
‘ศักดิ์สยาม’ลงพื้นที่ทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู เตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการสายสีชมพู-เหลือง เล็งเปิดให้ประชาชนทดลองนั่ง ฟรี 3 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค.66 ก่อนเปิดบริการตลอดสายเต็มรูปแบบปลายปี 66 คาดผู้โดยสาร 1.9-2 แสนคนต่อวัน
30 มิ.ย.2565-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ว่า ความคืบหน้า ณ ปัจจุบันของการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีความคืบหน้าในภาพรวมคิดเป็น 92.93% แบ่งเป็นงานโยธา 93.42% และงานระบบรถไฟฟ้า 92.29% ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองได้รับมอบขบวนรถแล้ว 28 ขบวน จากทั้งหมด 30 ขบวน คาดว่า ขบวนรถไฟฟ้าที่เหลือจะจัดส่งถึงประเทศไทยได้ภายใน ก.ค. 2565
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี มีความคืบหน้าในภาพรวมคิดเป็น 88.51% แบ่งเป็นงานโยธา 90.06% และงานระบบรถไฟฟ้า 87.02% โดยได้รับมอบขบวนรถแล้ว 26 ขบวนจากทั้งหมด 42 ขบวน และคาดว่า ขบวนรถไฟฟ้าที่เหลือจะจัดส่งถึงประเทศไทยได้ใน ต.ค. 2565 ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายทาง อยู่ระหว่างทดสอบการเดินรถ และมีแผนกำหนดการทดสอบเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) เริ่มภายใน ต.ค. 2565 ก่อนจะเปิดให้บริการบางช่วงอย่างเป็นทางการในไตรมาสแรกของปี 2566 โดยจะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการฟรี 3 เดือน คือ ม.ค.-มี.ค. 2566 ก่อนที่จะเปิดเต็มรูปแบบภายในปี 2566 อย่างไรก็ตาม คาดว่า ในปีแรกที่เปิดให้บริการ จะมีผู้โดยสารประมาณ 190,000-200,000 คนต่อวัน และมีศักยภาพรองรับได้ 1,000,000 คนต่อวัน
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ในส่วนของค่าโดยสารนั้น เขื้องต้นจากข้อมูลเมื่อปี 2559 จะจัดเก็บในอัตรา 14-42 บาท ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแบบเก็บค่าโดยสารต้องพิจารณาจากดัชนีผู้บริโภค (CPI) อีกครั้ง ซึ่งได้มอบให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และเอกชน ไปพิจารณาค่าใช้จ่ายให้สะท้อนกับความเป็นจริงมากที่สุด ขณะเดียวกัน ได้ให้ไปพิจารณาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อนำรายได้มาลดค่าโดยสารให้ประชาชน ซึ่งตนอยากให้มีราคาที่ถูกที่สุดอยู่แล้ว ส่วนค่าแรกเข้าในการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ นั้น อยู่ระหว่างการเจรจา โดยขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการทั้ง 2 สายแล้ว
“จากการลงพื้นที่ในวันนี้ พบว่า การดำเนินการเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน โดยยืนยันว่า กระทรวงคมนาคม และ รฟม. ได้เดินหน้าพัฒนาแผนโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ซึ่งคำนึงถึงการใช้ประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาการจราจร และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วย” นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่พบในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี พบว่า บางพื้นที่มีสาธารณูปโภคตามแนวเส้นทางก่อสร้างอยู่ด้วย ส่งผลให้การก่อสร้างมีความล่าช้า จึงมอบนโยบายให้เร่งประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การก่อสร้างเดินหน้าได้อย่างราบรื่นแล้วเสร็จตามกำหนด และดำเนินการคืนพื้นที่โดยเร็วเพื่อบรรเทาปัญหาจราจร ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนให้มากที่สุด ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2566 ที่จะเปิดให้บริการบางช่วงนั้น แบ่งเป็น สายสีชมพู ช่วงศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงภาวนา-สำโรง
สำหรับความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ช่วงศรีรัช-เมืองทองธานีนั้น ในขณะนี้ผู้รับจ้างได้เข้าพื้นที่ก่อสร้างแล้ว โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี นับจากการเปิดให้บริการสายหลักแล้ว หรือคาดว่า จะแล้วเสร็จภายในปี 2568 ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ส่วนต่อขยาย ช่วงแยกรัชดา-ลาดพร้าวถึงแยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น อยู่ระหว่างการเจรจา พร้อมทั้งพิจารณาผลกระทบด้านรายได้ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รวมถึงการชดเชยในด้านต่างๆ
รายงานข่าวจาก รฟม. ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีแนวเส้นทางเริ่มต้นที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว บริเวณหน้าอาคารจอดแล้วจร สถานีลาดพร้าว ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) ไปตามแนวถนนลาดพร้าว ถึงทางแยกบางกะปิ เข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ ข้ามทางแยกต่างระดับพระราม 9 ผ่านแยกพัฒนาการ แยกศรีนุช แยกศรีอุดม แยกศรีเอี่ยม แยกศรีเทพา เข้าสู่ถนนเทพารักษ์ และสิ้นสุดที่บริเวณแยกเทพารักษ์ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 30.4 กิโลเมตร (กม.) ประกอบด้วย สถานีทั้งหมด 23 สถานี
ทั้งนี้ในส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มีจุดเริ่มต้นบนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณถัดจากศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ผ่านแยกแครายเข้าสู่ถนนติวานนท์ ตัดเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะที่บริเวณใกล้กับ ห้าแยกปากเกร็ด ผ่านแยกหลักสี่ เข้าสู่ถนนรามอินทราจนถึงแยกมีนบุรี เลี้ยวขวาสู่ถนนรามคำแหง ซึ่งมีสถานีสุดท้ายที่บริเวณใกล้ซอยรามคำแหง 192 ระยะทางประมาณ 34.5 กม. ประกอบด้วยสถานีทั้งหมด 30 สถานี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ยันไม่ดึง 'ศักดิ์สยาม' ร่วม ครม. แม้เก้าอี้ว่าง บอกงงโดนโยงกับพรรคภูมิใจไทย
“อนุทิน” ยันไม่ดึง “ศักดิ์สยาม” ร่วมครม. แม้เก้าอี้ว่าง เหตุออกจากการเมืองไปนานแล้วไม่เกี่ยวข้องแวะกับพรรค งงทำไมถึงถูกผูกโยง ชี้ฝ่ายค้าน-สว. ล่าชื่อสอบป.ป.ช.เป็นสิทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ย้อนพรรคส้มตั้งครม.เงาก็ดี บอกไม่มีเงาก็ไม่ใช่คน
'ปชน.' เฮ! 'สว.อิสระ' เอาด้วย ล่าชื่อส่งศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช. ปมศักดิ์สยาม
'นันทนา' นำ สว.อิสระ ผนึกกำลังล่าชื่อตามมาตรา 236 ร้องศาลไต่สวน ป.ป.ช. ทนไม่ไหวปล่อยผีคดี 'ศักดิ์สยาม' ด้าน 'หมอเปรม' กระทุ้ง 'โสภณ' อย่าให้วงจรอุบาทว์แทรกแซง ขู่ไม่ส่งต่อลุยสอบประธานด้วย
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ปม ป.ป.ช. ปล่อยผี 'คดีศักดิ์สยาม'
'ศรีสุวรรณ' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลวินิจฉัยปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง 'ศักดิ์สยาม' ไม่จงใจซุกหุ้นขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยศาล รธน. หรือไม่
'เชาว์' ซัด ป.ป.ช. ฟอกขาว 'ศักดิ์สยาม'
นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และทนายความ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้คดีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตกไป โดยระบุหัวข้ออย่างดุเดือดว่า “ปปช.ฟอกขาว!
'อ.ปริญญา' ชำแหละ คำชี้แจงปปช.ฟอก 'ศักดิ์สยาม' เหตุผลประหลาด เกินไปมาก ฟังไม่ขึ้น
ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง คำชี้แจง ปปช. ที่ยกคำร้องศักดิ์สยามฟังขึ้นหรือไม่ และไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจริงหรือ? มีเนื้อหาดังนี้
สส.ประชาธิปัตย์ ลงมติให้ฝ่ายกฎหมายชุดใหญ่ สอบพิรุธ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดี 'ศักดิ์สยาม'
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุม สส. หลังเปิดสมัยประชุมหลังสงกรานต์ ตั้งโต๊ะสอบพิรุธกรณี ป.ป.ช. ยกคำร้องอดีตรมว.คมนาคม ปมผลประโยชน์ทับซ้อน ชี้มติสวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เคยชี้มูลเรื่องเส้นทางการเงินผิดปกติ ยันพรรคในฐานะฝ่ายค้านไม่วางเฉย เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดหากพบพิรุธทุจริต

