แมริออท อินเตอร์ฯ เปิดเทรนด์อาหารปี 2570 ชูรสชาติท้องถิ่น ดันโรงแรมสู่ฮับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เผยรายงาน Future of Food 2027 ชี้ทิศทางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) เปลี่ยนผ่านสู่ประสบการณ์ที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น เน้นการเข้าสังคม สุขภาพ และความยืดหยุ่น พร้อมนำ AI เสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับบริการเฉพาะบุคคล

16 ต.ค. 2569 – นายปีเตอร์ ราบา รองประธานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมประเทศจีน แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ผู้บริโภคกำลังหันมาสนใจประสบการณ์รับประทานอาหารที่อบอุ่น เป็นกันเอง และสะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ขนาดเล็กซึ่งออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์เริ่มเข้ามาแทนที่รูปแบบการรับประทานอาหารแบบเป็นทางการ โรงแรมจึงมีบทบาทมากกว่าการให้บริการอาหาร แต่ยังเป็นพื้นที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมผ่านเชฟท้องถิ่น วัตถุดิบในพื้นที่ และเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับจุดหมายปลายทาง

รายงาน Future of Food 2027 จัดทำจากการพูดคุยกับเชฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ และผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ควบคู่กับข้อมูลจากโรงแรมในเครือทั่วภูมิภาค โดยพบแนวโน้มสำคัญที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในหลายด้าน

เทรนด์แรกคือการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่รับประทานอาหาร โดยผู้บริโภคมองหาพื้นที่ที่ยืดหยุ่นและเอื้อต่อการพบปะสังสรรค์มากขึ้น เกือบครึ่งหนึ่งของโรงแรมที่สำรวจรายงานว่าความต้องการใช้บริการพื้นที่แบบลำลอง เช่น เลานจ์ บาร์ และพื้นที่กลางแจ้ง เพิ่มขึ้น ขณะที่แนวคิดร้านอาหารใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับพื้นที่ขนาดกะทัดรัดประมาณ 40-60 ที่นั่ง นอกจากนี้ ร้านอาหารและบาร์ที่สำรวจในประเทศไทยทั้งหมด 100% ระบุว่ามีการใช้ AI ในการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมนู การตลาด การจัดสรรพนักงาน และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

ด้านอาหารท้องถิ่นยังเป็นจุดขายสำคัญ โดยโรงแรมที่สำรวจถึง 95% ระบุว่า ความต้องการอาหารจานเด่นประจำท้องถิ่นเป็นหนึ่งในแนวโน้มที่แข็งแกร่งที่สุด และมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจเลือกร้านอาหารมากกว่าปัจจัยด้านความคุ้มค่า โรงแรมจึงหันมาใช้วัตถุดิบในพื้นที่และนำเรื่องราวของจุดหมายปลายทางมาสร้างความแตกต่างให้เมนู โดยในช่วงปีที่ผ่านมา โรงแรม 4 ใน 5 แห่งนำวัตถุดิบท้องถิ่นใหม่มาใช้ ขณะที่เกือบ 75% เพิ่มการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในเมนูเครื่องดื่ม

ขณะเดียวกัน ธุรกิจไฟน์ไดนิ่งกำลังปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความกระชับมากขึ้น โดยโรงแรม 58% มีระยะเวลารับประทานอาหารมื้อหรูเฉลี่ย 1.5-2 ชั่วโมง จากเดิมที่เมนูชิมอาหารหลายคอร์สอาจใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง ร้านอาหารจึงปรับลดจำนวนคอร์ส เพิ่มเมนูแบบอะลาคาร์ท และให้ความสำคัญกับประสบการณ์เด่นในแต่ละจาน เพื่อรักษาคุณภาพควบคู่กับความสะดวกของลูกค้า

นอกจากนั้น กระแสสุขภาพยังมีอิทธิพลต่อการออกแบบเมนู โดยโรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลที่สำรวจถึง 97% มีบริการอาหารที่เน้นสุขภาพและการมีอายุยืนยาว ขณะที่เมนูที่เน้นพืชเป็นหลักมีแนวโน้มเติบโต จนแมริออทเตรียมเปิดตัวโครงการ APEC Plant-Forward Program ทั่วภูมิภาคในปี 2570 เพื่อผลักดันแนวทางดังกล่าวให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ส่วนเครื่องดื่มทางเลือกที่มีแอลกอฮอล์ต่ำหรือไม่มีแอลกอฮอล์กำลังกลายเป็นอีกโอกาสทางธุรกิจ โดยร้านอาหารและบาร์ในเครือที่สำรวจ 42% รายงานว่ายอดขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เติบโตขึ้น สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกหลากหลาย โดยยังให้ความสำคัญกับรสชาติและประสบการณ์ในการรับประทานอาหาร

อย่างไรก็ดี ทิศทางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในปี 2570 จะให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่มีรากฐานจากวัตถุดิบ วัฒนธรรม และผู้คนในท้องถิ่น ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ โดยโรงแรมและร้านอาหารที่สามารถเชื่อมโยงอัตลักษณ์ของสถานที่เข้ากับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจน จะมีโอกาสสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้มากขึ้น

เพิ่มเพื่อน