กสม.โผล่ร่วมแจมดีล 'ทรู-ดีแทค' ควบรวม ออกแถลงการณ์เรียกร้อง 3 ข้อก่อนที่ 'กสทช.' จะตัดสินในวันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม
19 ต.ค.2565 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่องกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างบริษัท ทรูคอปอเรชั่นและดีแทค ระบุว่า ตามที่มีการประกาศควบรวมกิจการในธุรกิจโทรคมนาคมระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ทรู) และบริษัท โทเทิ่ล แอ๊คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) ส่งผลให้เกิดกระแสคัดค้านจากนักวิชาการ สภาองค์กรของผู้บริโภค และเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภค ด้วยความกังวลด้านผลกระทบต่อประสิทธิภาพการแข่งขันและการมีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจโทรคมนาคมอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการควบรวมกิจการอาจส่งผลต่อทางเลือกของผู้บริโภค ที่นำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัล และราคาค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม โดยที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้มีการควบรวมกิจการหรือไม่ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 นั้น
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน จัดทำรายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการโทรคมนาคมของทรูและดีแทคมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเครือข่ายสลัม 4 ภาคและผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภคได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีดังกล่าวต่อ กสม. เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565
กสม. เห็นว่าบริการโทรคมนาคมเป็นบริการจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตของประชาชนผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน การควบรวมกิจการของบริษัทโทรคมนาคมทั้งสองแห่ง ซึ่งเป็นกิจการประเภทเดียวกัน อาจเข้าข่ายเป็นการผูกขาดและมีอำนาจเหนือตลาด ทำให้ผู้บริโภคขาดทางเลือกหรือมีทางเลือกน้อยลง โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มชายขอบ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีอุปสรรคในการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม (สัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่) และมีรายได้น้อยอยู่แล้ว อาจต้องเสียค่าบริการในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชน ด้วยเหตุดังกล่าว กสม. จึงมีข้อเสนอแนะต่อการพิจารณาควบรวมกิจการบริษัทโทรคมนาคมทั้งสองแห่ง ดังนี้
1.ขอให้ยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชน และประโยชน์สาธารณะ ตามมาตรา 60 วรรคสอง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
2.ขอให้เปิดเผยผลการศึกษาของที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศ ที่สำนักงาน กสทช. จัดจ้างให้มีการศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทคต่อสาธารณะ และนำผลการศึกษามาประกอบการพิจารณาด้วย
และ 3.ขอให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการควบรวมกิจการดังกล่าวอย่างกว้างขวาง รวมทั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจด้านกิจการโทรคมนาคม เป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล สามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรี ไม่ผูกขาดอำนาจเหนือตลาด เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้บริโภค อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสม.' ส่งหนังสือด่วนถึงนายกฯ เบรกส่ง 5 อุยกูร์กลับจีน เตือนผิดกฎหมายอุ้มหาย
กสม.ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี คัดค้านส่งชาวอุยกูร์ 5 คนกลับจีน หลัง 2 คนพ้นโทษถูกควบคุมตัวรอส่ง
อดีตผู้พิพากษาฯ ถอดรหัสคดีละเมิดอำนาจศาล เมื่อเอกสารข่าว 'กสทช.' ชนคำสั่ง 'ศาลปกครองสูงสุด'
วัส ติงสมิตร ถอดรหัสคดีละเมิดอำนาจศาล กรณีข้อพิพาทระหว่าง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กับ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ะ"
ศาลปค.สูงสุดสั่ง 'ไตรรัตน์' แจง ปมแพร่ข่าว 'หมอสรณ' ส่อละเมิดอำนาจ
ศาลปกครองสูงสุดสั่ง 'ไตรรัตน์' แจง 7 วัน ปมข่าวคำสั่งคดี 'หมอสรณ' ส่อละเมิดอำนาจศาล จับตาจัดประชุมตามคำสั่ง ฝืนคำสั่งศาล
กสทช.นัดพิเศษตั้ง 15 อนุฯ กฎหมาย ดึง 3 นักกฎหมายดังร่วมทีม
ที่ประชุม กสทช.นัดพิเศษ 21 ต.ค. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย 15 คน ดึง ‘สุรพล นิติไกรพจน์-สมคิด เลิศไพฑูรย์-จรัญ ภักดีธนากุล’ ร่วมคณะ ให้อำนาจเสนอความเห็นข้อกฎหมาย ตรวจสอบหลักเกณฑ์และเรียกเจ้าหน้าที่ชี้แจง พร้อมนัดเลือกประธานภายใน 26 ต.ค. ก่อนรายงานที่ประชุม กสทช.วันที่ 4 พ.ย.
ไม่พลาด! กสม.ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐจัดพื้นที่ให้ม็อบในการประชุมไอเอ็มเอฟ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์
เอาแล้ว! นายกฯ สั่ง กสทช.แจงด่วน เหตุเชิญประชุมตามคำสั่ง 'หมอสรณ'
เลขาธิการนายกฯ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงเลขาธิการ กสทช. ตามบัญชานายกรัฐมนต

