‘ภัทรพงศ์’ ดันโครงการ DRSA พัฒนาเส้นทางบินตรงไทย–จีนเพิ่มประสิทธิภาพจราจรทางอากาศ ช่วยเซฟเชื้อเพลิงกว่า 40 ล้านบาท ลด CO₂ ได้ถึง 2,561 ตันต่อปี ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า 1.1 แสนกิโลกรัม พร้อมเดินหน้าพัฒนาอีก 3 เส้นทาง มุ่งสู่ Green ATM และ Aviation Hub ระดับโลก
2 พ.ย.2569-นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการบินของไทยให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืน จึงได้มอบหมายให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ดำเนินโครงการพัฒนาเส้นทางบินตัดตรง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและ ความยั่งยืน (Direct Routing for Sustainable Aviation) หรือ DRSA
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ห้วงอากาศ ลดระยะทางการบิน ลดระยะเวลาเดินทางของผู้โดยสาร ตลอดจนลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากช่วยลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสายการบินแล้ว ยังส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และสนับสนุนเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น World - Class Aviation Hub โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ด้านนายปัญญา ชูพานิช กรรมการบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า บวท. นำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจราจรทางอากาศ มาต่อยอดสู่การพัฒนาเส้นทางบิน ที่สร้างผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพการบินและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในกระบวนการดำเนินงาน (CSR In Process) โดยได้ริเริ่มโครงการ DRSA ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ไทย–ลาว–จีน เป็นการพัฒนาเส้นทางบิน L770 ช่วง NAN–SAGAG ให้ตัดตรง ซึ่งเปิดใช้งานแล้ว เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามจากผลการดำเนินงานถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2569 มีเที่ยวบินใช้เส้นทางบินดังกล่าว จำนวน 530 เที่ยวบิน ลดระยะทางบินสะสม 18,525 ไมล์ทะเล ประหยัดเชื้อเพลิง 112,890 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 357 ตัน ซึ่งปัจจุบันมีสายการบินมาใช้เส้นทางนี้จำนวน 23 สายการบิน จากทั้งหมด 26 สายการบิน นอกจากนี้ วิทยุการบินฯ ยังมีแผนพัฒนาเส้นทางบินตัดตรงในรูปแบบนี้เพิ่มเติมอีก 3 เส้นทางบิน เชื่อมโยงระหว่างตะวันตกและตะวันออก พร้อมทั้งพัฒนา DRSA Dashboard ด้วยบุคลากรของวิทยุการบินฯ เอง เพื่อใช้วิเคราะห์และติดตามผล ด้านระยะทางการบิน การประหยัดเชื้อเพลิง และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ
นายปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการคาดการณ์ เส้นทางบินตัดตรง L770 ช่วง NAN–SAGAG นี้ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2,561 ตันต่อปี และจะลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้กับสายการบินได้กว่า 40.5 ล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเส้นทางบินไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการด้านการบิน แต่ยังสร้างประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย บวท. จะติดตามประเมินผลและขยายผลการพัฒนาเส้นทางบินที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิด Green ATM
“บวท. เป็นหน่วยงานแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรอง CANSO Green ATM ระดับ 2 และมีเป้าหมายยกระดับสู่ Green ATM ระดับ 3 ในระยะต่อไป พร้อมกันนี้ บวท. จะเดินหน้าพัฒนาระบบบริหารจราจรทางอากาศควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัย ควบคู่กับการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมผลักดันเป้าหมายการเติบโตภาคการบินของไทยสู่ความยั่งยืน”นายปัญญา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา 3 พ.ย.‘พิพัฒน์’ ชง ครม.เคาะ‘ชยุธ’ นั่งอธิบดีทางหลวง
‘พิพัฒน์’ จ่อเสนอครม. สัญจร 3 พ.ย. เคาะ ‘ชยุธ โลหะกิจ’นั่งอธิบดีกรมทางหลวง โยก ‘ดนัย เรืองสอน’ นั่งผู้ตรวจฯ ดัน‘เกียรติชัย ชัยเรืองยศ’ คุมกรมท่าอากาศยาน
‘รถสามล้อไฟฟ้าทำพิษ’ขนส่งจ่อทบทวนเกณฑ์สอบใบขับขี่ใหม่
‘สิริพงศ์‘เผย ขบ. ผุดแนวคิดประเมินทบทวนสมรรถนะผู้ขับขี่อายุ 55 ปีขึ้นไป-ผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพใหม่ หวังสร้างความปลอดภัยทางถนน ย้ำยังไม่มีข้อสรุปเกณฑ์บังคับใช้ ปักหมุดพ.ย.นี้ ถกแนวทางเข้มบังคับใช้กฎหมาย ปลูกจิตสำนึกความปลอดภัย หลังไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละกว่า 1.5 หมื่นคน

