
‘ธปท.’ ชี้กำลังซื้อผู้บริโภคยังอ่อนแอ แนวโน้มค่าใช้จ่ายทะยานไม่หยุด หลังค่าครองชีพพุ่ง ราคาสินค้า-ค่าขนส่งขยับเพิ่มต่อเนื่อง แถมมาตรการกระตุ้นการบริโภคภาครัฐหมดซ้ำเติม กดดันการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก ด้านดัชนีเชื่อมั่นทางธุรกิจ เดือน พ.ค. 65 เริ่มฟื้นหลังเปิดประเทศ สวนทางความเชื่อมั่นด้านต้นทุนลดลงต่ำสุดตั้งแต่ปี 51 ตามราคาพลังงาน-วัตถุดิบที่สูงขึ้น
3 มิ.ย. 2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (Retailer Sentment Index : RSI) ประจำเดือน พ.ค. 2565 ทั้งภาวะปัจจุบันและในระยะ 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ปรับลดลงจากภาวะค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น แม้ว่าผู้บริโภคจะคลายความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนจากกิจกรรมนอกบ้านที่มากขึ้น แต่การปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการตามต้นทุน และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นการบริโภคจากภาครัฐหมดลง ซ้ำเติมกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ และกดดันการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก
โดยความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการประเภทห้างสรรพสินค้า ร้านไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับความเชื่อมั่นต่อยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และความถี่ของผู้ใช้บริการ (Frequency) ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดการใช้จ่ายต่อครั้ง (Spending per bill) ปรับลดลง เพราะผู้บริโภคคลายความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาด จึงเริ่มออกมาใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ลดการประกอบอาหารในบ้าน ท่องเที่ยวและทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นนั้น คาดว่าจะยังเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ในส่วนของการประเมินการใช้จ่ายของผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะราคาสินค้าขั้นพื้นฐานหลายหมวดที่ปรับแพงขึ้น โดยเฉพาะในหมวดสินค้าจำเป็น อีกทั้งยังพบว่าผู้บริโภคออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ทั้งการท่องเที่ยว การกลับเข้าทำงานที่บริษัท และการเปิดภาคการศึกษา
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนพ.ค. 2565 ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 49.3 จากระดับ 48.2 เดือนเม.ย. 2565 จากการเพิ่มขึ้นในเกือบทุกองค์ประกอบ นำโดยด้านการผลิต ผลประกอบการ และคำสั่งซื้อที่ปรับเพิ่มขึ้นตามนโยบายการเปิดประเทศที่ผ่อนคลายขึ้น และประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น
ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านต้นทุนปรับลดลงมาก และต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ตามราคาพลังงาน และวัตถุดิบที่ทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับการประกาศยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันดีเซลในเดือนนี้ จึงทำให้ค่าขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางส่วนทยอยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนทำให้ความเชื่อมั่นด้านต้นทุนของภาคที่มิใช่การผลิตปรับลดลง และกดดันให้เกิดความเชื่อมั่นโดยรวมของเกือบทุกธุรกิจในภาคที่ไม่ใช่การผลิตปรับดีขึ้นได้ไม่มากนัก ยกเว้นกลุ่มค้าส่ง ที่คำสั่งซื้อและปริมาณการค้าปรับเพิ่มขึ้นมาก คาดว่าเป็นการซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ราคาถูกลง เพื่อสะสมสต็อกหรือเพื่อล็อกต้นทุน
สำหรับภาคการผลิต ความเชื่อมั่นปรับดีขึ้นจากกลุ่มผลิตเคมี ปิโตรเลียม ยางและพลาสติกเป็นสำคัญ เนื่องจากสามารถส่งผ่านต้นทุนได้ทันที ส่วนความเชื่อมั่นของกลุ่มผลิตอื่นๆ ลดลงหรือทรงตัวโดยในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ปรับลดลงจาก 54.1 ในเดือนก่อน มาอยู่ที่ 52.4 จากการลดลงในทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านต้นทุน โดยระดับความเชื่อมั่นลดลงทั้งในภาคการผลิตและภาคที่มิใช่การผลิต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้าพลาสติก
พาณิชย์ประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก วางแนวทางดูแลปริมาณ–ราคา–การใช้พลาสติกอย่างเหมาะสม
กรมการปกครอง เล่าที่มา 'รถพุ่มพวง' ตลาดเคลื่อนที่ ลดค่าครองชีพ เข้าถึงปชช.พื้นที่ห่างไกล
รถเร่ขายของจะมีมานาน แต่ยุคที่รถพุ่มพวงแพร่หลายและกลายเป็นสัญลักษณ์ของสังคมไทยอย่างแท้จริง คือช่วง พ.ศ. 2531 - 2534 ในสมัยรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ
‘อนุทิน’ยันมีของถูก เข้าห้างตรวจราคาสินค้าเจอตะโกนถามใครรวยไม่ไหว
“อนุทิน” เข้าห้างตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวน ปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ เผยหลังแถลงนโยบายคนละครึ่งมาแน่
นายกฯ คอนเฟิร์ม 'คนละครึ่งพลัส' วงเงินเท่าเดิม 2,000 แต่ครอบคลุมมากขึ้น
นายกฯ รุดตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวนปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ ขณะประชาชนปรี่ร้องช่วยหน่อยน้ำมันแพง ปล่อยแบบนี้ตายแน่ เผยหลังแถลงนโยบาย คนละครึ่งมาแน่ มากกว่าพลัส ครอบคลุมกว่าเดิม
น้ำมันพุ่งลาม 'วิกฤตปากท้อง' เมษานี้ได้เห็นของจริงแน่
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า น้ำมันดีเซลขึ้นไปแตะราคาลิตรละ 47.74 บาทแล้ว จะขึ้นต่อไป หรือจะลดลง เขียนไปเดี๋ยวจะตื่นตระหนกกัน

