‘คมนาคม’ สั่งเบรกยื่นประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบ2

เคารพศาลฯ‘คมนาคม’สั่งเซตซีโร่ หยุดการประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี  รอบ2 วันที่ 27 ก.ค.นี้ เพื่อให้ รฟม.ถอดคำวินิจฉัยของศาลฯแล้วเสร็จ เพื่อไปหารือกับอัยการสูงสุดก่อน 

11 ก.ค.2565-รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม ยังคงรอรายงานอย่างเป็นทางการจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หลังจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า การมีมติยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และการคัดเลือกเอกชนฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวิทนวงศ์)  และการออกประกาศฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกระทรวงคมนาคม และ รฟม. เคารพคำวินิจฉัยของศาลฯ แต่เบื้องต้นโดยหลักการเมื่อศาลมีคำวินิจฉัยฯ รฟม. ก็ต้องไปคัดคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการมาก่อน

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า เมื่อคัดคำวินิจฉัยฯ มาแล้ว รฟม. ควรนำไปหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าคำวินิจฉัยดังกล่าว รฟม. จะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง โดยเมื่อสำนักงานอัยการฯ พิจารณาแล้ว รฟม. ก็ปฏิบัติตามนั้น ส่วนเรื่องการยื่นอุทธรณ์นั้น ทราบว่า รฟม. จะไปยื่นอุทธรณ์อยู่แล้ว ซึ่งเป็นคนละส่วนกันกับการไปคัดคำวินิจฉัย และนำไปหารือกับสำนักงานอัยการฯ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทราบว่าศาลมีคำวินิจฉัยประมาณ 6 เรื่อง

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการรับทราบคำสั่งศาลฯ อย่างไม่เป็นทางการ พบว่า ที่ศาลฯ สั่งว่าการยกเลิกการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ครั้งที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่รอคำวินิจฉัยของศาลฯก่อน ดังนั้นเมื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องทำให้ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยการประกาศยกเลิกประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มครั้งที่ 1 ใหม่อีกครั้ง เพราะศาลฯ ได้วินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งศาลฯ ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ยกเลิกการประมูลด้วย

อย่างไรก็ตามส่วนการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ครั้งที่ 2 ที่กำลังดำเนินการประมูลอยู่ในขณะนี้ ก็ควรต้องยกเลิกด้วย เพื่อเซ็ทซีโร่กันใหม่ โดยวันที่ 27 ก.ค.65 ซึ่งจะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ รฟม. คงต้องหยุดไว้ก่อน อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมมองว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีทุจริต และไม่เอื้อผลประโยชน์ให้ใคร เพราะยังไม่มีการประมูล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ