'สุรเชษฐ์' เผยส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีใน ครม.รายตัว จี้ตรวจสอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่อทุจริตงบประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท
01 ธ.ค.2565 - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ในคณะกรรมการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าได้ส่งจดหมายถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นรายบุคคล เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการประมูลโครงการและเจรจาร่างสัญญาร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สืบเนื่องจากคณะอนุกรรมการฯ ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับกรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคำพิพากษาของศาลปกครองกลางถึงข้อชี้แจงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเข้าร่วมการประมูลครั้งแรก และข้อชี้แจงของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จึงมีความกังวลอย่างยิ่งว่าผลการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสีส้มอาจทำให้รัฐเสียหายเกินกว่าที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ ยังได้พบข้อพิรุธอันอาจส่อถึงการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้งบประมาณของรัฐเข้าไปอุดหนุนโครงการแบบมากเกินจำเป็นถึง 68,613 ล้านบาท ดังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่ออย่างกว้างขวาง พร้อมได้ทำหนังสือสรุปประเด็นต่างๆ ส่งถึงคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ดังต่อไปนี้ 1.การเปลี่ยนเกณฑ์การประมูลกลางอากาศ แบบส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการแพ้ชนะการประมูล 2.การยกเลิกการประมูลครั้งก่อน โดยที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่าการยกเลิกการประมูลดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย 3.การกีดกันการแข่งขัน โดยไม่ให้บีทีเอส มีสิทธิเข้าประมูลรอบใหม่ ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ ประเทศไทยมีผู้ประกอบการเดินรถรายใหญ่เพียง 2 เจ้า คือบีทีเอส และบีอีเอ็ม 4.คุณสมบัติต้องห้ามของผู้ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านคุณสมบัติ กรณีคณะกรรมการคัดเลือกปล่อยให้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี ผ่านมาเป็นคู่เทียบ ทั้งที่ติดปัญหาด้านคุณสมบัติอยู่
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า 5.การคิดราคากลาง 91,983 ล้านบาท แบบอุปโลกน์ ว่าส่วนแบ่งรายได้ในอนาคตเป็นศูนย์แล้วค่อยมาตัดสินกันด้วยการแข่งขันซึ่งไม่มีอยู่จริง 6.ความพยายามของคณะกรรมการคัดเลือกในการรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐ ในการเจรจาต่อรอง และ 7.ส่วนต่าง 68,613 ล้านบาท นั้นมีอยู่จริง ต้องไปพิสูจน์ให้ทราบว่าทำไมการประมูลรอบแรก หากบีทีเอสชนะ รัฐจะอุดหนุนเพียง 9,675 ล้านบาท แต่ในการประมูลรอบสองซึ่งบีอีเอ็มชนะ รัฐต้องอุดหนุนมากถึง 78,288 ล้านบาท ทั้งที่ในทางเทคนิกคือสร้างสิ่งเดียวกัน คือรถไฟฟ้าสายสีส้ม แบบการก่อสร้างก็ไม่ได้เปลี่ยน ความยาวเท่าเดิม และจำนวนสถานีเหมือนเดิม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด
ครม. ไฟเขียว 'บิ๊ก กษ.' ล็อตใหญ่ 9 ตำแหน่ง 'สุริยะ' ปัดเอี่ยวโยนปลัด
ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ล็อตใหญ่ 9 ตำแหน่ง 'อธิบดี-รองปลัด-ผู้ตรวจฯ' ด้าน 'สุริยะ' ย้ำเป็นอำนาจปลัด กษ. ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ยันคัดจากผลงาน-ความซื่อสัตย์
ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ข้อเสนอใช้ 'ครม.' แทน 'คณะองคมนตรี' ขัดหลักความเป็นกลางทางการเมือง
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ชัดแนวคิด “ปิยบุตร” ใช้ “คณะรัฐมนตรี” แทน “คณะองคมนตรี” เป็นการลดทอนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ ขัดต่อหลักความเป็นกลางทางการเมือง
ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว

