ประธานญาติวีรชน ติง 'วิษณุ' รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้

“อดุลย์”ติง ”วิษณุ” รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้ เตือนการดูดหรือซื้อสส.และยุบพรรคฝ่ายตรงข้ามจะเป็นอันตราย ปชช.ลุกฮือบ้านเมืองลุกเป็นไฟ ดักคอ”ประยุทธ์”อย่ายื้ออำนาจด้วยวิธีไม่ถูกต้อง เพราะสิทธิของท่านหมดไปนานแล้ว ต้องรู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ดังชายชาติทหาร แล้วปล่อยให้ประชาชน นำพาบ้านเมืองด้วยตัวเอง

7 พ.ค. 2566 – นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ไม่กี่วัน และจะเป็นเสียงข้างมากขึ้นมาเอง ว่า หากเข้าใจกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง เมื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้แล้ว สภาผู้แทนฯจะเลือกประธานสภาฯก่อน ซึ่งมาจากเสียงข้างมากเป็นมาตรฐานอยู่ แล้วจึงจะเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากพรรคที่มีเสียงข้างมาก รัฐบาลเสียงข้างน้อยจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต่อให้มีเสียง ส.ว.ก็ตาม แต่ต้องพึงระวัง หากมีการไปดูด หรือ ซื้อ ส.ส.จากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามมาเหมือนตลาดวัว ควาย เช่น สภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว กลายเป็นส.ส.งูเห่า มากมาย ทำให้สภาตกต่ำเท่าที่เคยมีมา หรือ ใช้แผนให้กกต.ยุบพรรคฝ่ายตรงข้ามแล้วไปช้อนซื้อส.ส.มาอีก การกระทำเช่นนั้นจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง จะเกิดการลุกฮือขึ้นของประชาชนออกมาต่อต้าน จนเกิดความรุนแรงนองเลือดกลายเป็นวงจรอุบาทว์อีก

ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสทำงานร่วมกันกับอ.วิษณุ เครืองาม ที่เคยเป็นคณะกรรมการอิสระชุดแรก ตลอดเป็นเวลา 14 เดือนเศษ ทำให้เข้าใจรูปแบบการทำงานและแนวคิดในการให้สัมภาษณ์ของอ.วิษณุ พอสมควร จึงขอย้ำเตือนให้ประชาชนพึงระวังในสิ่งที่อ.วิษณุ พยายามจะบอกกับสังคมไทยในเรื่องที่จะมีรัฐบาลเสียงข้างน้อยเกิดขึ้นนั้น ก็คือการพยายามจะบอกกับประชาชนซึ่งเจ้าของอำนาจว่า จะมีการกระทำชำเราอำนาจที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งเป็นการเตือนประชาชนว่าผู้มีอำนาจปัจจุบันเมื่อแพ้การเลือกตั้งแล้วแต่จะไม่ยอมแพ้

“เมื่อผลการเลือกตั้งออกแล้วต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย พรรคการเมืองที่ได้เสียงมากที่สุดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากตั้งไม่ได้พรรคลำดับต่อไปย่อมมีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงได้ โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากแพ้เลือกตั้งก็ต้องรู้จักแพ้ ดังเช่นลูกผู้ชายชาติทหาร ในเมื่อได้สิทธิในการแก้ไขวิกฤตบ้านเมือง มีอำนาจอยู่ในมือมา9ปี แต่กลับไม่ทำตามสัญญาประชาคม ไม่ได้ปฏิรูประเทศ ไม่สร้างความปรองดอง เสียโอกาสที่ประชาชนให้ความไว้วางใจมา 9 ปี แล้วยังจะมาขอโอกาสอีกซึ่งมันสายเสียแล้ว เพราะได้รับสิทธิไปนานแล้ว เมื่อล้มเหลวก็ถือว่าหมดสิทธิ ถึงเวลาที่ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ต้องแสดงพลังในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพื่อนำพาชาติบ้านเมืองไปข้างหน้า อย่าลืมว่าประเทศชาติไม่ใช่ของพล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว แต่เป็นของประชาชนทุกคน หากแพ้เลือกตั้งก็ควรลงจากเวทีอย่างสง่าผ่าเผย อย่าคิดยื้ออำนาจด้วยวิธีการไม่ถูกต้องตามครรลองชอบธรรม จะเป็นที่สาปแช่งของประชาชนสืบไป และจะทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟอีกครั้ง ”นายอดุลย์ กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวด้วย ในวันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม 2566 เวลา 11.00-12.30 น. มีการจัดเวทีสภาที่ 3 Speak วาระประเทศไทย เรื่อง 31 ปี พฤษภา 35 อนาคตประเทศไทย หลังการเลือกตั้ง #66 ถ่ายทอดสดทาง Facebook Live “สภาที่สาม – The Third Council Speaks” เปิดประเด็น นานยอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติพฤษภา’ ๓๕ ร่วมมองประเทศไทย หลัง 31 ปี พฤษภา 35 โดย คนเดือนพฤษภาที่ยังมีลมหายใจแห่งการเปลี่ยนแปลง ผศ.ดร. สุริยะใส กตะศิลา คณบดีคณะนวัตกรรรมสังคม ม.รังสิต นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ผศ.ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย เมธา มาสขาว จัดโดย สภาที่ 3 ร่วมกับ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ๓๕

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทินเดินหน้าพรบ.สร้างสันติสุข

ประธานญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทิน-ปธ.วิปรัฐบาลที่ยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขกลับไปให้วุฒิสภาพิจารณา วอนปธ.วุฒิสภาและสว.ทุกคน เห็นชอบ3วาระรวดก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะเป็นการสร้างกุศลร่วมกัน เป็นการทำบุญใหญ่ให้กับสังคม คนต้องคดีการเมืองจะได้ดำเนินชีวิตปกติสุข พี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังสู้วิกฤตได้ 10 พฤษภาคม 2569 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า ญาติวีรชนพฤษภาฯ ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ คือ ร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... อันเนื่องจากต้องหยุดชะงักจากการยุบสภา และต้องชื่นชมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลจนทำให้ทุกฝ่ายได้เห็นชอบยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กลับไปให้รัฐสภาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะช่วยกันสร้างสามัคคีของคนในชาติในภาวะวิกฤตเช่นปัจจุบัน เชื่อว่าหากท่านนายกฯ รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเช่นนี้ และรู้จัก ”ให้ผู้อื่นก่อน“ ก็จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ร่วมกันแก้วิกฤติของบ้านเมืองได้ นายอดุลย์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร 3 ร่าง ประกอบด้วย ร่างของพรรคภูมิใจไทย, พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และได้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภาแล้ว หลังจากนี้วุฒิสภาสามารถพิจารณาต่อจากวาระที่ค้างอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการนับหนึ่งใหม่ จึงฝากควาวหวังไว้กับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และวิปวุฒิสภา ได้ประสานงานกับสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ทุกคน ร่วมกันพิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข 3 วาระรวด ก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ถือเป็นการสร้างกุศลร่วมกันเพื่อให้เกิดความสามัคคีสมานฉันท์ของคนในชาติ บ้านเมืองจะกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานมงคลฯ และสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ “กว่าสองทศวรรษบ้านเมืองไทยบอบช้ำจากความแตกแยกทางความคิด แบ่งเสื้อสี แบ่งขั้วกันอย่างรุนแรง บาดลึกถึงครอบครัวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ญาติวีรชนพฤษภาฯ ในฐานะผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง มีความผูกพันกับแกนนำทางการเมืองทุกเสื้อสี ซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนพ้องพี่น้องกันทั้งสิ้น โดยส่วนตัวได้ตระเวนพบปะกับแกนนำทุกระดับที่เคยชุมนุมทางการเมือง ทุกคนก็มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่มีความคิดต่างกัน บางครั้งก็ต้องฟาดฟันกันเอง บางคนโดนคดีความด้วยความทุกข์ยาก โดยเฉพาะเยาวชนอายุ 18 ปี ทุกฝ่ายมีความห่วงใยอนาคตของชาติ ได้หาทางออกให้หลุดพ้นคดี จึงเห็นร่วมกันว่าถึงเวลาทุกฝ่ายต้องสามัคคีผลักดันให้ร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เชื่อได้ว่าความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่ต้องคดีจะได้ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัย” และทุกฝ่ายซึ่งเป็นพี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพันวิกฤตครั้งนี้ได้” นายอดุลย์ กล่าว

'อ.ไชยันต์' ยกเคสบัตรเลือกตั้งอังกฤษ มีบาร์โค้ด 'ไม่ลับ' ทางทฤษฎี

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "บัตรเลือกตั้งอังกฤษก็มี barcode ไม่ลับทางทฤษฎี (วิษณุ เครืองาม) แต่สืบถึงตัวสุดยาก" โดยระบุว่า

‘อดุลย์’ แนะฝ่ายค้านไม่ควรยื่นซักฟอก เหตุทำแก้รธน.เสียของ

“อดุลย์”เบรกฝ่ายค้านไม่ควรยื่นญัตติซักฟอกเพราะนายกฯจะชิงยุบสภาฯก่อนทำให้ร่างแก้ไขรธน.ตกไปทั้งหมด แนะไม่ต้องมีสสร.จะขัดคำวินิจฉัยศาลรธน.และเสียเวลา กมธ.ยกร่างรธน.ต้องมาจากหลากลายปิดช่องการครอบงำ ‘คนละครึ่งพลัส’ ช่วยกระตุ้นศก.แต่ไม่ควรทำต่อเนื่องสร้างภาระหนี้ให้ลูกหลาน จี้นายกฯใช้ความเด็ดขาดล้างบ้างขรก.ทุจริตต้นเหตุทุนสีเทา

‘อดุลย์’ บี้ 'อนุทิน' ยึด MOA เคร่งครัด วอนหนุนร่างนิรโทษฯ

‘อดุลย์’บี้นายกฯอนุทิน ทำตาม MOA อย่างเคร่งครัด เร่งพิสูจน์ผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่าให้ประชาชนผิดหวังเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา เตือนอย่าให้เกิดทุจริตคอร์รัปชันจะเกิดวิกฤตศรัทธานักการเมืองซ้ำรอยอีก  วอนหนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองให้มีผลบังคับใช้ก่อนเลือกตั้ง และสร้างอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ตามติครม.30ธ.ค.46ให้แล้วเสร็จ