สกช.ผนึกทีเส็บเปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรที่มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจ

สภาเกษตรกรแห่งชาติ ผนึกกำลัง ทีเส็บ-ภาครัฐ-เอกชนเปิดงาน “Agri Next Thailand 2026” มหกรรมเกษตรครบวงจรที่มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจปลดล็อกศักยภาพเกษตรกรไทย เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

27 ต.ค. 2569- นายโกศล ปัทมะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติ  หรือ สกช. ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ พร้อมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรที่มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจ “Agri Next Thailand 2026” ภายใต้แนวคิด “From Local Value To Global Market” โครงการยกระดับเกษตรกรไทย สร้างมูลค่าสู่ตลาดโลก เพื่อเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานภาคเกษตร ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ผู้ประกอบการแปรรูปสินค้า ผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงผู้ส่งออก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการเจรจาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งต่อยอดศักยภาพสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

“การพัฒนาภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า และการสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้อย่างเข้มแข็ง ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร ตั้งแต่การเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยี ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ภาคเกษตรไทยสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในระยะยาว”นายโกศลกล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่ารวม  1,709,075 ล้านบาท แม้ภาพรวมจะหดตัวเล็กน้อย 0.4 % เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการส่งออกสินค้าเกษตรหดตัว 4.1 % หลังขยายตัวต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรยังเติบโตได้ 4.1 % ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงโอกาสในการยกระดับภาคเกษตรไทย จากการส่งออกวัตถุดิบสู่การพัฒนาสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า การเสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและเติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด คือสิ่งที่สภาเกษตรกรแห่งชาติให้ความสำคัญ จึงมุ่งสนับสนุนการยกระดับเกษตรกรจากผู้ผลิต สู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างแม่นยำโดยบูรณาการองค์ความรู้ การบริหารจัดการต้นทุน และมาตรฐานสินค้า  ซึ่งสอดคล้องแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2575 ของ       สภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร การพัฒนาสู่เกษตรสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลก

โดยมุ่งหวังให้เกิดผลลัพธ์สำคัญการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร การยกระดับสินค้าและบริการภาคเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การขยายตัวทางเศรษฐกิจภาคเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงผู้ซื้อและเครือข่ายทางการค้าได้โดยตรง งาน Agri Next Thailand 2026 จึงเป็นเวทีในการต่อยอดอัตลักษณ์และทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานการเติบโตให้เกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บให้การสนับสนุนการจัดงาน Agri Next Thailand 2026 เพื่อส่งเสริมการใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตรไทย ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเฉพาะกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงความต้องการของตลาด ขยายช่องทางการจำหน่าย และต่อยอดความร่วมมือทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดสากล ตลอดจนผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจและนวัตกรรมเกษตรในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

 

สำหรับไฮไลต์ภายในงาน แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก โดยโซนแรก : สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูป รวบรวมสินค้าเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เลือก ชม-ชิม-ช้อป ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และคุณค่าของวัตถุดิบไทย แบ่งเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่

สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น นำเสนอความโดดเด่นของผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากแต่ละจังหวัด อาทิ สวนส้มโอไทยทวี จ.นครปฐม, น้ำตาลมะพร้าว จากสหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด จ.สมุทรสาคร, เนื้อวากิวพรีเมียม จากบริษัท หนองคาย วากิว จำกัด จ.หนองคาย, ไข่นกกระทาอนามัย จ.อ่างทอง, น้ำมะปี๊ดพร้อมดื่ม จากแรบบิท จันท์ จ.จันทบุรี, กล้วยหอมทองทอดกรอบ จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ จ.ปทุมธานี, กาละแมกะทิสด จากร้านรุ่งสิริรักษ์ จ.ลพบุรี และใบบัวบกทอดกรอบ จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรบ้านคลองหม่อมแช่ม จ.นนทบุรี  เป็นต้น

สินค้าอินทรีย์ นำเสนอผลผลิตที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และความต้องการด้านคุณภาพของตลาด อาทิ ข้าวกล้องมะลิแดง จากลานไรซ์ จ.ปราจีนบุรี, ผักกรอบ จากผักกรอบไพรทิพ จ.นครปฐม, กระเจี๊ยบเขียวสด ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ผักบุ้งจีน จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลราษฎร์นิยม จ.นนทบุรี เป็นต้น

สินค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร แพทย์แผนไทยและความงาม ที่สะท้อนศักยภาพการต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ ยาดมกลิ่นส้มโอ จากกุลแก้วเฮิร์บ จ.ชัยนาท, ยาหม่องผสมไพล จากวิสาหกิจชุมชนเกษตรวังน้อยพัฒนา จ.พระนครศรีอยุธยา, สบู่รังไหม จากวิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ จ.สระบุรี และดินสอพองขมิ้นมะนาวน้ำผึ้ง จากผ่องเฮิร์บ จ.ลพบุรี เป็นต้น

โซนที่ 2 : เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เจาะลึกทิศทางตลาดเกษตรไทยสู่ตลาดโลก เปิดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจ ผ่านหัวข้อ “Meet the Buyers: สินค้าเกษตรแบบไหนที่ตลาดต้องการ”โดยคุณไพโรจน์ คล้ายแก้ว หัวหน้าฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ภาครัฐและพันธมิตร ผู้แทนจากบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ร่วมเผยแนวโน้มความต้องการสินค้าเกษตรจากตลาดค้าปลีก พร้อมถอดบทเรียนความสำเร็จของ April’s Bakery โดยคุณอร-กนกกัญจน์ มธุรพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงหา ฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นสู่แบรนด์เบเกอรี่มูลค่าพันล้าน พร้อมเปิดแนวคิด “ถอดรหัสคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนคุณค่าท้องถิ่นสู่เกษตรมูลค่าสูงในตลาดโลก” ร่วมกับคุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง คุณเพ็ชร-ฐกฤต ตะวันพงค์ และคุณน้ำ-รพีภัทร เอกพันธ์กุล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่

โซนที่ 3 : Business Matching เชื่อมเกษตรกรไทยสู่โอกาสทางธุรกิจ เปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และคู่ค้าทางการค้า เพื่อขยายช่องทางจำหน่าย การเชื่อมโยงการให้บริการเทคโนโลยีและนวัตกรรมภาคเกษตรพร้อมสร้างเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดที่กว้างขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 50 ล้านบาท และเกิดการจับคู่ธุรกิจสำเร็จกว่า 500 คู่

นอกจากนี้ อีกไฮไลต์ในงาน คือ กิจกรรม “Chef’s Table on the Future” ที่เชฟพลอยจาก MasterChef Thailand ได้รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบเกษตรไทย เพิ่มมูลค่าผลผลิตท้องถิ่นผ่านอาหารร่วมสมัย อาทิ เมนูไก่งวงย่างซอสโกโก้มะขาม เสิร์ฟพร้อมมันหวานบดและผักย่าง, เนื้อวัวย่างซอสสาโท โรยข้าวคั่วและมะแขว่น และช็อกโกแลตมูสโกโก้ ครีมมะพร้าวน้ำหอม และคาราเมลสาโท โดยเลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตในประเทศ อาทิ ไก่งวงจากราชบุรี เนื้อวัวจากหนองคาย มะพร้าวน้ำหอมจากราชบุรี โกโก้จากเชียงใหม่ และสาโทจากแพร่ นำเสนอความหลากหลายของวัตถุดิบไทยผ่านเมนูสร้างสรรค์ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้สินค้าเกษตรไทย

อย่างไรก็ตามการจัดงาน Agri Next Thailand 2026 นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพของภาคเกษตรไทยเข้ากับโอกาสทางธุรกิจ ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การประยุกต์ใช้นวัตกรรม และการขยายช่องทางการตลาด เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมวางรากฐานสู่การเติบโตของภาคเกษตรที่เข้มแข็ง สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.

 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง