
“คลัง” กำชับใช้สิทธิคนละครึ่ง เฟส 5 ตามหลักเกณฑ์ แท็กทีมกรุงไทยจับตาธุรกรรมผิดปกติ ขู่ทำผิดเงื่อนไขพร้อมระงับใช้จ่าย พร้อมดำเนินคดีทันที โชว์ยอดใช้จ่ายสะพัด 9.24 พันล้านบาท
8 ก.ย. 2565 -นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 โดย ณ วันที่ 6 ก.ย. 2565 เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทั้งสิ้นจำนวน 17.46 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวม 9,240.4 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 4,677.2 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 4,563.2 ล้านบาท
สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 3,256.3 ล้านบาท, ร้านธงฟ้า 2,246.4 ล้านบาท, ร้านโอท็อป 495.6 ล้านบาท, ร้านค้าทั่วไป 3,090.0 ล้านบาท, ร้านบริการ 145.7 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 6.4 ล้านบาท ทั้งนี้ มีประชาชนได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ทั้งสิ้นจำนวน 23.27 ล้านราย ซึ่งเป็นประชาชนรายเดิมที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (ประชาชนรายเดิมฯ) จำนวน 23.07 ล้านราย จึงขอเชิญชวนประชาชนรายเดิมฯ อีกประมาณ 3 ล้านราย ที่ยังไม่ได้กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 จะต้องเป็นการซื้อขายสินค้าและบริการเฉพาะบริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ และบริการขนส่งสาธารณะ ไม่รวมสินค้าสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า โดยผู้ซื้อและผู้ขายต้องมีการทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการแบบพบหน้า (Face-to-face) โดยไม่มีการดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลาง เว้นแต่การใช้สิทธิผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่เข้าร่วมโครงการ
โดยการใช้สิทธิผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มนั้น รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนของค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และจะต้องเป็นการซื้อขายกันจริงที่ประชาชนผู้สั่งและผู้ประกอบการร้านค้าผู้ขายไม่ได้อยู่ ณ สถานที่เดียวกันและประชาชนผู้สั่งและผู้ประกอบการร้านค้าผู้ขายไม่ใช่บุคคลเดียวกัน รวมทั้งห้ามมีการรับหรือเรียกเงินทอนเป็นเงินสดหรือเรียกประโยชน์รูปแบบอื่นใดจากการซื้อขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม ไม่ว่ากรณีใด
นอกจากนี้ ห้ามผู้ประกอบการร้านค้าปฏิเสธการใช้สิทธิตามโครงการของลูกค้าหากยังมีสิทธิเหลืออยู่ รวมถึงผู้ประกอบการจะต้องรับชำระค่าสินค้าหรือบริการตามราคาของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เท่านั้น โดยหากพบว่า มีการเพิ่มราคาสินค้าหรือคิดค่าบริการ/ค่าธรรมเนียมกับลูกค้าที่ใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 จะเข้าข่ายเป็นการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยผู้ประกอบการร้านค้าอาจถูกระงับสิทธิการเข้าร่วมโครงการและเรียกเงินสนับสนุนที่ได้รับจากภาครัฐคืนต่อไป เพื่อให้ไม่เป็นการเอาเปรียบประชาชนและไม่ทำลายบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยตามวัตถุประสงค์ของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
“ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 อย่างเคร่งครัด โดยคลังและธนาคารกรุงไทย มีการติดตามและตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังคงเปิดรับแจ้งเบาะแสผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนมาที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง โดยหากตรวจสอบพบการกระทำผิด จะระงับการใช้แอปพลิเคชันถุงเงินและระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 รวมถึงเรียกเงินคืน พร้อมทั้งจะนำส่งข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิดให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อใช้สำหรับการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้วย” นายพรชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' ชี้ GDP ไตรมาส 2 โต 1.9% ปักธงพาเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ New Economy
"เอกนิติ" ปักธง นำเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ New Economy เร่งประคองเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน ให้โตเต็มศักยภาพ เปิดมุมมอง GDP
'ศุภจี' จ่อคุย 'เอกนิติ' ใช้งบหรือเงินกู้ ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'
'ศุภจี' ขอดูความเหมาะสมใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' รับต้องดูความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกพร้อม 'ไทยช่วยไทยพลัส'
รื้อเกณฑ์บัตรคนจน ปรับใหม่ให้ตรงความจริง-มท.ผุดศูนย์รับเรื่อง
“คลัง-มหาดไทย-คมนาคม” รีบตั้งโต๊ะแจงปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
คลัง เปิดขาย 'พันธบัตรออมพลัส' 31 กรกฎาคมนี้ เชิญคนไทยร่วมลงทุนกับรัฐบาล
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิ
'เอกนิติ' แจงตัดสิทธิบัตรคนจน 9.31 ล้านราย เพื่อช่วยคนลำบากจริง งบรัฐบาลมีจำกัด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างร่วมคณะของนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ที่นครเซี่ยงไฮ้ ถึงประเด็นการพิจารณาและสรุปผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ที่ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดจากยอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 18.82 ล้าน
‘บอร์ดบัตรสวัสดิการรัฐ’เคาะคัดกรอง19.15ล้านราย ก่อนชงครม.-ประกาศชื่อ17ก.ค.นี้
‘เอกนิติ’ เผยที่ประชุมบอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไฟเขียวเริ่มคัดกรอง 19.15 ล้านราย ก่อนสรุปตัวเลขผู้ได้รับสิทธิถือบัตรคนจนรอบใหม่ ลั่นไม่มีล็อกโควตา ยืนยันต้องการช่วยเหลือคนจนจริง ๆ ปักธงชง ครม. 14 ก.ค. พร้อมประกาศรายชื่ีอ 17 ก.ค. 69

