‘แบงก์ชาติ’ ชี้ศก.Q3ปรับดีขึ้น รับแรงสนับสนุนส่งออก-ลงทุน   

‘แบงก์ชาติ’ ชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 และเดือน ก.ย. 69 ปรับดีขึ้น รับแรงหนุนส่งออก-ลงทุนตามวัฎจักรเทคโนโลยีโลกและกระแส AI ห่วงท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า ผลกระทบน้ำท่วม-เอลนีโญ

30 ต.ค. 2569 – นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2569 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงส่งจากการส่งออกสินค้า ที่ขยายตัว 23.6% และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนภาคการท่องเที่ยว พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยว 7.1 ล้านคน ขณะที่การบริโภคเอกชนขยายตัวได้ 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวได้ 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 2.44% ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 1.42%  

ขณะที่เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย. โดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน จากการส่งออกสินค้า ที่ขยายตัว 23.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และการลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลกและการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในไทย

สำหรับภาคการท่องเที่ยว พบว่า ในเดือน ก.ย. 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2 ล้านคน ลดลงจากเดือนก่อนหน้า เป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวกลุ่ม Short Haul เป็นสำคัญ ส่วนรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนก.ย. 2569 เพิ่มขึ้น 12.5% แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง เป็นผลจากค่าใช้จ่ายต่อทริปที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนวันพักเฉลี่ยที่นานขึ้น ส่วนการลงทุนภาคเอกชนในเดือน ก.ย.ขยายตัว 21.6% สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยเร่งขึ้นจากการนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล โดยส่วนหนึ่งเป็นไปตามรอบการส่งมอบอุปกรณ์ของบางธุรกิจ

ด้านการบริโภคภาคเอกชนลดลงจากเดือนก่อน 2.2% จากหมวดบริการเป็นหลัก ส่วนความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมเป็นสำคัญ สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในเดือน ก.ย. ยู่ที่ 2.82% และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1.5% โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงาน ตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด ขณะที่หมวดอาหารสดใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยเนื้อสัตว์และข้าวปรับเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานใกล้เคียงเดือนก่อน โดยหมวดของใช้ส่วนตัวและอาหารสำเร็จรูปปรับเพิ่มขึ้น

นางสาวปราณี กล่าวอีกว่า ในระยะต่อไป ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแต่ยังไม่ทั่วถึง โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน แต่ผลดียังจำกัดอยู่กับธุรกิจและแรงงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่การบริโภคของครัวเรือนคาดว่าจะทยอยฟื้นตัว โดยมีแรงสนับสนุนจากมาตรการรัฐ และแนวโน้มรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้น โดยยังต้องติดตาม ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์โลก, พัฒนาการของสงครามและนโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและเอลนีโญ

“แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า การส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีคาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ทั้งมีไฟล์บินที่ยังกลับมาไม่หมด ตั๋วเครื่องบินแพง กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ที่ก่อนหน้าสถานทูตจีนมีการแจ้งเตือนถึงความปลอดภัยในการเดินทางเยือนประเทศไทย เป็นต้น”นางปราณี กล่าว

เพิ่มเพื่อน