สนข.กางแผน 3 ระยะ ปี 2570–2580 เร่งแก้จุดเชื่อมต่อ–ปรับโครงข่ายรถเมล์–พัฒนาระบบตั๋วร่วม ตั้งเป้าปี 2590 ดันสัดส่วนใช้ขนส่งสาธารณะกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่อเนื่องเพิ่มจาก 18% เป็น 28% พร้อมเพิ่มผู้โดยสารรถไฟฟ้าแตะ 4.5 ล้านเที่ยวต่อวัน
26 ต.ค. 2569- นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการสัมมนา ครั้งที่ 2 การศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง ว่า สนข.ได้ดำเนินโครงการการศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน แม้ว่าในปัจจุบันกรุงเทพมหานครจะมีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าและเพิ่มบริการรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนบูรณาการการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง กำหนดกรอบขับเคลื่อน 3 ระยะ ตั้งแต่ ปี 2570 - 2580 เน้นปรับปรุงการเข้าถึงและจุดเชื่อมต่อ พัฒนาระบบ Feeder ต่อยอดโครงข่ายให้ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง และภายในปี 2590 สัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่องจะเพิ่มจาก 18% ในปีฐาน ปี2568 เป็น 28% และเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครจะเพิ่มจาก 23% เป็น 37% ขณะที่ปริมาณการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคาดว่าจะเพิ่มจาก 1.55 ล้านคน - เที่ยวต่อวันเป็น 4.5 ล้านคน - เที่ยวต่อวัน
อย่างไรก็ตามหากประชาชนยังเดินทางเข้าสู่สถานีได้ยาก หรือขาดความสะดวกในการเปลี่ยนต่อระหว่างระบบ รถยนต์ส่วนบุคคลจึงเป็นทางเลือกที่จำเป็นสำหรับผู้เดินทางจำนวนมาก ดังนั้นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะต้องให้ความสำคัญทั้งความครอบคลุมของโครงข่าย ความสะดวกในการเดินทางจากบ้านเข้าสู่ระบบ และการเชื่อมต่อระหว่างระบบ สนข. จึงศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้บริการจริง เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น
นายจิรโรจน์ กล่าวว่า สนข. ได้ดำเนินโครงการการศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง พร้อมจัดทำแผนบูรณาการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกรอบดำเนินงานร่วมกัน ครอบคลุม 2 กลุ่มมาตรการสำคัญ ได้แก่ มาตรการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ (Hard Side) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Soft Side) เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการขนส่งสาธารณะสอดคล้องและสนับสนุนกันอย่างเป็นระบบ
“ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ ผลการศึกษาเสนอให้พัฒนาโครงข่ายระบบรางตามแผน M-MAP2 และการเดินทางทางน้ำ ควบคู่กับการพัฒนาระบบตั๋วร่วม จุดจอดแล้วจร ทางเดินเชื่อม ทางเท้า และทางจักรยาน เพื่อให้การเดินทางระหว่างระบบสะดวกและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมเสนอปรับโครงข่ายรถโดยสารประจำทาง โดยลดเส้นทางสายหลักเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความถี่ในการให้บริการ รวมทั้งเพิ่มเส้นทางสายรองเพื่อขยายพื้นที่บริการ เชื่อมต่อชุมชนกับสถานีรถไฟฟ้าและจุดเปลี่ยนถ่ายสำคัญ”นายจิรโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการได้สำรวจการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน ในรัศมี 500 เมตร ครอบคลุม 29 จุดเชื่อมต่อ เพื่อนำมาจัดทำข้อเสนอปรับปรุงพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเสนอแนวทางพัฒนาจุดเชื่อมต่อสำคัญ 7 จุด อาทิ สถานีหัวหมาก สถานีเพชรบุรี - สถานีมักกะสัน สถานีสวนจตุจักร - สถานีหมอชิต อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสถานีสะพานตากสิน - ท่าเรือสาทร เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเปลี่ยนระบบและเพิ่มความต่อเนื่องของการเดินทาง ด้านมาตรการเชิงบริหารจัดการ ผลการศึกษาเสนอแนวทางด้านราคา
และค่าโดยสาร ผ่านการสนับสนุนส่วนลดแก่กลุ่มเปราะบาง การให้สิทธิประโยชน์จากนายจ้างและภาษี ตลอดจนการให้ข้อมูลวางแผนการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันนำทาง (Namtang) และบริการเดินทางแบบบูรณาการ (Mobility as a Service: MaaS) พร้อมเสนอแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด การนำรายได้จากภาษีน้ำมันมาอุดหนุนขนส่งสาธารณะในเมือง การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะได้สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สนามบินดอนเมือง'แนะผู้โดยสารตรวจสิ่งของต้องห้ามก่อนโหลด
ทดม. ย้ำผู้โดยสารเช็กกระเป๋าก่อนเดินทาง หลังประกาศ กพท. เปิดทางตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนมีผลบังคับใช้ พบพาวเวอร์แบงก์ ไฟแช็ก บุหรี่ไฟฟ้า และวัตถุไวไฟเพียบ เตือนห้ามโหลดสิ่งของต้องห้าม พร้อมแนะใช้ TSA Lock ป้องกันความเสียหาย ภายใน7 วันพบสิ่งต้องห้าม 1,122 รายการ
‘ภัทรพงศ์’สั่งสนามบินใต้รับมือฝนถล่ม 10 จังหวัด เฝ้าระวัง24 ชั่วโมง
“ภัทรพงศ์” กำชับ ทย.เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก–น้ำท่วมฉับพลันช่วง 23–26 ต.ค.นี้ สั่งติดตามสถานการณ์เข้มตลอด 24 ชั่วโมง เร่งอุดจุดเสี่ยงสนามบินนราธิวาส ขุดลอกทางระบายน้ำ 4,110 เมตร ย้ำความปลอดภัยผู้โดยสารต้องมาก่อน พร้อมจำกัดหรือระงับพื้นที่กระทบหากไม่ปลอดภัย
’ภัทรพงศ์‘เร่งศึกษาเปิดเส้นทาง Seaplane เชื่อมกระบี่-ตรังเกาะหลีเป๊ะ
‘ภัทรพงศ์’ เร่งเครื่องศึกษา ‘Seaplane’ปักหมุดกระบี่–ตรัง เชื่อมเกาะหลีเป๊ะ เพิ่มทางเลือกเดินทาง หนุนท่องเที่ยวมูลค่าสูง เดินหน้าประเมินความคุ้มค่า ควบคู่ความปลอดภัยและอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล มุ่งกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมต่อยอดภารกิจการแพทย์ฉุกเฉินในอนาคต

