกำลังกายเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อรักษารูปร่างอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับการฝึกที่มีเป้าหมายเฉพาะ ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อ การเพิ่มความแข็งแรง การฝึกความทนทาน ตลอดจนการดูแลความยืดหยุ่นและสมดุลของร่างกาย ส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องพัฒนาทั้งพื้นที่ อุปกรณ์ คลาสออกกำลังกาย และบริการฝึกส่วนบุคคล เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์สมาชิกได้มากขึ้น
ข้อมูลภายในของ Fitness First Thailand ในช่วงปี 2564–2569 สะท้อนพฤติกรรมดังกล่าว โดยจำนวนครั้งเข้าใช้บริการเฉลี่ยของสมาชิกเพิ่มขึ้น 25% ขณะที่สัดส่วนสมาชิกที่ใช้บริการ Personal Training เพิ่มจาก 17% เป็น 27% ส่วนการเข้าร่วมคลาส HIIT เติบโต 159% และคลาส Mind & Body รวมถึง Pilates เพิ่มขึ้น 73%
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ขยายออกไปมากกว่าการใช้เครื่องออกกำลังกายทั่วไป โดยเฉพาะบริการที่ช่วยให้สมาชิกฝึกได้ตรงตามเป้าหมายและมีทางเลือกมากขึ้น สำหรับธุรกิจฟิตเนส การตอบสนองต่อพฤติกรรมดังกล่าวจึงเป็นทั้งโอกาสในการพัฒนาบริการและแนวทางสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับสมาชิก
ทุ่ม 330 ล้านบาท ปรับเกมธุรกิจด้วยสาขาและบริการรูปแบบใหม่
มาร์ก เอลเลียต บูคาแนน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Evolution Wellness Asia กล่าวว่า การลงทุนของบริษัทไม่ได้มุ่งเพิ่มจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของสมาชิกที่เปลี่ยนไป ทั้งความถี่ในการเข้าใช้บริการและความต้องการรูปแบบการฝึกที่หลากหลายขึ้น
ภายใต้งบลงทุน 330 ล้านบาทในช่วง 12 เดือนข้างหน้า Fitness First Thailand เตรียมพัฒนาทั้งสาขาใหม่และคลับเดิม โดยหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือการเปิด Fitness First Central Northville ในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ซึ่งออกแบบให้รวมการฝึก Strength Training การฝึก HYROX และ Pilates Reformer ไว้ในคลับเดียว เพื่อรองรับสมาชิกที่มีเป้าหมายและรูปแบบการออกกำลังกายแตกต่างกัน
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเปิด The Central by Fitness First สาขาแฟลกชิปบนถนนพหลโยธินในปี 2570 ภายใต้แนวคิด “The Finest Expression of Fitness First” สะท้อนทิศทางการยกระดับประสบการณ์การใช้บริการและพัฒนารูปแบบคลับให้สอดรับกับความต้องการของตลาด

โอกาสหลังโควิด ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มสาขาเพียงอย่างเดียว
การกลับมาลงทุนเปิดสาขาใหม่หลังโควิดของ Fitness First Thailand เกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันของธุรกิจฟิตเนสต้องอาศัยมากกว่าทำเลและจำนวนอุปกรณ์ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างเหตุผลให้สมาชิกเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการที่หลากหลาย ประสบการณ์ที่แตกต่าง และรูปแบบการฝึกที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
ปัจจุบัน Fitness First Thailand ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 25 ปี มีทั้งหมด 32 คลับ และสมาชิกเกือบ 60,000 คน การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดฐานธุรกิจเดิม ควบคู่กับการพัฒนาสาขาและบริการให้สอดคล้องกับทิศทางตลาด
โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือการเปลี่ยนกระแสการใส่ใจสุขภาพให้เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้สมาชิกเห็นคุณค่าของบริการมากพอที่จะกลับมาใช้บริการในระยะยาว เพราะในตลาดฟิตเนส การเติบโตไม่ได้วัดจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาสมาชิกและสร้างรายได้จากบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' จับมือลักเซมเบิร์ก เปิดทางเชื่อมตลาดทุนไทย-ยุโรป
“เอกนิติ” ลงนามความร่วมมือด้านการเงินกับรัฐมนตรีคลังลักเซมเบิร์ก ครอบคลุมตลาดทุน กองทุนรวม การเงินยั่งยืน ฟินเทค และสินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งแลกเปลี่

