'มนพร เจริญศรี' เร่งขับเคลื่อนนโยบายขนส่งทางน้ำ ชู 'ราชรถยิ้ม'สร้างรอยยิ้ม สร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการ

วันนี้ “อาทิตย์เอกเขนก”จะพาทำความรู้จักกับผู้หญิงเก่ง แกร่ง สายลุย “มนพร เจริญศรี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กว่าจะมาถึงวันนี้ “มนพร”ก้าวเข้าสู่สนามการเมือง จากการเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ในปี พ.ศ.2537 ก่อนจะก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ซึ่งถือเป็นนายก อบจฯ หญิง “คนแรก” ของจังหวัด ต่อมาในปี พ.ศ.2554 มนพรได้รับการสนับสนุนให้ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.นครพนม สังกัดพรรคเพื่อไทย และประชาชนในพื้นที่ก็ไว้วางใจเลือกตั้งให้มนพรเป็น ส.ส.นครพนม ด้วยคะแนนท่วมท้นมาถึง 3 สมัย

มาวันนี้รับบทบาทในตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล 5 หน่วยงาน ได้แก่ 1. กรมเจ้าท่า (จท.) 2. การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) 3. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 4. สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) 5. บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน จึงขอประกาศโครงการ “ราชรถยิ้ม” เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับภาคการคมนาคมขนส่งทางน้ำในทุกมิติ พัฒนาระบบงานบริการให้สะดวกรวดเร็วสร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการ

“มนพร”ขอยืนยันหนักแน่นจะตั้งใจทำงานเป็นรัฐบาลของประชาชน สิ่งใดทำได้จะลงมือทำทันที โดยจะทำงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายคนทำงาน ซึ่งภาระที่รัฐบาลได้รับมอบหมาย ประชาชนฝากความหวังมา จึงขอให้ข้าราชการทุกหน่วยงาน รวมทั้งสื่อมวลชนและประชาชนร่วมมือกันก้าวข้ามความขัดแย้ง และนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้ทันสมัย ทันโลก และตอบสนองความคาดหวังของประชาชน

การเป็นผู้บริหาร คือการเป็นผู้กำกับดูแลนโยบายที่ได้วางไว้ให้สำเร็จ ศักยภาพของผู้บริหารคือต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งดิฉันกำหนดเป้าหมายในการทำงาน คือระยะสั้น จะเร่งผลักดันโครงการเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระทรวงคมนาคมเป็นงานด้านการให้บริการ ทั้งสนามบิน หรือการขนส่งทางบก ที่จะช่วยผลักดันด้านการท่องเที่ยว ตอนนี้รัฐบาลก็ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว อยากให้มีราชรถยิ้ม ให้หน่วยงานคมนาคมมีข้าราชการ มีการบริการที่ดี มีสถานที่ปลอดภัย เพราะเป็นด่านแรกของการรับนักท่องเที่ยวสนามบินพร้อมถนนหนทางมีความสะดวก เข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เป็นสิ่งที่ดิฉันตั้งเป้าในภาระงานที่กระทรวงคมนาคม

ขอลุยภารกิจทางน้ำ “มนพร”กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายมุ่งส่งเสริมการเดินทางและขนส่งสินค้าทางน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งจากนโยบาย วีซ่าฟรี ของรัฐบาลนั้นส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งปกติคนจีนนิยมเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำอย่างมาก ซึ่งจะร่วมมือกับภาคเอกชนผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มการคมนาคมท่องเที่ยวทางน้ำ

“คาดว่าจะเริ่มที่เส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีรายงานว่าเรือภัตตาคาร หรือเรือดินเนอร์ แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 26 ลำ มียอดจองแน่นไปถึง 2 เดือนข้างหน้าแล้ว ซึ่งได้กำชับตรวจสอบความพร้อมของท่าเทียบเรือต่างๆ การอำนวยความสะดวก มีไฟฟ้าแสงสว่าง เจ้าหน้าที่ดูแลเพียงพอ”

นอกจากนี้แล้วได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าบูรณาการหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว สมาคมเรือไทย ผู้ประกอบการเดินเรือ เพื่อดึงดูดให้เกิดผลในการสร้างขีดความสามารถในการเพิ่มนักท่องเที่ยวในลำน้ำ และส่งเสริมการค้า การบริการ ให้ชุมชนที่มีท่าเรือให้บริการ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงของนักท่องเที่ยว ให้แก่ร้านค้าชุมชน ร้านอาหาร ประชาชนที่ค้าขายตลอดสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา

“มนพร” กล่าวต่อว่ากระทรวงคมนาคม และกรมเจ้าท่าจะหารือร่วมกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ตามนโยบายวีซ่าฟรีของรัฐบาล เบื้องต้นเตรียมประสานกับผู้ประกอบการธุรกิจเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 29 บริษัทฯ เพื่อร่วมจัดโปรโมชั่นหรือแพ็กเกจส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวมากยิ่งขึ้น

กรมเจ้าท่านั้นจะต้องรับผิดชอบการพัฒนาท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยารวม 29 แห่ง ให้พร้อมรองรับ และอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย เช่น สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ห้องน้ำ ไฟฟ้าส่องสว่าง เป็นต้น ขณะที่ท่าเรือท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปจำนวนมากจะต้องมีการพัฒนาด้านบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากนโยบายดังกล่าวดำเนินการประสบความสำเร็จ ส่งผลให้กรมเจ้าท่า จะไม่เป็นหน่วยงานแดนสนธยาอีกต่อไป๐๐๐

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘SISTORY CAFE’ จากความชอบในกาแฟและซาวโดว์ สู่พื้นที่เล็กๆ ที่อยากให้ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกัน

จากความตั้งใจเล็กๆ ของคนทำงานที่อยากมีพื้นที่สำหรับจิบกาแฟ กินขนมปังดีๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับผู้คน ค่อยๆ เติบโตมาเป็น Sistory cafe

‘สุชาร์ มานะยิ่ง’ถอดแนวคิดปั้นแบรนด์Fleen Beauty จากวิกฤตสู่การเติบโต-สร้างระบบแข็งแกร่งสู่120ล้าน

ท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS) พร้อมกับกระแส ‘T-Beauty’ ที่ทำให้ความนิยมในกลุ่มแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน ‘Fleen Beauty’ (ฟลีน) เป็นหนึ่งในแบรนด์

'มนพร' แจงสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำอุดรฯ เริ่มยุครัฐบาลเศรษฐาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ. )วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ชี้แจงการจัดสรรงบในมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘ศรพล ตุลยะเสถียร’ พลิกโจทย์ กบข. เปลี่ยนเงินออมเพื่อวัยเกษียณ สู่ Financial Security ของสมาชิก

‘การเกษียณอายุราชการ’ อาจเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าภาระทางการเงินจะสิ้นสุดลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม! ช่วงเวลาหลังพ้นจากการทำงานกลับเป็นช่วงที่

ปักหมุด‘อ่างทอง’เมืองรองสุดเจ๋ง เปิดตำแหน่งพระองค์ใหญ่ติดอันดับโลก-พระตำหนักในตำนาน

ท่ามกลางความงดงามของดอยสูง ทิวเขา และหมู่บ้านริมน้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด

พลังงานสะอาดเป็นได้มากกว่าแค่แสงสว่าง GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มีค่าใช้จ่าย

ท่ามกลางความงดงามของดอยสูง ทิวเขา และหมู่บ้านริมน้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด