คลังเปิดข้อมูลอัดเงิน 1.8 แสนล้านช่วย 4 โครงการลดภาระค่าครองชีพ

ความคืบหน้าการใช้จ่ายมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ COVID-19

20 พ.ย. 2564 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงการคลังได้เพิ่มวงเงินสนับสนุนมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ COVID-19 จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 มีผู้ใช้สิทธิสะสมทั้ง 4 โครงการ รวม 41.15 ล้านราย ยอดใช้จ่ายสะสมทั้งหมด 183,865.5 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้

1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 13.55 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 16,981.1 ล้านบาท

2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษมีผู้ใช้สิทธิสะสม จำนวน 1.42 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 1,422.6 ล้านบาท

3. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 26.09 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิ 27.98 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 161,946.1 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 82,273.6 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 79,672.5 ล้านบาท โดยมีมูลค่าสิทธิที่อยู่ระหว่างการใช้จ่ายกว่า 46,000 ล้านบาท

4. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 90,086 ราย จากผู้ได้รับสิทธิกว่า 4.89 แสนราย โดยเป็นยอดการใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสม 3,336 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายส่วน e-Voucher สะสม 179.7 ล้านบาทโดยมีมูลค่าวงเงินสิทธิ e-Voucher ที่อยู่ระหว่างการใช้จ่ายกว่า 129 ล้านบาท

ในส่วนของการใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มสำหรับโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ล่าสุด ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 8.00 น. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 1,994.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 1,028.9 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 965.4 ล้านบาท สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 1.51 ล้านบาท และในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่ขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด ขณะนี้มีจำนวนกว่า 75,000 ราย

ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิคงเหลือกว่า 5 แสนสิทธิ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายเพื่อรับ e-Voucher ได้ถึง 30 พฤศจิกายน 2564 และใช้จ่ายในส่วน e-Voucher ได้ถึง 31 ธันวาคม 2564

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห้ามพลาด 'คลัง' ลุยจัดมหกรรมแก้หนี้ครั้งที่ 2 ยกทัพบุกขอนแก่น

“คลัง” ตีปี๊บเดินหน้ามหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข ครั้งที่ 2 ยกทัพสถาบันการเงินของรัฐบุกขอนแก่น ดีเดย์ 18-20 พ.ย. นี้ ต่อยอดความสำเร็จ ปูพรมแก้ไขหนี้เดิม สร้างรายได้ สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ประชาชน

'แบงก์ชาติ' ขยายเวลาลงทะเบียนแก้หนี้ต่ออีก 2 เดือน

“แบงก์ชาติ” ขยายเวลาลงทะเบียนแก้หนี้ต่ออีก 2 เดือน เป็นสิ้นสุด 31 ม.ค.2566 พร้อมเพิ่มหนี้บ้าน-ธุรกิจไม่เกิน 10 ล้าน ผ่อนไม่ไหวเกิน 1 เดือนร่วมได้

ส.ว. เห็นชอบ พรก.กู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมัน 'รมว.พลังงาน' ย้ำไม่สร้างผลกระทบประชาชน

ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็นการพิจารณาอนุมัติต่อจากที่่สภาผู้แทนราษฎร

'กรณ์' แนะรัฐบาลพิจารณา 2 เรื่อง หลัง พ.ร.ก.กู้เงินค้ำกองทุนน้ำมันผ่านสภาฯ

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แถลงภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้กองทุนน้ำมัน ว่าหากไม่มีกฎหมายฉบับนี้

สภาฯไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมัน 'สุพัฒนพงษ์' แจงพิษโควิด-สงคราม ทำกองทุนติดลบ

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้ ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565 โดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน